ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมกรดในกระเพาะถึงกลายเป็นตัวร้ายทำลายหลอดอาหาร

หลายคนมักคุ้นเคยกับอาการแสบร้อนกลางอกหลังจากทานอาหารมื้อดึก หรือรู้สึกเหมือนมีน้ำเปรี้ยวๆ ย้อนขึ้นมาที่คอ อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญใจ แต่มันคือสัญญาณเตือนของภาวะกรดไหลย้อนที่เป็นเรื้อรัง หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจัง กรดที่ไหลย้อนขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะคอยกัดกร่อนเนื้อเยื่ออ่อนๆ บริเวณหลอดอาหารส่วนปลายจนเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง

จุดเริ่มต้นของความเสียหาย: เมื่อร่างกายพยายามซ่อมแซมแต่กลับทำให้เกิดพังผืด

เมื่อหลอดอาหารได้รับบาดเจ็บจากการถูกกรดกัดกร่อนซ้ำๆ ร่างกายจะมีกลไกซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นขึ้นมาแทนที่เนื้อเยื่อปกติที่เสียไป เหมือนกับการที่เรามีแผลแล้วตกสะเก็ด แต่ความน่ากลัวอยู่ตรงที่เมื่อแผลเป็นเหล่านี้สะสมตัวมากขึ้นเรื่อยๆ มันจะมีความเหนียวและยืดหยุ่นน้อยกว่าเนื้อเยื่อปกติ ส่งผลให้ผนังหลอดอาหารเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดภาวะตีบแคบลงในที่สุด

สัญญาณเตือนที่บอกว่าหลอดอาหารเริ่มตีบแคบ

อาการเด่นชัดที่สุดที่คนไข้มักจะสังเกตได้คือ ความรู้สึกเหมือนอาหารติดคอ หรือกลืนอาหารลำบากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีลักษณะแข็งหรือแห้ง เช่น ข้าวสวย เนื้อสัตว์ หรือขนมปัง ในช่วงแรกอาจจะรู้สึกเหมือนต้องดื่มน้ำตามถึงจะกลืนลงไปได้ แต่หากปล่อยไว้อาจถึงขั้นดื่มน้ำหรือกลืนน้ำลายยังรู้สึกลำบาก นี่คือภาวะที่เรียกว่า ภาวะหลอดอาหารอักเสบจากกรดในกระเพาะอาหารตีบตัน ซึ่งต้องการการดูแลจากแพทย์โดยเร็วที่สุด

วิธีที่หมอใช้ตรวจเช็กและรักษาหลอดอาหารตีบ

เมื่อคนไข้มาพบด้วยอาการกลืนลำบาก หมอมักจะแนะนำให้ส่องกล้องตรวจดูภายในหลอดอาหารเพื่อประเมินความรุนแรงของแผลและการตีบแคบ หากพบว่าตีบไม่มาก หมออาจทำการขยายหลอดอาหารด้วยเครื่องมือพิเศษในระหว่างการส่องกล้อง เพื่อช่วยให้คนไข้กลับมาทานอาหารได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การขยายหลอดอาหาร แต่เป็นการคุมต้นตอของโรคด้วยการใช้ยาลดกรดอย่างเคร่งครัด รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนกลับมากัดกร่อนหลอดอาหารจนตีบซ้ำอีก

การปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้หลอดอาหารตีบตัน

  • ลดการทานอาหารมื้อใหญ่เกินไป โดยเฉพาะในมื้อเย็น เพราะจะทำให้แรงดันในกระเพาะอาหารสูงและกรดไหลย้อนได้ง่าย
  • เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง รสจัด เผ็ดจัด หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการหลั่งกรด
  • ไม่ควรนอนราบทันทีหลังทานอาหาร ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3 ชั่วโมงเพื่อให้กระเพาะได้ย่อยอาหาร
  • หากมีน้ำหนักตัวเกิน การลดน้ำหนักจะช่วยลดแรงดันในช่องท้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กรดไหลย้อนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down