ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่แค่ปวดหัวนิดหน่อย ก็คิดไปไกลว่าเป็นโรคร้าย?

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยสีหน้ากังวลใจ เพียงเพราะพบอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ บนร่างกาย เช่น อาการปวดมวนท้อง จุกเสียด หรือรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อบางอย่าง ทั้งที่ผลตรวจร่างกายทั่วไปไม่ได้บ่งบอกถึงความผิดปกติรุนแรง ภาวะนี้ไม่ใช่การคิดไปเองหรือการเรียกร้องความสนใจ แต่คือ ภาวะวิตกกังวลต่อสุขภาพ (Health Anxiety) ที่สร้างความทุกข์ใจให้คนไข้อย่างมหาศาล

ภาวะวิตกกังวลต่อสุขภาพ คืออะไรกันแน่?

ภาวะนี้คือสภาวะที่บุคคลหมกมุ่นอยู่กับการตีความอาการทางกายของตนเองว่าเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย แม้แพทย์จะตรวจยืนยันแล้วว่าร่างกายปกติ แต่ความวิตกกังวลนั้นยังคงไม่จางหายไป ความคิดมักจะวนเวียนอยู่กับความกลัวว่าจะป่วยหนัก หรือกลัวว่าจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้เกิดความเครียดสะสมและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างเห็นได้ชัด

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเรากำลังแบกความกังวลเกินไปหรือเปล่า

อาการของภาวะนี้ไม่ได้มีแค่ความกังวลในใจ แต่ยังแสดงออกผ่านพฤติกรรมบางอย่างที่สังเกตได้ง่าย:

  • หมั่นตรวจร่างกายตัวเองบ่อยเกินความจำเป็น เช่น คลำก้อน ส่องกระจกดูความผิดปกติของผิวหนัง หรือวัดชีพจรและดันเลือดอยู่ตลอดเวลา
  • หาข้อมูลเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บจากอินเทอร์เน็ตจนดึกดื่น เพื่อพยายามจับคู่กับอาการที่ตัวเองเป็น (Cyberchondria)
  • พยายามไปพบแพทย์หลายๆ ที่หรือหลายแผนกเพื่อตรวจซ้ำ ทั้งที่ผลตรวจก่อนหน้าปกติ
  • หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้คิดถึงเรื่องความเจ็บป่วย เช่น การดูสารคดีสุขภาพ หรือการเข้าโรงพยาบาล

ทำไมเราถึงกลายเป็นคนกังวลเรื่องสุขภาพมากขนาดนี้?

สาเหตุของภาวะนี้มีความซับซ้อนและไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว โดยส่วนใหญ่มักเกิดจาก:

  • ประสบการณ์ในอดีต: อาจเคยเห็นคนใกล้ชิดป่วยหนักหรือเสียชีวิตจากโรคที่คาดไม่ถึง ทำให้เกิดความกลัวฝังใจ
  • ลักษณะนิสัยส่วนตัว: เป็นคนละเอียดรอบคอบสูง หรือเป็นคนที่รับมือกับความไม่แน่นอนได้ยาก
  • ความเครียดสะสม: ภาวะทางจิตใจอื่นๆ เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวลทั่วไป สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะกังวลต่อสุขภาพได้เช่นกัน

วิธีจัดการความกังวลให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ

หากรู้สึกว่าความกังวลนี้กำลังรบกวนชีวิต หมออยากให้ลองปรับมุมมองและวิธีรับมือดังนี้:

  • ลดการเสิร์ชหาข้อมูลโรคในอินเทอร์เน็ต: ข้อมูลในเน็ตมักแสดงผลในมุมที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งจะยิ่งกระตุ้นความตระหนกโดยใช่เหตุ
  • ฝึกรู้เท่าทันความคิด: เมื่อเกิดความกังวล ให้ลองถามตัวเองว่า สิ่งที่กำลังคิดอยู่คือข้อเท็จจริงทางการแพทย์ หรือเป็นแค่ความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นในหัว
  • เลิกตรวจร่างกายตัวเองถี่เกินไป: การย้ำทำพฤติกรรมเหล่านี้จะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้สมองโฟกัสอยู่ที่ความเจ็บป่วย
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต: หากความกังวลเริ่มรุนแรงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ การทำจิตบำบัดแบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (CBT) ถือเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพและช่วยให้หายจากภาวะนี้ได้โดยไม่ต้องใช้ยาเสมอไป

หมออยากย้ำว่า การใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องอยู่ในความพอดี หากความกังวลกลายเป็นสิ่งที่กั้นขวางความสุขในชีวิต การหันกลับมาดูแลสภาพจิตใจให้เข้มแข็งก็สำคัญไม่แพ้กับการดูแลร่างกายครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down