คุณแม่หลายคนมักเดินเข้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวลใจพร้อมบอกว่า มีเลือดออกสีน้ำตาลติดกางเกงในนิดหน่อย หรือบางคนรู้สึกปวดหน่วงๆ ที่ท้องน้อยคล้ายปวดประจำเดือน อาการเลือดออกในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่พบได้บ่อย และมักทำให้หัวใจของคุณแม่ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม สิ่งแรกที่หมอมักจะนึกถึงและต้องเร่งหาสาเหตุก็คือภาวะแท้งคุกคาม
ภาวะแท้งคุกคามคืออะไร? ทำไมคุณแม่หลายคนถึงตกใจเมื่อมีเลือดออก
พูดให้เข้าใจง่าย ภาวะแท้งคุกคามคือสัญญาณเตือนว่าการตั้งครรภ์กำลังมีความเสี่ยง แต่ตัวอ่อนหรือลูกในท้องยังมีชีวิตอยู่ ปากมดลูกยังคงปิดสนิท ซึ่งแตกต่างจากการแท้งจริงที่ปากมดลูกเปิดออกหรือตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโตไปแล้ว
สาเหตุของภาวะนี้เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ตัวอ่อนมีความผิดปกติทางพันธุกรรม ร่างกายคุณแม่อาจสร้างฮอร์โมนพยุงครรภ์ได้ไม่เพียงพอ การอักเสบติดเชื้อ หรือแม้แต่การกระทบกระเทือนจากการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
สังเกตสัญญาณเตือน: อาการแบบไหนที่เข้าข่ายภาวะแท้งคุกคาม
อาการหลักที่คุณแม่สามารถสังเกตได้เองที่บ้าน มีดังนี้
- เลือดออกทางช่องคลอด: อาจเป็นกะปริบกะปรอย สีน้ำตาล เลือดสด หรือเป็นลิ่มเลือดเล็กๆ
- อาการปวดเกร็งท้องน้อย: รู้สึกปวดหน่วงๆ คล้ายปวดประจำเดือน หรือปวดร้าวไปถึงหลังส่วนล่าง
ทำไมหมอถึงต้องตรวจเลือดติดตามระดับฮอร์โมน?
ในช่วงอายุครรภ์สัปดาห์แรกๆ การอัลตราซาวนด์ผ่านหน้าท้องหรือทางช่องคลอดอาจยังเห็นถุงตั้งครรภ์หรือตัวอ่อนไม่ชัดเจน ดังนั้น เรื่องสำคัญที่หมอต้องใช้ประเมินร่วมกันคือ ภาวะแท้งคุกคามและการติดตามฮอร์โมน ผ่านการตรวจเลือด เพื่อดูแนวโน้มการพัฒนาของตัวอ่อนและสภาวะความสมบูรณ์ของมดลูก
ฮอร์โมน hCG ตัวช่วยบอกความแข็งแรงของการเติบโต
ฮอร์โมน beta-hCG เป็นฮอร์โมนที่รกสร้างขึ้น ในการตั้งครรภ์ที่ปกติ ระดับฮอร์โมนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ 48 ชั่วโมงในช่วงแรก หมอมักจะนัดมาเจาะเลือดซ้ำ 2 ครั้งห่างกัน 48 ชั่วโมงเพื่อเปรียบเทียบค่า
- หากระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แสดงว่าการตั้งครรภ์ยังคงดำเนินต่อไปได้ดี
- หากระดับฮอร์โมนคงที่ หรือลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณของภาวะแท้ง หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก
ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ตัวช่วยพยุงมดลูกให้อุ่นใจ
โปรเจสเตอโรนทำหน้าที่สร้างความหนาแน่นและหนาตัวของผนังมดลูก เพื่อให้ตัวอ่อนฝังตัวได้อย่างมั่นคง หากระดับโปรเจสเตอโรนในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ อาจสะท้อนว่ารังไข่สร้างฮอร์โมนมาพยุงครรภ์ไม่พอ การตรวจวัดระดับฮอร์โมนนี้จึงช่วยให้หมอพิจารณาให้ยาเสริมโปรเจสเตอโรนได้อย่างตรงจุด
วิธีดูแลตัวเองเมื่อหมอบอกว่าเป็นภาวะแท้งคุกคาม
เมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด
- พักผ่อนให้มากที่สุด (Bed Rest): พยายามนอนพัก ลดการเดินขึ้นลงบันได และหลีกเลี่ยงการยกของหนัก
- งดการมีเพศสัมพันธ์: ในช่วงที่มีเลือดออกหรือมีอาการปวดท้อง ควรงดเว้นเด็ดขาดเพื่อลดการกระตุ้นมดลูก
- ใช้ยาตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด: หากหมอให้ยาเหน็บช่องคลอด ยารับประทาน หรือยาฉีดเสริมฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ต้องใช้ให้ครบตามกำหนด ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด
- ผ่อนคลายความเครียด: ความกังวลส่งผลต่อระดับฮอร์โมนในร่างกาย พยายามทำใจให้สบายและพักผ่อนจิตใจ
อาการแบบไหนที่ต้องรีบกลับมาพบหมอทันทีโดยไม่ต้องรอวันนัด
หากคุณแม่ดูแลตัวเองอยู่ที่บ้านแล้วพบว่ามีอาการเหล่านี้ ให้รีบมาโรงพยาบาลทันที
- เลือดออกทางช่องคลอดมากขึ้นเรื่อยๆ จนชุ่มแผ่นอนามัย
- มีก้อนเลือดสดหรือชิ้นเนื้อหลุดออกมาทางช่องคลอด
- ปวดเกร็งท้องน้อยอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว หรือปวดถี่ขึ้นเรื่อยๆ
- มีไข้สูง หนาวสั่น หรือตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
ภาวะแท้งคุกคามไม่ได้หมายความว่าจะต้องเสียลูกไปเสมอไป คุณแม่อย่างเพิ่งหมดหวัง เพราะหากตรวจพบเร็ว ได้รับการติดตามระดับฮอร์โมนอย่างถูกต้อง และดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด ก็มีโอกาสสูงมากที่คุณแม่จะสามารถอุ้มท้องต่อจนกระทั่งคลอดลูกน้อยได้อย่างปลอดภัย