ช่วงนี้ใครตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเสียงแหบ หรือต้องกระแอมบ่อยระหว่างคุยงาน ทั้งที่ไม่ได้เป็นหวัดบ้างไหมครับ เวลาที่ตรวจคนไข้ที่เป็นนักร้อง ครู หรือคนที่ต้องใช้เสียงเยอะๆ หลายคนมักจะบ่นเรื่องเสียงแห้งไม่มีแรงให้ฟังอยู่บ่อยๆ พอลองซักประวัติลึกลงไป สิ่งหนึ่งที่เจอบ่อยมากๆ คือพวกเขากินกาแฟหรือชาเข้มๆ ทุกวันเพื่อปลุกความสดชื่น
หลายคนอาจสงสัยว่า เครื่องดื่มคาเฟอีนรสชาติอร่อยที่ช่วยให้เราตื่นตัวในยามเช้า มันเกี่ยวอะไรกับเส้นเสียงในลำคอของเรา วันนี้ผมจะพามาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบง่ายๆ เหมือนเวลาที่เรานั่งคุยกันที่ห้องตรวจครับ
ทำไมดื่มกาแฟแล้วคอแห้งผาก กลไกที่ทำให้สายเสียงขาดน้ำ
เวลาที่เราจิบกาแฟ ชานม หรือแม้แต่เครื่องดื่มชูกำลัง คาเฟอีนที่อยู่ในนั้นจะออกฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำออกไปทางปัสสาวะมากกว่าปกติ และเมื่อร่างกายเริ่มขาดน้ำ อวัยวะแรกๆ ที่จะประท้วงความแห้งแล้งนี้ก็คือเยื่อบุทางเดินหายใจและกล่องเสียงของเรา
ปกติแล้วสายเสียงของเราต้องอาศัยชั้นเมือกบางๆ หล่อลื่นอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้มันสั่นพริ้วได้อย่างนุ่มนวลเวลาเราเปล่งเสียงออกมา แต่พอคาเฟอีนดึงน้ำออกไป เมือกหล่อลื่นพวกนี้ก็จะแห้งและเหนียวขึ้น ทำให้เวลาเราพูด สายเสียงต้องเสียดสีกันอย่างรุนแรงโดยไม่มีตัวช่วยหล่อลื่น ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คืออาการเสียงแหบ เสียงแห้ง หรือรู้สึกเจ็บคอแบบไม่มีสาเหตุหลังดื่มกาแฟเข้าไปนั่นเอง
กรดไหลย้อนเงียบ ตัวการร้ายที่มากับคาเฟอีนแก้วโปรด
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมมักจะเตือนคนไข้อยู่เสมอคือเรื่องของกรดไหลย้อนครับ คาเฟอีนไม่ได้มีดีแค่เรื่องขับน้ำ แต่มันยังมีฤทธิ์ไปคลายกล้ามเนื้อหูรูดส่วนบนของกระเพาะอาหารด้วย ทำให้กรดในกระเพาะและน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาถึงลำคอได้ง่ายขึ้น
ความพีคคือ บางคนไม่ได้รู้สึกแสบร้อนกลางอกแบบกรดไหลย้อนทั่วไป แต่กรดที่ลอยขึ้นมาแตะเบาๆ ที่สายเสียงในเวลากลางคืนหรือระหว่างวัน จะเข้าไปกัดเยื่อบุสายเสียงที่บอบบางโดยที่เราไม่รู้ตัว ตื่นมาก็จะมีอาการเสียงแหบตอนเช้า ต้องคอยกระแอมหรือไออยู่เรื่อยๆ ซึ่งพฤติกรรมการกระแอมนี่แหละครับที่เป็นตัวการทำร้ายสายเสียงให้ช้ำหนักกว่าเดิม
สัญญาณเตือนจากลำคอ แบบไหนที่แปลว่าคาเฟอีนกำลังทำร้ายเสียง
ถ้าใครสงสัยว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาจากคาเฟอีนอยู่หรือเปล่า ลองสังเกตอาการเหล่านี้ดูครับ
- รู้สึกระคายคอ คอแห้งผากทันทีหลังจากดื่มกาแฟหรือชาหมดแก้ว
- มีอาการเสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยนไปในช่วงสายของวัน ทั้งที่ตอนเช้าเสียงปกติ
- รู้สึกเหมือนมีเสมหะเหนียวๆ ติดอยู่ในคอตลอดเวลา ต้องคอยกระแอมเคลียร์เสียงบ่อยๆ
- เวลาพูดนานๆ แล้วรู้สึกเหนื่อยคอ เสียงหมดเร็วกว่าปกติ
ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ยังเอ็นจอยกับกาแฟได้โดยเสียงไม่พัง
ในฐานะหมอ ผมไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดสั่งให้เลิกกินกาแฟหรอกนะครับ เพราะความสุขยามเช้ากับกลิ่นหอมๆ ของกาแฟมันช่างเย้ายวนใจจริงๆ แต่เราสามารถปรับวิธีดื่มเพื่อให้เซฟเสียงของเราได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ
- ดื่มน้ำเปล่าชดเชยให้เพียงพอ: ทุกครั้งที่ดื่มกาแฟ 1 แก้ว ให้ดื่มน้ำเปล่าตามไปอีก 1 ถึง 2 แก้วเสมอ เพื่อเติมน้ำให้กับร่างกายและเคลือบชุ่มคอไม่ให้แห้งผาก
- เลือกจิบช้าๆ แทนการกระดก: การจิบกาแฟเรื่อยๆ ตลอดทั้งวันทำให้เยื่อบุคอแห้งสะสม ลองเปลี่ยนเป็นดื่มให้หมดในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วหลังจากนั้นดื่มแต่น้ำเปล่าจะดีกว่า
- หลีกเลี่ยงการดื่มตอนท้องว่าง: การดื่มกาแฟเข้มๆ ตอนท้องว่างนอกจากจะกระตุ้นกรดไหลย้อนได้ดีแล้ว ยังทำให้กระเพาะระคายเคืองอีกด้วย
- งดคาเฟอีนก่อนใช้งานเสียงหนัก: หากวันไหนต้องไปประชุมใหญ่ ร้องเพลง หรือต้องใช้เสียงพูดคุยเป็นเวลานานๆ แนะนำให้งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงครึ่งวันเช้าก่อน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและพลังของสายเสียงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
สุขภาพเสียงที่ดีเริ่มต้นจากการดูแลความชุ่มชื้นในร่างกาย ลองสำรวจพฤติกรรมการดื่มของเราดูครับว่า วันหนึ่งเรารับคาเฟอีนเข้าไปมากเกินไปจนส่งผลกับเสียงหรือเปล่า ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ นี้ รับรองว่าเสียงใสๆ จะอยู่คู่กับเราไปอีกนานครับ