ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วันหนึ่งคุณอาจสังเกตเห็นว่า คุณพ่อคุณแม่หรือญาติผู้ใหญ่ในบ้านเริ่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ ถามคำถามซ้ำไปซ้ำมา ทำของสูญหายบ่อยครั้ง หรือแม้แต่จำเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ หลายคนมักจะด่วนสรุปไปทันทีว่านี่คือสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมตามวัยที่ไม่มีวันรักษาหาย แต่ในความเป็นจริงแล้วทางการแพทย์พบว่า มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เป็นโรคสมองเสื่อมจริง แต่กำลังเผชิญกับ ภาวะสมองเสื่อมเทียมจากโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นภาวะที่รักษาให้กลับมาเป็นปกติได้หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและทันท่วงที

ทำความเข้าใจ 'ภาวะสมองเสื่อมเทียมจากโรคซึมเศร้า' คืออะไร

เมื่อเราพูดถึงโรคซึมเศร้า คนส่วนใหญ่มักนึกถึงอาการร้องไห้ เศร้าหมอง หรือเก็บตัว แต่ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยบางราย โรคซึมเศร้าไม่ได้แสดงออกผ่านทางอารมณ์อย่างชัดเจน แต่กลับส่งผลกระทบต่อสารเคมีในสมองที่ควบคุมสมาธิ ความจำ และการคิดวิเคราะห์ จนทำให้มีอาการแสดงออกมาคล้ายกับโรคสมองเสื่อมอย่างมาก สภาพเช่นนี้ทางการแพทย์จึงเรียกว่า ภาวะสมองเสื่อมเทียมจากโรคซึมเศร้า (Pseudodementia)

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ โรคสมองเสื่อมจริง (เช่น อัลไซเมอร์) เกิดจากความเสื่อมถอยของเซลล์สมองทางกายภาพที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้ แต่ภาวะสมองเสื่อมเทียมเกิดจากความผิดปกติของอารมณ์และสารเคมีในสมองชั่วคราว ซึ่งเมื่อโรคซึมเศร้าได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว สมรรถภาพทางสมอง ความจำ และสติปัญญาของผู้ป่วยจะกลับคืนมาเป็นปกติเกือบทั้งหมด

จุดสังเกตแยกแยะระหว่าง 'สมองเสื่อมจริง' กับ 'สมองเสื่อมเทียม'

การแยกโรคทั้งสองนี้ออกจากกันต้องอาศัยการตรวจประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์เฉพาะทาง แต่คนใกล้ชิดสามารถสังเกตความแตกต่างเบื้องต้นได้จากพฤติกรรมเหล่านี้

  • ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ: ผู้ป่วยสมองเสื่อมจริงมักมีอาการแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ ลืมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้เวลาเป็นปีๆ แต่ผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมเทียมมักมีอาการเกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หรือเป็นเดือน และญาติมักระบุช่วงเวลาที่เริ่มเป็นได้อย่างชัดเจน
  • การตระหนักรู้ในตัวเอง: ผู้ป่วยสมองเสื่อมจริงมักจะไม่ยอมรับว่าตนเองลืม หรือพยายามปกปิดความผิดพลาดของตัวเอง ในทางตรงกันข้าม ผู้ป่วยสมองเสื่อมเทียมมักจะบ่นเรื่องความจำของตัวเองอยู่บ่อยครั้ง แสดงความกังวลใจและหงุดหงิดใจที่ตนเองขี้ลืม
  • ปฏิกิริยาต่อการทดสอบความจำ: เวลาแพทย์ทำการทดสอบทางสมอง ผู้ป่วยสมองเสื่อมจริงจะพยายามตอบคำถามอย่างตั้งใจแต่อาจตอบผิด ขณะที่ผู้ป่วยสมองเสื่อมเทียมมักจะตอบว่า "ไม่รู้" หรือ "ทำไม่ได้" ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มคิด เนื่องจากขาดแรงจูงใจและความมั่นใจในตนเอง
  • ประวัติการเจ็บป่วย: ผู้ป่วยสมองเสื่อมเทียมมักมีประวัติเคยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน หรือเพิ่งผ่านเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต เช่น การเสียชีวิตของคู่ชีวิต หรือการเกษียณอายุการทำงาน

กลไกที่ซึมเศร้าทำร้ายสมองจนดูเหมือนเสื่อม

ทำไมความเศร้าถึงทำให้ความจำแย่ลง? ในทางประสาทวิทยาศาสตร์ ความเครียดและภาวะซึมเศร้าเรื้อรังจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมามากเกินไป ซึ่งฮอร์โมนนี้ส่งผลเสียต่อสมองส่วนไฮโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความจำระยะสั้น นอกจากนี้ โรคซึมเศร้ายังทำให้สมาธิลดลงอย่างรุนแรง เมื่อไม่มีสมาธิในการรับข้อมูลใหม่ สมองก็จะไม่สามารถบันทึกข้อมูลนั้นลงไปในความทรงจำได้ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนตัวเองหลงลืมตลอดเวลา

"หลายครั้งที่ครอบครัวพาผู้สูงอายุมาพบแพทย์ด้วยความกังวลเรื่องหลงลืม แต่เมื่อเราซักประวัติลึกลงไป กลับพบความเศร้า ความโดดเดี่ยว และความรู้สึกไร้ค่าที่ซ่อนอยู่ใต้ความเงียบงันนั้น"

แนวทางการรักษาและการดูแลเพื่อดึงสมองดวงเดิมกลับมา

หัวใจสำคัญของการรักษาภาวะสมองเสื่อมเทียมคือการรักษาโรคซึมเศร้าที่เป็นต้นเหตุ ซึ่งกระบวนการรักษาประกอบด้วยสองส่วนหลัก

1. การรักษาทางการแพทย์

แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปรับสารเคมีในสมอง (Antidepressants) เพื่อช่วยปรับอารมณ์และสมาธิให้ดีขึ้น ร่วมกับการทำจิตบำบัดเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยปรับมุมมองความคิดและรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น เมื่ออารมณ์เริ่มแจ่มใสขึ้น ความสามารถในการจำและการคิดคำนวณก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมา

2. การดูแลและสนับสนุนจากครอบครัว

คนรอบข้างมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ป่วย โดยสามารถช่วยปฏิบัติดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการตำหนิหรือกดดันเมื่อผู้ป่วยลืมสิ่งต่างๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกล้มเหลวและซึมเศร้ามากขึ้น
  • ชวนทำกิจกรรมง่ายๆ ร่วมกัน เช่น การเดินเล่นในสวน การฟังเพลงที่ชอบ หรือการจัดบ้าน เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองทางอ้อม
  • ใส่ใจฟังความรู้สึกของผู้ป่วย ให้ความรักความอบอุ่น เพื่อลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและไร้ค่า

หากคุณเริ่มสังเกตเห็นว่าคนใกล้ชิดมีอาการหลงๆ ลืมๆ ร่วมกับมีอารมณ์หม่นหมอง เบื่ออาหาร หรือนอนไม่หลับ อย่าเพิ่งหมดหวังและด่วนสรุปว่าเป็นโรคสมองเสื่อมที่รักษาไม่ได้ การพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดอาจช่วยให้พบว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงภาวะสมองเสื่อมเทียมจากโรคซึมเศร้า และช่วยคืนความสุขรวมถึงความทรงจำที่แจ่มใสกลับคืนมาสู่ครอบครัวได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down