ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงหน้าฝนหรือช่วงเปลี่ยนแปลงอากาศ หมอมักจะได้ยินคุณพ่อคุณแม่เล่าด้วยความกังวลใจเสมอว่า ลูกมีไข้ ไอเหมือนมีเสลดเกาะคอ หายใจดังครืดคราด ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่ทำไมผ่านไปสองสามวันอาการกลับดูแย่ลง หายใจแรงจนหน้าอกบุ๋ม เมื่อหมอนำมูกไปตรวจดู ก็มักพบว่าเป็นเพราะการติดเชื้อ ไวรัสอาร์เอสวีในเด็กเล็ก ซึ่งเป็นตัวการยอดฮิตที่ทำให้เด็กๆ ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง

ทำความรู้จักไวรัส RSV: ทำไมถึงชอบเล่นงานเด็กเล็กเป็นพิเศษ?

ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ที่น่ากลัวคือเชื้อนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ทางเดินหายใจส่วนบนอย่างจมูกหรือคอ แต่สามารถลุกลามลงลึกไปถึงหลอดลมฝอยและเนื้อปอด ส่งผลให้เกิดภาวะหลอดลมฝอยอักเสบและปอดบวมได้ง่ายมาก

สาเหตุที่ ไวรัสอาร์เอสวีในเด็กเล็ก มีความรุนแรงมากกว่าในผู้ใหญ่ เป็นเพราะหลอดลมและทางเดินหายใจของเด็กยังมีขนาดเล็กและแคบมาก เมื่อเกิดการอักเสบและมีเสมหะเหนียวข้นไปบดบัง จึงทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้นได้ง่าย ส่งผลให้เด็กมีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย และเกิดภาวะขาดออกซิเจนตามมาอย่างรวดเร็ว

สังเกตอาการลูกน้อย: ไข้หวัดธรรมดา หรือติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีในเด็กเล็ก?

ในช่วง 1-3 วันแรกของการติดเชื้อ อาการจะเหมือนไข้หวัดทั่วไปจนแยกได้ยาก แต่สิ่งที่ทำให้ ไวรัสอาร์เอสวีในเด็กเล็ก แตกต่างออกไปคือ อาการมักจะค่อยๆ ทรุดลงและหนักที่สุดในช่วงวันที่ 3-5 โดยจุดสังเกตสำคัญมีดังนี้

  • มีไข้: อาจมีตั้งแต่ไข้ต่ำๆ ไปจนถึงไข้สูง ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของเด็กแต่ละคน
  • ไอหนักและมีเสมหะมาก: เสียงไอจะฟังดูเสียงลึก มีเสมหะเหนียวข้นในคอปริมาณมาก จนลูกไอติดต่อกันจนนอนไม่ได้
  • น้ำมูกไหล: เริ่มจากน้ำมูกใส แล้วเปลี่ยนเป็นข้นเหนียว
  • หายใจครืดคราด: ได้ยินเสียงหายใจดังลึกๆ หรือมีเสียงวี้ด (Wheezing) เวลาหายใจเข้าหรือออก เนื่องจากทางเดินหายใจตีบแคบ

สัญญาณเตือน! อาการแบบไหนที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที?

หากลูกน้อยติดเชื้อ ไวรัสอาร์เอสวีในเด็กเล็ก แล้วเริ่มมีอาการในกลุ่มนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพามาพบแพทย์โดยด่วน ไม่ควรรอสังเกตอาการที่บ้าน

  • ชายโครงบุ๋ม หรืออกบุ๋ม: เวลาหายใจ ร่องอก ท้อง หรือบริเวณไหปลาร้าจะบุ๋มลึกอย่างเห็นได้ชัด เพราะเด็กต้องใช้แรงในการหายใจอย่างมาก
  • ปีกจมูกบาน: รูจมูกขยายกว้างทุกครั้งที่หายใจเข้า
  • ซึมลง ไม่ยอมกินนมหรือน้ำ: ลูกดูอ่อนแรง ไอจนอาเจียนออกมาทั้งหมด ไม่สามารถดูดนมได้ตามปกติ
  • ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเริ่มเขียวช้ำ: นี่คือสัญญาณวิกฤตที่แสดงว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง

วิธีดูแลเมื่อลูกติดเชื้อ: การรักษาและการบรรเทาอาการที่ถูกต้อง

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัส RSV โดยตรง การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการเพื่อช่วยให้ระบบทางเดินหายใจของเด็กไม่อุดกั้น และรอให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมากำจัดเชื้อออกไป ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อยู่ในบทบาทสำคัญอย่างมากในการดูแล ดังนี้

1. ล้างจมูกและดูดเสมหะอย่างสม่ำเสมอ

เนื่องจากเด็กเล็กยังขับเสมหะหรือสั่งน้ำมูกเองไม่ได้ การใช้น้ำเกลือล้างจมูกและดูดน้ำมูกออก จะช่วยเปิดทางเดินหายใจ ทำให้ลูกหายใจสะดวกขึ้น และกลับมากินนมได้ตามปกติ

2. เช็ดตัวลดไข้และใช้ยาอย่างถูกวิธี

หากลูกมีไข้ ให้เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้องย้อนรูขุมขน และให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดน้ำหนักตัวของเด็ก ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) มาให้ลูกกินเองเด็ดขาด เพราะ RSV เกิดจากเชื้อไวรัส ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียจึงไม่สามารถรักษาได้

3. จิบน้ำบ่อยๆ เพื่อละลายเสมหะ

การได้รับน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยให้เสมหะที่เหนียวข้นเหลวลง ร่างกายขับออกได้ง่ายขึ้น และป้องกันภาวะขาดน้ำจากการมีไข้สูง

แนวทางป้องกันไวรัสอาร์เอสวีในเด็กเล็ก ไม่ให้ลูกน้อยเจ็บป่วยซ้ำ

เชื้อ RSV สามารถติดต่อผ่านหยดละอองจากการไอ จาม และการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ การป้องกันที่ดีที่สุดทำได้โดย

  • ล้างมือบ่อยๆ: ทั้งล้างมือให้เด็ก และผู้เลี้ยงดูต้องล้างมือด้วยสบู่ก่อนสัมผัสตัวเด็กเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการหอมแก้มหรือจับมือเด็ก: โดยเฉพาะจากบุคคลภายนอกหรือผู้ใหญ่ที่มีอาการเหมือนเป็นหวัด
  • ทำความสะอาดของเล่นและของใช้: เช็ดถูสิ่งของที่ลูกสัมผัสบ่อยๆ ด้วยน้ำยาทำความสะอาด เพราะเชื้อสามารถอยู่บนพื้นผิวได้นานหลายชั่วโมง
  • เลี่ยงการพาเด็กไปในที่แออัด: ในช่วงที่มีการระบาด ควรหลีกเลี่ยงการพาลูกเล็กไปในสถานที่ปิดหรือคนเยอะ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down