ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกหายใจมีเสียงดังหวีดหรือเสียงครืดคราด เป็นเพราะอะไรกันแน่?

เวลาที่มีคุณพ่อคุณแม่พาเจ้าตัวเล็กมาหาหมอที่คลินิก แล้วเล่าให้ฟังว่าลูกหายใจเสียงดังแปลกๆ บางทีก็ได้ยินเสียงหวีดเบาๆ หรือเสียงฮืดฮาดในลำคอตั้งแต่ช่วงแรกคลอด หลายคนมักจะกังวลว่าเป็นเพราะเสมหะติดคอหรือเป็นหวัดเรื้อรัง แต่พอตรวจดูจริงๆ แล้ว สาเหตุส่วนใหญ่มักจะมาจากความอ่อนตัวของกระดูกอ่อนในทางเดินหายใจส่วนบน หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะกล่องเสียงเจริญเติบโตเร็วกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในเด็กทารกและมักจะดีขึ้นได้เองเมื่อน้องโตขึ้น

ทำความรู้จักความผิดปกติของกล่องเสียงที่เป็นตั้งแต่เกิด

ในเด็กทารกบางคน โครงสร้างกระดูกอ่อนบริเวณกล่องเสียงอาจจะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ หรือมีความนิ่มเกินไป ทำให้เวลาที่น้องหายใจเข้า แรงดันอากาศที่ดึงเข้าไปจะไปดึงเอาเนื้อเยื่ออ่อนรอบๆ กล่องเสียงให้ยุบตัวลงมาปิดกั้นทางเดินหายใจบางส่วน ส่งผลให้เกิดเสียงดังขึ้นมา อาการนี้มักจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนตอนที่น้องนอนหงาย ร้องไห้ หรือเวลาที่ตื่นเต้นดีใจ แต่พอจับให้น้องนอนคว่ำหรืออุ้มพาดบ่า เสียงหายใจแปลกๆ เหล่านี้มักจะเบาลงหรือหายไปชั่วคราว

เช็กอาการแบบนี้ใช่เลยไหม: สังเกตความผิดปกติของเสียงและลมหายใจ

อาการเด่นชัดที่สุดของภาวะนี้คือเสียงหายใจเข้าที่ผิดปกติ ซึ่งอาจจะมีลักษณะเสียงดังหวีดหรือเสียงฮืดฮาด นอกจากนี้ยังมีจุดสังเกตอื่นๆ ที่หมอมักจะถามคุณพ่อคุณแม่เสมอ ได้แก่

  • เสียงหายใจดังตั้งแต่แรกเกิด: มักเริ่มได้ยินชัดเจนในช่วงสองสัปดาห์แรกหลังคลอด
  • อาการสัมพันธ์กับท่าทาง: เสียงจะดังมากเวลาingนอนหงาย และเบาลงเมื่อเปลี่ยนท่า
  • การกินนม: น้องบางคนอาจจะมีภาวะสำลักง่าย เหนื่อยง่ายเวลาดูดนม เพราะหายใจไม่ทัน
  • น้ำหนักตัว: ถ้าน้องมีอาการมาก อาจจะทำให้น้ำหนักขึ้นช้าเพราะใช้พลังงานในการหายใจเยอะ

ลูกจะหายเองได้ไหม หรือต้องรีบผ่าตัดรักษาด่วน?

ข่าวดีคือเด็กส่วนใหญ่ที่มีภาวะนี้ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด กล่องเสียงของเด็กจะค่อยๆ แข็งแรงและพัฒนาได้รูปตามธรรมชาติเมื่อมีอายุมากขึ้น โดยทั่วไปอาการเสียงหายใจดังจะเริ่มดีขึ้นช่วงอายุ 6 เดือน และมักจะหายไปสนิทเองเมื่อน้องอายุประมาณ 12 ถึง 18 เดือน สิ่งสำคัญคือคุณหมอจะคอยติดตามดูอัตราการเจริญเติบโตและพัฒนาการของน้องอย่างใกล้ชิดว่ายังปกติดีอยู่หรือไม่

อาการแบบไหนที่แปลว่าเริ่มอันตราย ต้องรีบพามาหาหมอทันที

แม้ว่าส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ก็มีเด็กกลุ่มน้อยที่มีอาการรุนแรงและต้องการการดูแลจากแพทย์อย่างเร่งด่วน หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด

  • หายใจลำบากอย่างเห็นได้ชัด: สังเกตเห็นซี่โครงบุ๋มเวลาหายใจ หรือคอหอยบุ๋มลงไป
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วมีสีเขียวคล้ำ: แสดงว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • น้ำหนักไม่ขึ้นเลยหรือตกลงเกณฑ์: เพราะเหนื่อยจนไม่อยากกินนม
  • หยุดหายใจขณะหลับ: มีช่วงเวลาที่น้องหยุดหายใจไปชั่วขณะระหว่างนอนหลับ

วิธีดูแลเจ้าตัวเล็กที่บ้านระหว่างรอเวลาหายเอง

สำหรับเด็กที่มีอาการไม่รุนแรง การดูแลที่บ้านเน้นความใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น การจัดท่าให้นอนในมุมที่เหมาะสม การแบ่งมื้อนมให้เล็กลงแต่บ่อยขึ้น เพื่อไม่ให้นน้องเหนื่อยเกินไปขณะกิน และที่สำคัญคือต้องคอยสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นใหม่ หากมีความกังวลใจตรงไหน การเข้ามาปรึกษากุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก จะช่วยให้สบายใจและมั่นใจในการดูแลลูกน้อยมากยิ่งขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down