หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจมักจะเกาผิวหนังจนเป็นรอยแดง พร้อมกับบ่นว่ามีผื่นคันเรื้อรัง รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที บางคนซื้อยามาทาเองเพราะคิดว่าเป็นเชื้อรา แต่ทาไปทามาทำไมผื่นกลับเห่อแดงและคันมากกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะปัญหาผิวหนังที่หลายคนเหมาเรียกรวมกันว่าโรคผิวหนังอักเสบและกลากเกลื้อน แท้จริงแล้วมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การใช้ยาผิดประเภทนอกจากจะไม่หายแล้ว ยังทำให้โรคแย่ลงได้อีกด้วย
เข้าใจผิวหนังตัวเองก่อน: ทำไมจู่ๆ ถึงเกิดผื่นคันขึ้นมาได้
ผิวหนังของเราเปรียบเสมือนกำแพงด่านแรกที่คอยปกป้องร่างกายจากมลภาวะ แบคทีเรีย และสิ่งกระตุ้นต่างๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เกราะคุ้มกันผิวอ่อนแอลง ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์ ภูมิแพ้ ความเครียด หรือสภาพอากาศที่ร้อนชื้นจนเหงื่อออกสะสม ปัญหาผิวหนังก็ตามมาทันที โดยกลุ่มโรคที่พบบ่อยและมักทำให้สับสนกันมากที่สุด แบ่งออกเป็นกลุ่มผิวหนังอักเสบและกลุ่มโรคติดเชื้อราบนผิวหนัง
แยกให้ออกระหว่างผิวหนังอักเสบกับกลากเกลื้อน
เวลาที่หมอตรวจคนไข้ สิ่งแรกที่ต้องแยกให้ชัดเจนคือผื่นนี้เกิดจากการแพ้ การอักเสบจากภายใน หรือเกิดจากการติดเชื้อราภายนอก เพราะวิธีการดูแลรักษาต่างกันคนละขั้ว
โรคผิวหนังอักเสบ: อาการแพ้และภูมิคุ้มกันผิวที่รวนไป
โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema หรือ Dermatitis) ไม่ใช่โรคติดต่อ เกิดจากปฏิกิริยาของผิวหนังที่ตอบสนองไวเกินไปต่อสิ่งกระตุ้น ลักษณะเด่นคือจะมีอาการคันมาก่อน แล้วตามมาด้วยผื่นแดง ผิวแห้ง ลอก หรือมีตุ่มน้ำใสๆ แตกซึม มักพบบริเวณข้อพับ แขน ขา หรือใบหน้า อาการจะเป็นๆ หายๆ ตามช่วงเวลาที่ร่างกายได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่น สบู่บางชนิด หรือความเครียด
โรคกลากและเกลื้อน: เชื้อราบุกรุกเพราะความอับชื้น
ในขณะที่กลากและเกลื้อน เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์หรือยีสต์ ซึ่งชอบความอับชื้น เหงื่อไคล และอากาศร้อน
- โรคกลาก: มักมาเป็นวงกลม ขอบเขตชัดเจน ขอบนูนแดง และมีขุยเล็กๆ ตรงขอบ อาการคันจะรุนแรงโดยเฉพาะเวลาเหงื่อออก
- โรคเกลื้อน: เกิดจากเชื้อราที่อาศัยอยู่บนผิวหนังปกติแต่เจริญเติบโตมากเกินไป มักเป็นด่างขาว ด่างดำ หรือสีน้ำตาลจางๆ มีขุยบางๆ ไม่ค่อยคันมากเท่ากลาก แต่มักสร้างความกังวลใจเรื่องความสวยงาม
วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์
การรักษาโรคผิวหนังอักเสบและกลากเกลื้อนมีเป้าหมายและวิธีจัดการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การรักษาที่ปลายเหตุอาจทำให้โรคเรื้อรังและรักษาได้ยากขึ้น
วิธีจัดการเมื่อเป็นโรคผิวหนังอักเสบ
การรักษาหลักคือการฟื้นฟอร์เกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรง หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดการแพ้ ร่วมกับการใช้ยาทาสเตียรอยด์อ่อนๆ ในช่วงที่ผื่นกำเริบเพื่อลดการอักเสบ และสิ่งสำคัญที่สุดคือการทาครีมบำรุงผิวหรือมอยเจอร์ไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นไม่ให้ผิวแห้งแตก
วิธีจัดการเมื่อเป็นกลากและเกลื้อน
เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา การรักษาจึงต้องใช้ยาทาฆ่าเชื้อราโดยเฉพาะ เช่น ยาในกลุ่มโคลไตรมาโซล หรือคีโตโคนาโซล และที่สำคัญต้องทายาต่อเนื่องไปอีกประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์หลังจากอาการหายดีแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อรากลับมาลุกลามอีก
วิธีดูแลผิวไม่ให้ผื่นคันกลับมากวนใจ
การป้องกันย่อมดีกว่าการมารักษาทีหลัง สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบและกลากเกลื้อนบ่อยๆ สามารถปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อตัดวงจรการเกิดโรคได้ดังนี้
- อาบน้ำด้วยอุณหภูมิปกติ หลีกเลี่ยงน้ำอุ่นจัดที่ชะล้างไขมันตามธรรมชาติออกไปจนผิวแห้งกร้าน
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและสารกันเสียที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
- สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่นจนเกินไป และหากมีเหงื่อออกควรเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเพื่อลดความอับชื้น
- หมั่นทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำเสร็จภายในสามนาที เพื่อล็อกความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวหนัง
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผื่นคันที่เป็นๆ หายๆ และไม่แน่ใจว่าเป็นโรคผิวหนังอักเสบหรือกลากเกลื้อน การไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับยาที่ตรงกับโรคย่อมปลอดภัยและได้ผลดีกว่าการซื้อยาทาเองอย่างแน่นอนครับ