ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เช็กตัวเองกันหน่อย: แค่ระวังตัวหรือเข้าข่าย ภาวะวิตกกังวลต่อสุขภาพ กันแน่

หมอเชื่อว่าหลายคนเคยเป็น โดยเฉพาะในยุคที่เข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส พอมีอาการปวดหัวนิดหน่อยก็รีบเข้ากูเกิลหาคำตอบ พอลูกศรชี้ไปว่าอาจจะเป็นโรคร้ายแรงใจคอก็เริ่มไม่ดีแล้ว อาการนี้ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะวิตกกังวลต่อสุขภาพ หรือ Health Anxiety ซึ่งไม่ใช่แค่คนขี้ระแวง แต่เป็นภาวะที่ความกลัวว่าตัวเองจะป่วยหนักครอบงำชีวิตประจำวันจนไม่มีความสุข

สัญญาณเตือนที่บอกว่าใจเรากำลังเหนื่อยเกินไปกับการกังวลเรื่องโรค

คนที่มีภาวะนี้มักไม่ได้แกล้งทำ แต่เขารู้สึกจริงๆ ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย สัญญาณที่หมอมักจะเห็นบ่อยๆ มีดังนี้

  • หมกมุ่นอยู่กับการตรวจร่างกายตัวเองตลอดเวลา เช่น คลำก้อน ส่องกระจกดูความผิดปกติของผิวหนัง หรือเช็กชีพจรบ่อยเกินความจำเป็น
  • พยายามหาคำตอบจากอินเทอร์เน็ตไม่หยุดหย่อน ยิ่งอ่านยิ่งกลัว แต่ก็หยุดอ่านไม่ได้
  • ไปพบแพทย์บ่อยมาก แม้ผลตรวจจะออกมาปกติว่าร่างกายแข็งแรงดี แต่ใจก็ยังไม่ยอมเชื่อ
  • กลัวการไปโรงพยาบาลหรือกลัวการตรวจร่างกาย เพราะกลัวผลลัพธ์ที่จะออกมา

ทำไมร่างกายถึงประท้วง ทั้งที่หมอตรวจแล้วไม่พบอะไรเลย

เวลาที่เรากังวลมากๆ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้เกิดอาการทางกายจริงๆ เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก ปวดหัว หรือท้องอืด พอเราสัมผัสอาการเหล่านี้ได้ เรายิ่งไปตีความว่าต้องเป็นโรคร้ายแน่ๆ กลายเป็นวงจรปิดที่หมุนวนไม่รู้จบ ความเครียดไปกระตุ้นอาการ และอาการก็ไปกระตุ้นความเครียดซ้ำเติมอีกชั้น

วิธีรับมือและปรับมุมมองใหม่ให้ใจสบายขึ้น

การจัดการกับภาวะวิตกกังวลต่อสุขภาพไม่ได้อยู่ที่การตรวจร่างกายเพิ่ม แต่อยู่ที่การปรับกระบวนการคิดของตัวเอง ดังนี้

หยุดหาคำตอบจากอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง

การเสิร์ชกูเกิลคือตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้ความกังวลพุ่งสูงขึ้น ลองเปลี่ยนจากการหาข้อมูลโรคมาเป็นการจดบันทึกว่าวันนี้รู้สึกอย่างไร และกิจกรรมอะไรที่ทำแล้วผ่อนคลายแทน

ให้ความสำคัญกับความจริงทางการแพทย์

เมื่อไปตรวจกับแพทย์แล้วได้รับคำยืนยันว่าปกติดี ให้เชื่อมั่นในข้อมูลนั้นและในตัวผู้เชี่ยวชาญ การพยายามเปลี่ยนหมอไปเรื่อยๆ เพื่อหาคำตอบที่ตรงใจตัวเองไม่ได้ช่วยให้หายจากอาการวิตกกังวล

ฝึกอยู่กับปัจจุบันแทนการคาดเดาอนาคต

ความกังวลมักอยู่ที่อนาคตที่ยังมาไม่ถึง ลองฝึกเทคนิคการหายใจหรือทำกิจกรรมที่ดึงสติกลับมาที่ปัจจุบัน เช่น การออกกำลังกายเบาๆ หรือกิจกรรมงานอดิเรก เพื่อลดระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกาย

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาจิตแพทย์

หากอาการวิตกกังวลเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงาน การใช้ชีวิต หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และเริ่มรู้สึกว่าควบคุมความกลัวของตัวเองไม่ได้แล้ว การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการหาเครื่องมือช่วยจัดการความคิดที่ถูกต้อง เพื่อให้เรากลับมามีชีวิตที่มีความสุขได้อีกครั้งโดยไม่ต้องมีเงาของความกลัวคอยหลอกหลอน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down