ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมถึงแยกยากระหว่างกระเพาะปัสสาวะอักเสบกับนิ่ว

หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาหมอในห้องตรวจมักจะเริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่า มีอาการเจ็บเวลาปัสสาวะ หรือปวดท้องน้อยจนทนไม่ไหว ซึ่งทั้งสองอาการนี้เป็นจุดร่วมที่ทำให้หลายคนสับสนระหว่าง ความแตกต่างระหว่างกระเพาะปัสสาวะอักเสบและนิ่วในทางเดินปัสสาวะ แม้จะมีอาการบางอย่างที่คล้ายกัน แต่สาเหตุและวิธีการรักษานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การแยกแยะให้ออกตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เราจัดการกับปัญหาได้อย่างตรงจุดและลดความทรมานลงได้เร็วขึ้น

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาการกวนใจที่มาพร้อมความแสบขัด

กระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มีท่อปัสสาวะสั้น ทำให้เชื้อโรคเดินทางเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายขึ้น อาการเด่นที่พบได้บ่อยคือ

  • รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยครั้ง แต่ละครั้งออกมาเพียงนิดเดียว
  • มีอาการแสบขัดอย่างรุนแรงโดยเฉพาะตอนหยดสุดท้าย
  • ปัสสาวะอาจมีสีขุ่น หรือในบางรายอาจเห็นเป็นเลือดปนออกมา
  • มักมีอาการปวดหน่วงบริเวณเหนือหัวหน่าวร่วมด้วย

นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ปวดบิดรุนแรงที่คาดเดาไม่ได้

ต่างจากอาการอักเสบที่เป็นผลจากการติดเชื้อ นิ่วเกิดจากการสะสมของแร่ธาตุในปัสสาวะจนกลายเป็นก้อนแข็ง เมื่อก้อนนิ่วเหล่านี้เคลื่อนที่หรือไปอุดตันทางเดินปัสสาวะ ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนผ่านความเจ็บปวดที่รุนแรงกว่าปกติ

อาการเตือนภัยที่บอกว่าอาจมีนิ่วซ่อนอยู่

ลักษณะเด่นของนิ่วคืออาการปวดแบบบิดเกร็ง (Colicky Pain) ซึ่งเป็นความปวดที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นอย่างรุนแรง มักปวดร้าวตั้งแต่บริเวณบั้นเอวไปจนถึงขาหนีบ นอกจากนี้อาจพบอาการปัสสาวะไม่ออกกะทันหัน หรือปัสสาวะสะดุดเป็นช่วงๆ หากนิ่วขยับไปอุดตันทางเดินปัสสาวะส่วนบน อาการปวดจะแผ่ซ่านและรุนแรงมากจนคนไข้ไม่สามารถนั่งหรือนอนให้นิ่งได้เลย

วิธีสังเกตความแตกต่างด้วยตัวเองเบื้องต้น

หากถามถึงจุดตัดสิน หมออยากให้ลองสังเกตลักษณะความเจ็บและประวัติอาการดังนี้:

  • ถ้าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ: มักจะเจ็บแบบแสบขัดตอนปัสสาวะมากกว่าปวดร้าวไปที่หลัง และมักมีอาการต่อเนื่องแม้ไม่ได้ปัสสาวะ แต่ไม่ถึงกับปวดบิดรุนแรงจนเหงื่อแตก
  • ถ้าเป็นนิ่ว: มักมาพร้อมกับอาการปวดบิดที่หลังหรือสีข้างรุนแรง อาจมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย และปัสสาวะอาจดูปกติหากนิ่วไม่ได้ทำให้อักเสบหรือเลือดออก

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบมาพบหมอเพื่อตรวจให้แน่ชัด

การตรวจวินิจฉัยในปัจจุบันทำได้ง่ายและแม่นยำด้วยการตรวจปัสสาวะเพื่อหาการติดเชื้อ หรือการทำอัลตราซาวด์เพื่อดูว่ามีก้อนนิ่วอุดตันอยู่หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นอาการใดก็ตาม หากมีไข้สูง หนาวสั่น ปัสสาวะเป็นเลือดจำนวนมาก หรือปวดจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ หมอแนะนำว่าอย่ารอให้หายเอง หรืออย่าซื้อยาปฏิชีวนะทานเองโดยไม่ได้ปรึกษา เพราะหากเป็นนิ่ว การกินยาฆ่าเชื้อก็ไม่ช่วยให้ก้อนนิ่วหายไปและอาจทำให้การรักษาล่าช้าจนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไตได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down