หลายคนมักสงสัยว่าทำไมบางช่วงถึงป่วยบ่อย เดี๋ยวเป็นหวัด เดี๋ยวท้องเสีย ทั้งที่คิดว่าดูแลตัวเองดีแล้ว ความจริงก็คือเชื้อโรค ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย มักแฝงตัวอยู่รอบตัวและเข้าสู่ร่างกายผ่านช่องทางที่เราคาดไม่ถึง การปรับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ตามหลักมาตรการป้องกันส่วนบุคคลและสุขอนามัยที่ดี จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันชั้นแรกที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ล้างมือบ่อยแค่ไหนถึงจะพอ? เทคนิคง่ายๆ กำจัดเชื้อโรครอบตัว
มือเป็นอวัยวะที่สัมผัสสิ่งของมากที่สุด และเป็นพาหะนำเชื้อโรคเข้าสู่ตา จมูก และปากโดยไม่รู้ตัว การล้างมืออย่างถูกวิธีจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล
จังหวะเวลาสำคัญที่ควรล้างมือทันที
- ก่อนและหลังรับประทานอาหาร: เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคบนมือปนเปื้อนลงในอาหาร
- หลังเข้าห้องน้ำหรือเปลี่ยนผ้าอ้อม: บริเวณนี้มีเชื้อแบคทีเรียกลุ่มทางเดินอาหารสะสมอยู่มาก
- หลังจากสัมผัสสิ่งของสาธารณะ: เช่น ราวบันได ปุ่มลิฟต์ ลูกบิดประตู หรือการจับเงินทอน
- หลังไอ จาม หรือสั่งน้ำมูก: เพื่อหยุดวงจรการแพร่กระจายของละอองฝอย
สบู่ธรรมดากับเจลแอลกอฮอล์ เลือกใช้อย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด
หากมือเลอะคราบสกปรก ดิน หรือคราบไขมัน การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ธรรมดาอย่างน้อย 20 วินาทีถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะฟองสบู่จะช่วยชะล้างคราบและทำลายเปลือกหุ้มของไวรัสได้หมดจด ส่วนเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 70% เหมาะสำหรับพกพาไปใช้นอกบ้านเมื่อไม่มีอ่างล้างมือ โดยถูให้ทั่วมือจนแห้งสนิท
หน้ากากอนามัยและการเว้นระยะ: ป้องกันระบบทางเดินหายใจอย่างมั่นใจ
โรคระบบทางเดินหายใจส่วนใหญ่ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการพูดคุย ไอ หรือจาม การป้องกันตนเองเมื่อต้องอยู่ในที่แออัดจึงยังคงจำเป็น
วิธีใส่และถอดหน้ากากที่ถูกต้อง ไม่ให้เชื้อโรคย้อนเข้าตัว
เวลาสวมหน้ากาก ให้หันด้านที่มีสีหรือด้านกันน้ำออกข้างนอก ดัดลวดให้แนบสนิทกับสันจมูกและดึงให้คลุมถึงใต้คาง สิ่งสำคัญที่หลายคนเผลอทำคือการเอามือไปจับผิวด้านหน้าของหน้ากากระหว่างวัน ซึ่งเป็นจุดที่เชื้อโรคเกาะอยู่มากที่สุด เมื่อต้องการถอด ให้จับเฉพาะสายคล้องหูแล้วทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิดทันที จากนั้นล้างมือให้สะอาด
กิน ดื่ม อยู่ อย่างปลอดภัย: สุขอนามัยในบ้านและโต๊ะอาหาร
สุขอนามัยที่ดีไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูแลร่างกาย แต่รวมถึงการจัดการสภาพแวดล้อมรอบตัวให้สะอาดปลอดภัย
แยกของใช้ส่วนตัวและหลักกินร้อนช้อนกลาง
การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ช่วยฆ่าเชื้อก่อโรคทางเดินอาหารได้เกือบทั้งหมด หลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำ หลอดดูด ผ้าเช็ดตัว หรือช้อนส้อมร่วมกับผู้อื่น แม้จะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็ตาม หากต้องรับประทานอาหารร่วมกัน ควรใช้ช้อนกลางส่วนตัวเสมอเพื่อลดการปนเปื้อนข้าม
จุดสัมผัสร่วมในบ้านที่มักถูกมองข้าม
หลายบ้านทำความสะอาดพื้นอย่างดี แต่อาจลืมจุดที่มีการสัมผัสซ้ำๆ ทุกวัน เช่น รีโมตทีวี สวิตช์ไฟ ที่จับตู้เย็น และหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แนะนำให้ใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดจุดเหล่านี้เป็นประจำ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
เสริมภูมิคุ้มกันจากข้างใน ให้ร่างกายพร้อมสู้เชื้อโรค
นอกจากการป้องกันภายนอกแล้ว การดูแลระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงถือเป็นด่านป้องกันสุดท้ายของร่างกาย
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: ช่วงเวลาที่ร่างกายหลับลึก เซลล์เม็ดเลือดขาวจะหลั่งสารไซโตไคน์ที่ช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อ
- ดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอ: ช่วยให้เยื่อบุทางเดินหายใจชุ่มชื้น ดักจับฝุ่นละอองและเชื้อโรคได้ดีขึ้น
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นผักผลไม้หลากสีที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง รวมถึงโปรตีนคุณภาพดีเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- รับวัคซีนตามเกณฑ์: เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะต่อเชื้อที่พบบ่อย
อาการแบบไหน ที่ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน
แม้จะดูแลตัวเองอย่างดีแล้ว แต่หากเริ่มมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น อย่าปล่อยทิ้งไว้จนอาการลุกลาม ควรรีบไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณเตือนต่อไปนี้
- มีไข้สูงลอยเกิน 38.5 องศาเซลเซียส และไม่ลดลงหลังกินยาลดไข้
- หายใจเหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก หรือหายใจมีเสียงหวีด
- ท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือมีภาวะขาดน้ำ ปากแห้ง อ่อนเพลียมาก
- อาการป่วยไม่ดีขึ้นภายใน 3-5 วัน หรืออาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว