ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เตือนภัยเงียบ: เมื่อไวรัสบุกตับจนล้มเหลวเฉียบพลัน

เวลาที่เราพูดถึงโรคตับ หลายคนมักจะนึกถึงเรื่องการดื่มเหล้าเรื้อรังหรือไขมันพอกตับ แต่วันนี้อยากชวนมาคุยกันถึงเรื่องที่น่ากลัวกว่านั้นและเกิดขึ้นได้รวดเร็วมาก นั่นคือภาวะตับวายเฉียบพลันจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นภาวะที่เนื้อตับถูกทำลายอย่างรุนแรงในเวลาอันสั้น จนตับไม่สามารถทำหน้าที่ขับของเสีย สร้างโปรตีน หรือช่วยแข็งตัวของเลือดได้ทันที

ในฐานะหมอที่เคยเจอคนไข้กลุ่มนี้ บอกเลยว่าอาการมันมาไวและทรุดเร็วมาก บางคนเพิ่งมีไข้ปวดเมื่อยไม่กี่วัน แต่อีกไม่นานกลับเริ่มตัวเหลืองตาเหลืองและซึมลงอย่างน่าตกใจ วันนี้เลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายว่ามันเกิดจากอะไร สังเกตอย่างไร และทำไมถึงต้องรีบพามาหาหมอให้ไวที่สุด

ไวรัสตัวร้ายอะไรบ้างที่จู่โจมตับจนพังได้ในชั่วข้ามคืน

ไม่ใช่ว่าเชื้อไวรัสทุกชนิดจะทำให้ตับพังได้ทันที แต่กลุ่มหลักๆ ที่หมอกลัวและมักเจอเป็นต้นเหตุของภาวะตับวายเฉียบพลันจากการติดเชื้อไวรัส มีดังนี้ครับ

  • ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A): ส่วนใหญ่ติดต่อผ่านอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด แม้โรคนี้ส่วนใหญ่จะหายเองได้ แต่ในบางคนโดยเฉพาะผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ อาจเกิดการอักเสบรุนแรงจนตับวายได้
  • ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B): ตัวนี้ค่อนข้างดุ หากเป็นการติดเชื้อแบบเฉียบพลันและร่างกายภูมิตอบสนองรุนแรง หรือในคนที่เคยมีเชื้อแฝงอยู่แล้วเกิดการกำเริบขึ้นมา ก็สามารถดึงตับเข้าสู่ภาวะวายได้เช่นกัน
  • ไวรัสตับอักเสบซีและอี (Hepatitis C and E): โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบอีที่มักระบาดผ่านน้ำดื่มและอาหารปนเปื้อน น่ากลัวเป็นพิเศษในหญิงตั้งครรภ์เพราะเสี่ยงตับวายสูงมาก
  • ไวรัสกลุ่มอื่นๆ: เช่น ไวรัสเฮอร์พีส์ (Herpes simplex virus) หรือไวรัสไข้เลือดใหญ่บางชนิด แม้จะพบน้อยกว่า แต่ก็ทำให้ตับพังได้รุนแรงไม่แพ้กัน

สัญญาณเตือนระยะแรก: แค่ไข้หวัดหรือตับกำลังพังกันแน่?

ช่วงแรกของการติดเชื้อไวรัส อาการมักจะดูเหมือนคนเป็นไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ทำให้หลายคนชะล่าใจซื้อยากินเอง โดยอาการเริ่มต้นมักจะมีลักษณะแบบนี้

  • มีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลียไม่มีแรง
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารอย่างรุนแรง เหม็นกลิ่นอาหาร
  • จุกแน่นบริเวณชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ

จุดสังเกตสำคัญคือ ถ้าผ่านไปสักสองสามวันแล้วอาการไม่ดีขึ้น แถมเริ่มมีปัสสาวะสีเข้มเหมือนชาเขียวเข้ม และตาเริ่มเหลือง ตัวเริ่มเหลือง นั่นแปลว่าตับเริ่มทำงานล้มเหลวแล้ว ห้ามรอเด็ดขาด

อาการแบบไหนที่บอกว่าตับวายแล้วและต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน

เมื่อเนื้อตับถูกทำลายเป็นวงกว้างจนเข้าสู่ภาวะวิกฤต ร่างกายจะเริ่มแสดงอาการรุนแรงที่ฟ้องว่าตับไม่ไหวแล้ว ออกมาให้เห็นชัดเจน

  • ตัวเหลืองตาเหลืองชัดเจน: ดีซ่านลามไปทั่วตัวเพราะสารบิลิรูบินในเลือดสูงปรี๊ด
  • ท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว: มีน้ำในช่องท้อง (ท้องมาน) หรือขาบวม
  • เลือดออกง่ายหยุดยาก: เช่น เลือดกำเดาไหล แปรงฟันแล้วเลือดออกตามไรฟัน หรือมีรอยช้ำตามตัวโดยไม่รู้สาเหตุ เพราะตับหยุดสร้างโปรตีนที่ใช้ในการแข็งตัวของเลือด
  • ซึมลง สับสน พูดจาเพ้อ: นี่คือสัญญาณอันตรายที่สุดที่เรียกว่าภาวะสมองจากตับเสื่อม (Hepatic Encephalopathy) เกิดจากสารพิษในเลือดขึ้นไปคั่งในสมอง

วิธีรักษาเมื่อเผชิญหน้ากับภาวะตับวายเฉียบพลัน

เมื่อคนไข้มาถึงมือหมอด้วยอาการเหล่านี้ จะต้องถูกส่งตัวเข้าห้องไอซียูทันที เพราะสถานการณ์มีความเสี่ยงสูงมากต่อชีวิต แนวทางดูแลรักษาหลักๆ จะประกอบด้วย

  • การประคับประคองชีวิตอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้สารน้ำ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และการแก้ไขภาวะเกลือแร่ในร่างกาย
  • การให้ยาต้านไวรัสเฉพาะกลุ่ม ในกรณีที่แพทย์ตรวจพบว่าเกิดจากไวรัสบางชนิดที่มียายับยั้งจำเพาะ
  • การเฝ้าระวังและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น สมองบวม เลือดออกในทางเดินอาหาร หรือการติดเชื้อซ้ำซ้อน
  • การประเมินเพื่อรับการปลูกถ่ายตับ (Liver Transplantation) ซึ่งเป็นทางรอดชีวิตที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไข้ที่ตับไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้เอง

วิธีป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากตับวายเฉียบพลัน

เนื่องจากโรคนี้มีความรุนแรงสูงมาก การป้องกันจึงเป็นเกราะคุ้ม.กันที่ดีที่สุด เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

  • กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือทุกครั้งก่อนทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ เพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและอี
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบีให้ครบตามกำหนด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาชุด ยาแก้ปวดพาราเซตามอลเกินขนาด หรือสมุนไพรที่ไม่มีที่มาที่ไป เพราะอาจไปซ้ำเติมตับที่กำลังอักเสบอยู่ให้พังเร็วขึ้นไปอีก
  • ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเช็กค่าการทำงานของตับอย่างสม่ำเสมอ

ตับเป็นอวัยวะที่มีความอดทนสูงมากและซ่อมแซมตัวเองได้ดี แต่ถ้าติดเชื้อไวรัสชนิดที่รุนแรงและปล่อยให้ลุกลามจนถึงขั้นตับวายเฉียบพลัน ก็อาจสายเกินแก้ได้ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีไข้ร่วมกับอาการตัวเหลืองตาเหลืองและอ่อนเพลียผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down