ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมไอแล้วถึงตัวเขียว? เข้าใจกลไกง่ายๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายลูก

ลองจินตนาการถึงคืนที่ลูกน้อยเริ่มมีอาการไอ ไอติดต่อกันเป็นชุดจนหอบหายใจไม่ทัน หน้าเริ่มแดง และในที่สุดบริเวณริมฝีปากหรือรอบดวงตากลับกลายเป็นสีเขียวคล้ำ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจและวิตกกังวลให้คนเป็นพ่อแม่อย่างมาก

ในทางการแพทย์ อาการเขียวคล้ำ (Cyanosis) เกิดจากการที่ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเด็กไอติดต่อกันรุนแรง ลมหายใจเข้าจะถูกขัดจังหวะ ทางเดินหายใจอาจเกิดการหดเกร็ง บวม หรือมีเสมหะเหนียวข้นไปอุดกั้น ทำให้ปอดไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ตามปกติ เลือดที่ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายจึงมีออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผิวหนังและเยื่อบุบริเวณริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้า เปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือสีเขียว

เกณฑ์การพิจารณาพบแพทย์ฉุกเฉินเมื่อเด็กมีอาการไอร่วมกับอาการเขียวคล้ำ

การประเมินความรุนแรงอย่างทันท่วงทีคือสิ่งสำคัญที่สุด หากพบว่าลูกมีอาการไอร่วมกับภาวะตัวเขียว ให้ใช้ เกณฑ์การพิจารณาพบแพทย์ฉุกเฉิน ต่อไปนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องพาเด็กส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

  • ริมฝีปาก ลิ้น หรือใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ (Central Cyanosis): นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจนขั้นวิกฤต ต่างจากการเขียวแค่ปลายมือปลายเท้าที่อาจเกิดจากอากาศเย็น
  • มีภาวะหายใจลำบากอย่างเห็นได้ชัด: สังเกตเห็นปีกจมูกบานเวลาหายใจ ชายโครงบุ๋ม อกบุ๋ม หรือคอบุ๋มขณะพยายามสูดลมหายใจเข้า
  • มีเสียงหายใจผิดปกติ: ได้ยินเสียงหวีด (Wheezing) หรือเสียงครืดคราดรุนแรงในอก รวมถึงเสียงหายใจเข้าที่ดังแหลมผิดปกติ (Stridor) แม้ขณะที่ลูกไม่ได้ร้องไห้
  • ไอติดต่อกันจนหยุดหายใจหรือกั้นหายใจ: มีช่วงหยุดหายใจนานเกิน 10-15 วินาทีหลังจากไอเสร็จ
  • ซึมลง ไม่ตอบสนอง หรือร้องไห้ไม่มีเสียง: เด็กดูอ่อนแรงอย่างมาก ไม่สบตา ไม่งอแงตามปกติ หรือมีอาการซึมจนปลุกยาก ซึ่งเกิดจากสมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • สงสัยภาวะสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ: อาการไอและเขียวคล้ำเกิดขึ้นทันทีทันใดขณะกำลังกินอาหารหรือเล่นของเล่นชิ้นเล็ก

สาเหตุที่พบได้บ่อยเมื่อเด็กไอร่วมกับมีภาวะเขียวคล้ำ

อาการไอจนตัวเขียวไม่ได้เกิดจากไข้หวัดธรรมดา แต่ มักมีโรคหรือภาวะแอบแฝงที่ต้องการการรักษาเฉพาะทาง

โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันและ RSV

เชื้อไวรัส RSV มักทำให้เกิดการอักเสบของหลอดลมเล็กในเด็กเล็ก ส่งผลให้มีเสมหะเหนียวข้นจำนวนมากอุดทางเดินหายใจ ทำให้เด็กไอหนักจนหายใจไม่ทันและเกิดอาการเขียวได้

โรคไอกรน (Pertussis)

ลักษณะเฉพาะคือเด็กจะไอชุดยาวๆ ติดต่อกันหลายสิบครั้งจนหายใจเข้าไม่ทัน หน้าดำหน้าแดง และอาจจบลงด้วยการไอเสียงก้องหรือตัวเขียวเนื่องจากขาดอากาศ

โรคครูป (Croup)

เกิดการอักเสบและบวมของกล่องเสียงและหลอดลมส่วนบน ทำให้เด็กไอเสียงก้องเหมือนสุนัขเห่า (Barking cough) หายใจลำบาก และอาจเกิดอาการเขียวคล้ำได้หากทางเดินหายใจตีบแคบลงมาก

วิธีรับมือเฉพาะหน้า สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเมื่อลูกไอจนเขียวคล้ำ

เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ฉุกเฉิน การตั้งสติและปฏิบัติอย่างถูกต้องจะช่วยลดอันตรายต่อตัวเด็กได้มากที่สุด

สิ่งที่ควรทำ:

  • อุ้มเด็กในท่าหัวสูงหรือนั่งตัวตรง เพื่อช่วยให้ปอดขยายตัวและหายใจได้สะดวกขึ้น
  • หากสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดคอและเด็กยังพอพูดหรือไอได้ ให้กระตุ้นให้ไอออกมาเอง แต่หากไม่หายใจและหมดสติ ให้ทำการปฐมพยาบาลตามขั้นตอนช่วยเหลือสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ (Heimlich Maneuver หรือ Back Blows ในเด็กเล็ก)
  • รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือโทรแจ้งสายด่วนกู้ชีพ 1669 ทันที

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด:

  • ห้ามใช้นิ้วกวาดลงไปในคอเด็กโดยมองไม่เห็นสิ่งของ เพราะอาจดันให้สิ่งแปลกปลอมเลื่อนลงไปอุดทางเดินหายใจลึกกว่าเดิม
  • ห้ามเขย่าตัวเด็กแรงๆ เพราะอาจทำให้เด็กตกใจและเกร็ง ซึ่งยิ่งทำให้การหายใจแย่ลง
  • ห้ามป้อนน้ำหรือยาใดๆ ขณะที่เด็กกำลังไอหนักหรือมีอาการซึม เพราะเสี่ยงต่อการสำลักเข้าปอด

เมื่อไปถึงห้องฉุกเฉิน หมอจะช่วยประเมินและดูแลลูกอย่างไร?

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์และพยาบาลจะทำการประเมินสัญญาณชีพและระดับออกซิเจนในเลือด (Oxygen Saturation) ทันที ขั้นตอนการรักษาหลักๆ ได้แก่ การให้ออกซิเจนเสริม การพ่นยาเพื่อขยายหลอดลมหรือลดอาการบวมของทางเดินหายใจ การดูดเสมหะออกจากทางเดินหายใจอย่างถูกวิธี และอาจมีการเอ็กซเรย์ปอดเพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม

การรับรู้และเข้าใจ เกณฑ์การพิจารณาพบแพทย์ฉุกเฉิน เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที เพราะการได้รับออกซิเจนและการรักษาที่เหมาะสมอย่างรวดเร็ว คือหัวใจสำคัญในการปกป้องสมองและชีวิตของลูกน้อย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down