ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

มีคนไข้หลายท่านมาปรึกษาหมอเรื่อง 'ตับอักเสบ' ด้วยความกังวล เพราะได้ยินชื่อโรคนี้บ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร เกิดจากอะไร และเราจะสังเกตตัวเองได้อย่างไร วันนี้หมอจะขอมาเล่าเรื่องตับอักเสบให้ฟังแบบหมดเปลือก เหมือนคุยกันในคลินิก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเจ้าโรคนี้มากขึ้น และดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธี

ตับอักเสบคืออะไรกันแน่? เมื่อตับเราเกิดอาการ 'ไม่สบาย'

ลองนึกภาพว่าตับของเราเป็นเหมือนโรงงานสำคัญในร่างกาย ทำหน้าที่หลายอย่าง ตั้งแต่กำจัดสารพิษ สร้างโปรตีนที่จำเป็น ไปจนถึงช่วยย่อยอาหาร และเก็บพลังงาน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ตับเกิดอาการ 'อักเสบ' ขึ้นมา ก็เหมือนโรงงานนี้กำลังมีปัญหา!

ในทางการแพทย์ 'ตับอักเสบ' (Hepatitis) หมายถึง ภาวะที่เซลล์ตับถูกทำลายหรือเกิดการอักเสบขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ มากมาย การอักเสบนี้จะส่งผลให้ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ บางครั้งอาจแสดงอาการให้เห็นชัดเจน หรือบางครั้งก็เป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำลายตับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตรวจเจอ

ตับอักเสบเฉียบพลัน vs. เรื้อรัง: สองรูปแบบที่เราต้องรู้

ตับอักเสบไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว แต่เราสามารถแบ่งคร่าวๆ ได้เป็น 2 ชนิดหลักๆ ตามระยะเวลาของการอักเสบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีความสำคัญและวิธีดูแลที่แตกต่างกัน

ตับอักเสบเฉียบพลัน: อาการมาไว หายไว หรือไปต่อ?

ตับอักเสบเฉียบพลัน คือภาวะที่ตับมีการอักเสบเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่มักมีอาการไม่เกิน 6 เดือน อาการของตับอักเสบชนิดนี้มักจะค่อนข้างรุนแรงและแสดงออกชัดเจน เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และที่สำคัญคือ ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด ถ้าได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ตับอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่มักจะหายขาดได้เอง หรือหายได้ด้วยการรักษา อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีก็อาจลุกลามจนเป็นตับวายเฉียบพลัน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ตับอักเสบเรื้อรัง: ภัยเงียบที่ต้องดูแลระยะยาว

ตรงกันข้ามกับแบบเฉียบพลัน ตับอักเสบเรื้อรัง คือภาวะที่ตับมีการอักเสบต่อเนื่องยาวนานกว่า 6 เดือนขึ้นไป ความน่ากลัวของตับอักเสบเรื้อรังคือ ผู้ป่วยจำนวนมากมัก ไม่มีอาการที่ชัดเจน ในช่วงแรกๆ บางคนอาจรู้สึกแค่เพลียๆ หรือไม่สบายตัวเล็กน้อย ทำให้ไม่รู้ตัวว่ากำลังป่วยอยู่ กว่าจะรู้ตัวอีกที ตับอาจถูกทำลายไปมากแล้วจนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น ตับแข็ง และมะเร็งตับ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการตรวจสุขภาพประจำปีจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองการทำงานของตับ

ทำไมตับถึงอักเสบได้? มาดูกันที่สาเหตุยอดนิยม

การอักเสบของตับเกิดได้จากหลายปัจจัยมากๆ เหมือนกับว่ามีหลายอย่างที่พร้อมจะเข้ามาทำร้ายโรงงานตับของเราได้ตลอดเวลา เรามาดูกันว่าสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ตับอักเสบมีอะไรบ้าง

ไวรัสตับอักเสบ: ตัวการสำคัญที่พบได้บ่อย

นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด และเป็นที่มาของชื่อโรคที่เราคุ้นเคยกันดี ไวรัสตับอักเสบมีหลายสายพันธุ์หลักๆ ที่มักทำให้เกิดปัญหาในคน ได้แก่

  • ตับอักเสบ A: ติดกันได้ง่ายๆ แค่ไหน?
    เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ A มักติดต่อผ่านการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น อาหารที่ไม่สะอาด ผักสดที่ล้างไม่ดี หรือน้ำแข็งที่ทำจากน้ำไม่สะอาด เป็นชนิดที่มักหายได้เองและไม่กลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง มีวัคซีนป้องกันได้
  • ตับอักเสบ B: ภัยเงียบที่ต้องเฝ้าระวัง
    เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ B ติดต่อผ่านเลือด สารคัดหลั่ง การมีเพศสัมพันธ์ หรือจากแม่สู่ลูกตอนคลอด เป็นสาเหตุสำคัญของตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับในประเทศไทย แม้จะมีวัคซีนป้องกันได้ แต่ผู้ที่ติดเชื้อแล้วบางรายอาจกลายเป็นพาหะเรื้อรังและต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
  • ตับอักเสบ C: โรคนี้รักษาให้หายได้จริงหรือ?
    เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ C ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งเช่นเดียวกับตับอักเสบ B แต่ส่วนใหญ่มักกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง และนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้ อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือปัจจุบันมียาต้านไวรัสชนิดใหม่ที่สามารถรักษาตับอักเสบ C ให้หายขาดได้ในอัตราที่สูงมาก
  • ตับอักเสบ D และ E: พี่น้องร่วมตระกูลที่ต้องรู้จัก
    • ตับอักเสบ D: เป็นไวรัสที่แปลกกว่าเพื่อน เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบได้ก็ต่อเมื่อมีเชื้อไวรัสตับอักเสบ B อยู่ในร่างกายเท่านั้น มักทำให้เกิดอาการรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
    • ตับอักเสบ E: คล้ายกับตับอักเสบ A คือมักติดต่อผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ มักเป็นแบบเฉียบพลันและหายเองได้ แต่บางครั้งอาจรุนแรงในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ตับอักเสบจากสาเหตุอื่นๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้

นอกเหนือจากไวรัสแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถทำให้ตับของเราอักเสบได้ ซึ่งบางครั้งเราอาจมองข้ามไป

  • ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป: การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นประจำ จะทำให้ตับต้องทำงานหนักเพื่อกำจัดสารพิษ และเกิดการอักเสบสะสม จนนำไปสู่ภาวะ ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ ตับแข็ง และอาจถึงขั้นตับวายได้
  • ยาบางชนิด: ยาบางประเภท แม้จะเป็นยาที่จำเป็น ก็อาจส่งผลข้างเคียงทำให้ตับอักเสบได้ เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาลดไขมันบางตัว หรือแม้แต่ยาพาราเซตามอล หากกินเกินขนาด การกินยาใดๆ ก็ตามจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ
  • ไขมันพอกตับ: เป็นภาวะที่พบได้บ่อยขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เป็นโรคอ้วน เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง เมื่อมีไขมันไปสะสมในตับมากเกินไป อาจนำไปสู่ ตับอักเสบจากไขมัน (NASH) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของตับแข็งและมะเร็งตับในอนาคต
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายโจมตีตัวเอง (Autoimmune Hepatitis): ในบางกรณี ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราเองอาจเข้าใจผิดและหันมาโจมตีเซลล์ตับ ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมาเองโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน
  • สารพิษบางชนิด: การสัมผัสสารเคมีหรือสารพิษบางอย่าง เช่น สารกำจัดศัตรูพืช เห็ดพิษ ก็อาจทำให้ตับอักเสบเฉียบพลันและรุนแรงได้

จะเห็นได้ว่า 'ตับอักเสบ' เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราทุกคนควรทำความเข้าใจ เพราะมีทั้งชนิดที่หายได้เอง ชนิดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ และชนิดที่เป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำลายตับ การรู้จักกับคำจำกัดความและประเภทของโรคนี้ จะช่วยให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตับ และพร้อมที่จะปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ เพื่อการดูแลสุขภาพตับที่ดีในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down