เคยเห็นหรือเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม เพื่อนแกล้งดึงเก้าอี้ออกตอนกำลังจะนั่งจนล้มก้นกระแทกพื้นอย่างแรง หรือการผลักกันเล่นๆ จนหัวไปโขกกับกำแพงหรือโต๊ะเรียน หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องตลกขบขันในกลุ่มเพื่อน และคิดว่าเจ็บนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย แต่ในฐานะหมอ หมออยากจะเตือนด้วยความห่วงใยเลยว่า การเล่นแผลงๆ หรือการแกล้งกันแบบนี้แฝงไปด้วยอันตรายร้ายแรงที่อาจเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งไปตลอดกาล นั่นคือความเสี่ยงในการเกิดภาวะบาดเจ็บที่สมอง
เล่นกันแรงๆ จนหัวกระแทก: เรื่องเล่นที่อาจไม่เล่นอย่างที่คิด
หลายครั้งที่คนไข้มาหาหมอด้วยอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หลังจากเล่นสนุกกับกลุ่มเพื่อนแล้วเกิดอุบัติเหตุล้มหรือถูกกระแทก สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการละเลยอาการเหล่านี้เพราะคิดว่าไม่ได้มีแผลเลือดออกภายนอก หรือหัวไม่ได้โนปูดขึ้นมา แต่ในความเป็นจริงแล้ว สมองของเรามีความบอบบางมาก และการบาดเจ็บภายในอาจจะกำลังเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว
ทำความรู้กับ ภาวะการกระทบกระเทือนทางสมองจาก การกระแทกและแรงสั่นสะเทือน
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หมออยากให้จินตนาการว่าสมองของเรามีลักษณะนุ่มนิ่มคล้ายเยลลี่ที่ลอยอยู่ในน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง โดยมีกะโหลกศีรษะที่แข็งแกร่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันภายนอก
เมื่อเกิด ภาวะการกระทบกระเทือนทางสมองจาก แรงกระแทกอย่างกะทันหัน ไม่ว่าจะเป็นการถูกชน การล้มก้นกระแทกจนเกิดแรงสะเทือนย้อนขึ้นไปถึงศีรษะ หรือการที่หัวโขกกับสิ่งของอย่างแรง สมองที่นุ่มนิ่มจะเคลื่อนที่ไปชนกับผนังแข็งๆ ของกะโหลกศีรษะอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงและแรงกระแทกนี้ทำให้เซลล์สมองและเส้นประสาทเกิดการยืดตัว บิดเบี้ยว หรือเกิดการทำงานที่ผิดปกติไปชั่วคราว ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของอาการผิดปกติต่างๆ ที่ตามมา
อาการเตือนแบบไหนที่บอกว่าสมองกำลังแย่?
หลังจากการโดนแกล้งหรือเกิดอุบัติเหตุกระแทก อาการอาจไม่ได้แสดงออกมาทันที บางรายอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือเป็นวันกว่าจะเริ่มรู้สึกผิดปกติ ดังนั้น การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยอาการส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อยมีดังนี้
- อาการทางร่างกาย: มีอาการปวดศีรษะตื้อๆ เวียนศีรษะ รู้สึกมึนงงเหมือนบ้านหมุน คลื่นไส้หรืออาเจียน ทรงตัวลำบาก เดินเซ และรู้สึกเหนื่อยล้าผิดปกติ
- อาการทางระบบประสาทสัมผัส: มีความไวต่อแสงแดดหรือเสียงดังผิดปกติ ตาพร่ามัว หรือได้ยินเสียงวิ้งๆ ในหู
- อาการทางอารมณ์และความคิด: รู้สึกสมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก สมาธิสั้นลง หลงลืมง่าย หงุดหงิดง่ายกว่าปกติ หรือมีอารมณ์แปรปรวน
สัญญาณอันตรายสีแดงที่ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที
หากคนใกล้ตัวหรือคนที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุหัวกระแทกมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น หมอแนะนำว่าอย่านิ่งนอนใจและห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด เพราะอาจเป็นสัญญาณของเลือดออกในสมองหรือสมองบวมน้ำที่อันตรายถึงชีวิต
- อาการปวดศีรษะที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และกินยาแก้ปวดก็ไม่ทุเลา
- อาเจียนพุ่งอย่างรุนแรงมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป
- มีอาการง่วงซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือพูดจาสับสนไม่รู้เรื่อง
- แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ชาตามร่างกาย หรือเดินเซอย่างเห็นได้ชัด
- รูม่านตาทั้งสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน
- มีอาการชักเกร็ง หรือหมดสติไปแม้เพียงเสี้ยววินาที
วิธีดูแลตัวเองและพักฟื้นสมองให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
หากแพทย์ตรวจประเมินแล้วพบว่าเป็นการกระทบกระเทือนทางสมองในระดับที่ไม่รุนแรงและอนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ หัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาคือ การพักผ่อนสมอง ซึ่งมีแนวทางในการปฏิบัติตัวดังนี้
งดการใช้สมองและสายตาอย่างหนัก
ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก สมองต้องการพลังงานในการซ่อมแซมตัวเองสูงมาก จึงควรงดการเล่นเกม การจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือการอ่านหนังสือหนักๆ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีเสียงดังและแสงจ้า
พักผ่อนให้เพียงพอและงดกิจกรรมโลดโผน
ควรนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ และห้ามกลับไปเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการล้มหรือกระแทกซ้ำเด็ดขาด เพราะหากสมองได้รับการกระแทกซ้ำในช่วงที่ยังไม่หายดี อาจเกิดภาวะสมองบวมรุนแรงเฉียบพลันซึ่งอันตรายมาก
หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางประเภทเอง
หากมีอาการปวดศีรษะ สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงยาทุกชนิดที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน หรือยากลุ่มไอบูโพรเฟน เว้นแต่แพทย์จะเป็นผู้สั่งยาให้เท่านั้น
สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่า ความสนุกสนานจากการแกล้งกันเพียงชั่วครู่ อาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ การสร้างความตระหนักรู้และระมัดระวังในการเล่นกันในกลุ่มเพื่อนหรือคนในครอบครัว จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อรักษาชีวิตและสมองของเราให้อยู่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไปนานๆ