ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมการย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนงานถึงทำให้เราเครียดได้ขนาดนี้

หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจ มักมาด้วยอาการนอนไม่หลับ ปวดหัวบ่อย หรือรู้สึกหงุดหงิดง่ายขึ้นหลังจากเพิ่งย้ายไปที่ทำงานใหม่ หรือย้ายบ้านไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ความจริงแล้วภาวะนี้เป็นเรื่องธรรมชาติที่ร่างกายและจิตใจพยายามตอบสนองต่อ ปัญหาการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ โดยกลไกในสมองของเราถูกตั้งค่ามาให้ระแวดระวังสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ ร่างกายจึงหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมามากกว่าปกติเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ทำให้เราเกิดอาการเหนื่อยล้าทางอารมณ์ได้ง่าย

สัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเรียกร้องให้เราผ่อนคลาย

เรามักจะเข้าใจว่าความเครียดเรื่องการปรับตัวเป็นเรื่องทางใจเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วมันแสดงออกมาทางร่างกายชัดเจนมาก หากคุณพบอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกินสองสัปดาห์ อาจต้องเริ่มหันมาดูแลตัวเองให้มากขึ้น:

  • มีปัญหาเรื่องการนอน เช่น หลับยาก สะดุ้งตื่นกลางดึก หรือตื่นมาแล้วไม่สดชื่น
  • ระบบย่อยอาหารแปรปรวน ปวดท้องบ่อย หรือเบื่ออาหาร
  • อาการปวดตึงตามบ่า ไหล่ หรือปวดขมับจากความเครียดสะสม
  • สมาธิสั้นลง ทำงานผิดพลาดบ่อยกว่าเดิม

วิธีปรับตัวให้ราบรื่นโดยไม่เสียสุขภาพจิต

การเอาชนะ ปัญหาการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ไม่ใช่การฝืนทนให้ผ่านไป แต่คือการค่อยๆ สร้างฐานที่มั่นทางใจให้ตัวเอง ดังนี้:

  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง: ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน การจัดมุมเล็กๆ ที่ทำให้เรารู้สึกคุ้นเคย เช่น การวางของใช้ส่วนตัวที่ชอบ หรือการจัดแสงไฟในห้อง จะช่วยลดความรู้สึกแปลกแยกได้ดี
  • รักษาตารางเวลาให้เป็นปกติ: ร่างกายที่งุนงงต้องการตารางเวลาที่ชัดเจน การเข้านอนและตื่นเวลาเดิม รวมถึงการรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ช่วยให้สมองลดความกังวลต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยได้
  • ไม่จำเป็นต้องรีบสมบูรณ์แบบ: ยอมรับว่าในช่วงแรกเราอาจจะทำอะไรไม่คล่องมือเหมือนที่เดิม ให้เวลากับการเรียนรู้และอนุญาตให้ตัวเองทำพลาดได้บ้าง

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอ

แม้ว่าการปรับตัวจะเป็นเรื่องที่ค่อยๆ ดีขึ้นตามกาลเวลา แต่หากอาการเครียดรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหนัก เช่น ไม่สามารถไปทำงานได้ แยกตัวจากสังคมจนผิดปกติ หรือมีความรู้สึกสิ้นหวังอย่างรุนแรง นี่คือสัญญาณว่าเราอาจต้องการตัวช่วยทางการแพทย์ เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกับสภาวะจิตใจ หรือพิจารณาการรักษาเสริมเพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมองให้กลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down