ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจ สภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้โปรตีนในอาหาร (Food Protein-Induced Enterocolitis Syndrome - FPIES)

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยเป็นกังวลใจ เมื่อเห็นลูกน้อยมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง ท้องเสียเรื้อรัง หรือมีน้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรับประทานอาหารบางชนิดเข้าไป ซึ่งอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่การแพ้อาหารทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่เรียกว่า สภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้โปรตีน ในอาหาร หรือที่เรียกย่อๆ ว่า FPIES (Food Protein-Induced Enterocolitis Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็สร้างความไม่สบายใจให้กับทั้งเด็กและผู้ปกครองอย่างมาก การทำความเข้าใจภาวะนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การดูแลและรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องและทันท่วงที

FPIES คืออะไร แตกต่างจากการแพ้อาหารทั่วไปอย่างไร?

FPIES เป็นภาวะการแพ้อาหารชนิดหนึ่งที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อโปรตีนในอาหารอย่างผิดปกติ แต่ไม่ใช่การแพ้แบบเฉียบพลันที่เกิดจากภูมิคุ้มกันชนิด IgE (IgE-mediated allergy) เหมือนการแพ้อาหารทั่วไปที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งมักทำให้เกิดผื่นลมพิษ ปากบวม หรือหายใจลำบากทันทีหลังสัมผัสอาหาร

สำหรับ FPIES การตอบสนองของร่างกายจะเกิดขึ้นในส่วนของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งอาการมักจะแสดงออกมาอย่างช้าๆ ประมาณ 2-4 ชั่วโมง หรือบางครั้งอาจนานถึง 10 ชั่วโมง หลังจากรับประทานอาหารที่แพ้เข้าไป

อาหารอะไรบ้างที่พบบ่อยว่าเป็นสาเหตุ?

อาหารที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิด FPIES นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ที่พบบ่อยและเป็นที่รู้จักกันดีในเด็กเล็ก ได้แก่:

  • นมวัว
  • ถั่วเหลือง
  • ข้าว
  • ข้าวโอ๊ต
  • ไก่
  • ปลา

บางครั้งภาวะนี้อาจเกิดขึ้นได้แม้ในทารกที่ดื่มนมแม่ หากมารดารับประทานอาหารที่มีโปรตีนที่เด็กแพ้เข้าไป และโปรตีนนั้นถ่ายทอดผ่านน้ำนมแม่มายังลูก

อาการของ FPIES เป็นอย่างไร?

อาการของ FPIES สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบหลักๆ ได้แก่:

1. FPIES แบบเฉียบพลัน (Acute FPIES)

  • อาเจียนอย่างรุนแรง: มักเกิดขึ้นประมาณ 2-4 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารที่แพ้เข้าไป บางครั้งอาจรุนแรงจนนำไปสู่ภาวะขาดน้ำและช็อกได้
  • ท้องเสีย: อุจจาระอาจมีมูกเลือดปนได้
  • เซื่องซึม อ่อนเพลีย: เด็กอาจดูไม่สดใส ซีด และไม่มีแรง
  • ภาวะขาดน้ำ: เป็นอาการแทรกซ้อนที่สำคัญและอันตราย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

2. FPIES แบบเรื้อรัง (Chronic FPIES)

มักเกิดจากการได้รับอาหารที่แพ้ในปริมาณน้อยๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทารกที่เพิ่งเริ่มรับประทานอาหาร อาการจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นและไม่รุนแรงเท่าแบบเฉียบพลัน:

  • ท้องเสียเรื้อรัง: อาจมีมูกเลือดปนได้
  • อาเจียนเป็นครั้งคราว
  • น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์ หรือน้ำหนักลด
  • ภาวะขาดสารอาหาร
  • ภาวะซีด

การวินิจฉัยและการรักษา

การวินิจฉัย FPIES ต้องอาศัยการซักประวัติอย่างละเอียด การตรวจร่างกาย และการสังเกตอาการหลังจากรับประทานอาหารเป็นหลัก ยังไม่มีการตรวจเลือดหรือการทดสอบทางผิวหนังที่จำเพาะเจาะจงเพื่อวินิจฉัยภาวะนี้ได้โดยตรง

  • การซักประวัติ: แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับอาหารที่เด็กรับประทานเข้าไป อาการที่เกิดขึ้น ระยะเวลาที่เกิดอาการ และความรุนแรง
  • การทดสอบด้วยการงดอาหาร (Elimination Diet): โดยการงดอาหารที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุออกไปจากมื้ออาหารของเด็กเป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วดูว่าอาการดีขึ้นหรือไม่
  • การทดสอบด้วยการลองให้อาหาร (Oral Food Challenge): เป็นวิธีการวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุด แต่ต้องกระทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัย หากเด็กเกิดอาการแพ้ขึ้นมา จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ส่วนการรักษา FPIES นั้น ไม่มีวิธีการรักษาที่จำเพาะเจาะจงนอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นสาเหตุอย่างเคร่งครัด

  • การจัดการภาวะเฉียบพลัน: ในกรณีที่เด็กมีอาการอาเจียนรุนแรงและขาดน้ำ แพทย์จะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV fluids) และยาแก้อาเจียน เพื่อบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
  • การหลีกเลี่ยงอาหาร: เป็นหัวใจหลักของการรักษา การหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการอย่างเคร่งครัดจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการซ้ำ
  • การดูแลทางโภชนาการ: ในกรณีที่ต้องงดอาหารหลายชนิด เด็กอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร การปรึกษานักโภชนาการจะช่วยให้แน่ใจว่าเด็กได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต
  • การทดสอบซ้ำ: เด็กส่วนใหญ่จะหายจาก FPIES ได้เองเมื่อโตขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุประมาณ 3-5 ปี แพทย์อาจพิจารณาทดสอบด้วยการลองให้อาหารที่เคยแพ้อีกครั้งภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าเด็กหายจากการแพ้แล้วหรือไม่

เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์?

หากลูกน้อยของคุณมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง ท้องเสีย ซีดเซียว หรือดูเซื่องซึมผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรับประทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเข้าไป ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม การให้ข้อมูลที่ละเอียดเกี่ยวกับอาหารที่ลูกรับประทานและอาการที่เกิดขึ้น จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวินิจฉัยของแพทย์

บทสรุป

สภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้โปรตีน ในอาหาร หรือ FPIES อาจฟังดูน่ากังวล แต่ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง การวินิจฉัยที่แม่นยำ และการดูแลที่เหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เด็กๆ ส่วนใหญ่สามารถเติบโตและพัฒนาการได้อย่างปกติ และมักจะหายจากภาวะนี้ไปได้เองเมื่อโตขึ้น หากคุณพ่อคุณแม่มีข้อสงสัยหรือกังวลใจเกี่ยวกับอาการของลูกน้อย อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์กุมารเวช เพื่อให้ลูกรักได้รับการดูแลที่ดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down