ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนเคยเจอปัญหาปวดท้องบิด ถ่ายเหลววันละหลายรอบ ยิ่งถ้าสังเกตเห็นมูกเลือดปนมากับอุจจาระ ยิ่งสร้างความวิตกกังวลให้อย่างมาก ในช่วงแรกหลายท่านอาจคิดว่าเป็นเพียงแค่เรื่องอาหารเป็นพิษ ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน หรือโรคระบบขับถ่ายทั่วไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน อาการก็ยังคงเป็นๆ หายๆ ไม่ยอมหายขาด แถมยังมีอาการอ่อนเพลียและน้ำหนักลดลงตามมา

อาการผิดปกติเรื้อรังเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Ulcerative Colitis ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมารายงานตัวกับชีวิตประจำวันที่สดใสได้อีกครั้ง

ถ่ายท้องเรื้อรัง ถ่ายมีมูกเลือด... ทำไมกินยาแก้ท้องเสียแล้วไม่หาย?

ภาวะท้องเสียทั่วไปมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ซึ่งเมื่อร่างกายขับเชื้อออกไป หรือได้รับยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง อาการก็จะหายได้ภายในไม่กี่วัน แต่สำหรับ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง นั้น มีจุดเริ่มต้นที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

โรคนี้จัดอยู่ในกลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease หรือ IBD) เกิดจากการที่เยื่อบุผนังลำไส้ใหญ่เกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นแผลเปื่อยเล็กๆ จำนวนมาก ส่งผลให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมน้ำและสารอาหารได้ตามปกติ จึงเกิดอาการถ่ายเหลวตลอดเวลา ร่วมกับมีเลือดออกออกจากแผลในลำไส้ ปนมากับมูกและอุจจาระนั่นเอง

ทำไมภูมิคุ้มกันถึงกลับมาทำร้ายลำไส้ตัวเอง?

จนถึงตอนนี้ ทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุเดี่ยวๆ ที่ทำให้เกิดโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรังได้อย่างแน่ชัด แต่เราพบว่ามีปัจจัยหลักๆ 3 ประการที่ทำงานร่วมกัน:

  • ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ: แทนที่เม็ดเลือดขาวจะทำหน้าที่สู้กับเชื้อโรคภายนอก กลับจำแนกเซลล์เยื่อบุลำไส้ใหญ่ของตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอม แล้วส่งสารอักเสบมาโจมตีเรื้อรัง
  • พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคในกลุ่มลำไส้อักเสบเรื้อรัง จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
  • ปัจจัยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม: แม้อาหารและความเครียดจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดโรค แต่เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้อาการที่สงบอยู่ กำเริบขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

สังเกตอาการเตือน: แบบไหนที่เริ่มสงสัยว่าเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง

อาการของโรคนี้มักค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใดเหมือนท้องร่วงเฉียบพลัน โดยสัญญาณที่หมอมักจะเจอในคนไข้บ่อยๆ ได้แก่:

  • ถ่ายอุจจาระบ่อยผิดปกติ ตั้งแต่ 4-10 ครั้งต่อวันขึ้นไป
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน หรือถ่ายเป็นเลือดสด
  • ปวดเกร็งท้อง โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยฝั่งซ้าย
  • รู้สึกปวดเบ่ง อยากถ่ายตลอดเวลา แม้จะเพิ่งเข้าห้องน้ำเสร็จ
  • มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ไร้เรื้อแรง
  • น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากลำไส้ดูดซึมสารอาหารได้แย่ลง

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยของหมอ เพื่อความแม่นยำและตรงจุด

เนื่องจากอาการถ่ายเป็นเลือดหรือปวดท้องเรื้อรัง สามารถเป็นไปได้หลายโรค ตั้งแต่โรคริดสีดวงทวาร การติดเชื้อ ไปจนถึงเนื้องอก การวินิจฉัยที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญมาก

1. การตรวจอุจจาระและตรวจเลือด

หมอจะส่งตรวจอุจจาระเพื่อตัดประเด็นเรื่องการติดเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิออกไป พร้อมทั้งตรวจเลือดเพื่อดูภาวะซีด (โลหิตจาง) จากการเสียเลือดเรื้อรัง และดูค่าการอักเสบในร่างกาย

2. การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

วิธีนี้เป็นวิธีมาตรฐานที่ดีที่สุด หมอจะใช้กล้องขนาดเล็กเลียบเข้าไปดูภายในลำไส้ใหญ่ เพื่อประเมินว่ามีการอักเสบกว้างแค่ไหน มีแผลลักษณะอย่างไร และจะทำการตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กมากๆ ส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันว่าเป็น โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง จริงหรือไม่

วิธีรักษา: ทำให้อาการสงบและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

แม้ในปัจจุบันโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรังจะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด 100% แต่จุดมุ่งหมายหลักของการรักษาคือ การควบคุมการอักเสบให้อาการสงบลง (Remission) และป้องกันไม่ให้โรคกำเริบ เพื่อให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

  • การใช้ยาต้านการอักเสบ (5-ASA): เป็นยาลดการอักเสบที่ตำแหน่งเยื่อบุลำไส้โดยตรง ถือเป็นยาหลักในผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ยากลุ่มสเตียรอยด์: ใช้ในระยะสั้นช่วงที่โรคกำเริบรุนแรง เพื่อควบคุมการอักเสบอย่างเร่งด่วน
  • ยากดภูมิคุ้มกันและยาฉีดชีววัตถุ (Biologics): สำหรับผู้ป่วยที่ใช้อาหารและยาพื้นฐานแล้วยังไม่ดีขึ้น ยาจะเข้าไปขัดขวางสารอักเสบในระบบภูมิคุ้มกันอย่างเจาะจง
  • การผ่าตัด: พิจารณาในกรณีที่โรครุนแรงมาก ยาควบคุมไม่ได้ หรือพบภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้ทะลุ หรือลำไส้ใหญ่ขยายตัวผิดปกติ

ปรับโภชนาการและการใช้ชีวิต: กินอย่างไรให้ลำไส้ได้พัก

นอกจากการกินยาตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัดแล้ว การปรับเรื่องการกินเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลำไส้ฟื้นตัวได้ไวขึ้น

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงช่วงโรคกำเริบ

งดอาหารรสจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด อาการที่มีไขมันสูง อาหารทอด ของหมักดอง นมและผลิตภัณฑ์จากนม (หากมีภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสผิดปกติ) รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะสารเหล่านี้จะยิ่งกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวและอักเสบมากขึ้น

อาหารที่แนะนำ

เลือกรับประทานอาหารย่อยง่าย รสอ่อน โปรตีนสูง เช่น ปลาต้ม อกไก่ ไข่ต้ม ข้าวต้ม หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำใส และแบ่งรับประทานเป็นมื้อย่อยๆ 5-6 มื้อต่อวัน แทนการกินมื้อใหญ่ เพื่อไม่ให้ลำไส้ต้องทำงานหนักเกินไป

เมื่อไหร่ที่ควรรีบมาพบหมอทันที?

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรังแล้ว และพบว่ามีอาการเหล่านี้ ให้รีบมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอวันนัด:

  • ถ่ายเป็นเลือดสดปริมาณมาก หรือถ่ายไม่หยุด
  • ปวดท้องรุนแรง ท้องแข็งเกร็ง กดเจ็บมาก
  • มีไข้สูง และหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • มีอาการอาเจียนมากจนกินอาหารและน้ำไม่ได้ เสี่ยงภาวะขาดน้ำ

โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง อาจฟังดูน่ากลัวและต้องใช้เวลารักษายาวนาน แต่ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์และยารักษาในปัจจุบัน หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก สม่ำเสมอในการกินยา และดูแลเรื่องอาหารการกิน โรคนี้ก็สามารถควบคุมให้อยู่ในระยะสงบได้อย่างยาวนาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิต ทำงาน รวมถึงท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down