เวลาปวดฉี่แล้วมีอาการแสบขัด มันชวนให้หงุดหงิดและกังวลใจไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ
เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาที่คลินิกด้วยอาการแสบขัดเวลาปวดฉี่ หรือรู้สึกว่าปวดปัสสาวะบ่อยเหลือเกินจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน สิ่งแรกที่หลายคนมักจะกังวลและเดากันเองคือ ตนเองกำลังเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือเปล่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการเตือนเหล่านี้อาจไม่ได้มาจากสาเหตุเดียวเสมอไป เพราะยังมีโรคใกล้ตัวอีกโรคหนึ่งที่ให้ความรู้สึกคล้ายกันมาก นั่นคือนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้ด้วยอาการเหล่านี้อยู่บ่อยๆ วันนี้อยากชวนมาทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างกระเพาะปัสสาวะอักเสบและนิ่วในทางเดินปัสสาวะ เพื่อให้เราสังเกตอาการเบื้องต้นได้แม่นยำขึ้น และรับมือได้อย่างถูกต้องครับ
ทำความรู้จักกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แสบกะปริดกะปรอยเรื่องกวนใจที่มักเกิดชั่วคราว
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียครับ มักพบได้บ่อยในผู้หญิงเนื่องจากสรีระท่อปัสสาวะสั้นและอยู่ใกล้กับบริเวณที่มีเชื้อโรคได้ง่าย เมื่อเชื้อโรคเล็ดลอดเข้าไปข้างใน มันก็จะไปกระตุ้นเยื่อบุผนังกระเพาะปัสสาวะให้เกิดการอักเสบขึ้นมา
อาการเด่นชัดที่สังเกตได้ของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- ปวดปัสสาวะบ่อยมาก แต่พอไปเข้าห้องน้ำกลับออกทีละนิดแบบกะปริดกะปรอย
- มีอาการแสบขัดบริเวณปลายท่อปัสสาวะอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงจังหวะที่ปัสสาวะเกือบจะสุดสาย
- น้ำปัสสาวะอาจขุ่น มีกลิ่นแรง หรือบางเคสมีเลือดปนออกมาจางๆ
- มักไม่มีอาการปวดหลังรุนแรงร่วมด้วย เว้นแต่เชื้อจะลามขึ้นไปที่กรวยไต
เมื่อก้อนนิ่วในทางเดินปัสสาวะเริ่มก่อตัว อาการปวดมักจะลึกและรุนแรงกว่า
ในทางกลับกัน นิ่วในทางเดินปัสสาวะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโดยตรงในตอนแรกครับ แต่เกิดจากการตกตะกอนของสารต่างๆ ในปัสสาวะจนกลายเป็นก้อนแข็ง ซึ่งอาจจะไปติดอยู่ตั้งแต่ในไต ท่อไต หรือตกลงมาอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ความน่ากลัวของนิ่วคือถ้าน้องก้อนนิ่วอยู่นิ่งๆ อาจจะไม่แสดงอาการอะไรเลย แต่พอเริ่มขยับหรือไปอุดตันท่อปัสสาวะเมื่อไหร่ อาการปวดจะมาเยือนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
สัญญาณเตือนที่ฟ้องว่าอาจมีนิ่วซ่อนอยู่
- ปวดท้องน้อยหรือปวดหลังส่วนล่างแบบเสียdๆ เป็นๆ หายๆ ตามจังหวะการขยับตัว
- ปัสสาวะสะดุด ปัสสาวะอยู่ดีๆ ก็ไหลหยุดกะทันหันราวกับมีอะไรมาอุดกั้น ต้องเบ่งหรือเปลี่ยนท่าถึงจะไหลต่อ
- มีเลือดปนในปัสสาวะค่อนข้างบ่อย เกิดจากการที่ก้อนนิ่วไปเสียดสีกับเนื้อเยื่อภายใน
- บางคนอาจคลำเจอก้อนนิ่วหลุดออกมาพร้อมกับปัสสาวะได้เลย
เทียบชัดๆ อาการแบบไหนเรียกว่ากระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือเข้าข่ายโรคนิ่ว
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างกระเพาะปัสสาวะอักเสบและนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองดูการเปรียบเทียบอาการหลักๆ นี้ดูครับ
ลักษณะความเจ็บปวดและการขับถ่ายปัสสาวะที่ต่างกัน
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ: เน้นความแสบขัด แสบร้อนเวลาปวดและเบ่งปัสสาวะ อาการจะมาไวหายไวหลังจากได้รับยาปฏิชีวนะที่ตรงจุดและการดื่มน้ำมากๆ
นิ่วในทางเดินปัสสาวะ: เน้นความจุกแน่น ปวดหน่วงลึกๆ ที่หลังหรือท้องน้อย ปัสสาวะสะดุด และมักเป็นเรื้อรังไม่หายขาดจนกว่าจะได้รับการรักษาที่ต้นเหตุ เช่น การสลายนิ่วหรือการผ่าตัด
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นและการป้องกันไม่ให้โรคถามหา
ไม่ว่าผลตรวจจะออกมาว่าเป็นโรคไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราเองครับ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันอย่างน้อย 2 ลิตร คือเกราะป้องกันชั้นดีที่จะช่วยชะล้างแบคทีเรียไม่ให้สะสม และช่วยเจือจางสารที่อาจตกตะกอนเป็นก้อนนิ่วได้
นอกจากนี้ ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เพราะการอั้นปัสสาวะไว้จะเปิดโอกาสให้แบคทีเรียแบ่งตัวได้ดีขึ้น และทำให้ความดันในระบบทางเดินปัสสาวะสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
อาการแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัด
หากคุณมีอาการปัสสาวะแสบขัดหรือปวดท้องน้อยเรื้อรังเกินสองสามวัน กินยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีไข้หนาสั่นร่วมด้วย อาการเหล่านี้แปลว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนที่อันตรายแล้วครับ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยด้วยการตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ หรืออัลตราซาวนด์ เพราะการรู้ความจริงตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้รักษาได้ทันท่วงทีและไม่ต้องทนทุกข์ทรมานครับ