ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงไอจนตัวเขียว? เข้าใจกลไกการขาดออกซิเจนในเด็ก

เสียงไอของลูกที่ดังระดมติดต่อกันจนลูกเริ่มหายใจไม่ทัน หน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มจนกลายเป็นสีคล้ำ ริมฝีปากที่เคยชมพูกลับกลายเป็นสีเขียวม่วง คือหนึ่งในสถานการณ์ที่สร้างความตกใจและหวาดกลัวให้กับคนเป็นพ่อแม่มากที่สุด

ในทางแพทย์ อาการไอร่วมกับภาวะตัวเขียวคล้ำ (Cyanosis) ไม่ใช่แค่เรื่องของการไอธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระดับออกซิเจนในเลือดของลูกกำลังลดต่ำลงอย่างน่าเป็นห่วง กลไกเกิดจากเมื่อเด็กไอติดต่อกันเป็นชุดอย่างรุนแรง ลมในปอดจะถูกขับออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีช่วงจังหวะให้หายใจเอาอากาศใหม่เข้าไป ส่งผลให้ความดันในอกสูงขึ้น เลือดไหลเวียนกลับเข้าสู่หัวใจได้น้อยลง และทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่เพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปาก ลิ้น เล็บมือ และเล็บเท้า

เกณฑ์การพิจารณาพบแพทย์ฉุกเฉินเมื่อเด็กมีอาการไอร่วมกับอาการเขียวคล้ำ

เมื่อไหร่ก็ตามที่อาการไอของลูกไม่ได้จบลงแค่การแคะคายคอ แต่เริ่มมีสัญญาณของระบบทางเดินหายใจล้มเหลว คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้เกณฑ์การพิจารณาพบแพทย์ฉุกเฉินทันที โดยไม่ต้องรอสังเกตอาการที่บ้าน ดังต่อไปนี้

  • ริมฝีปาก ลิ้น หรือใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำหรือมัวม่วง: แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ขณะไอ แต่หากเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง ถือเป็นข้อบ่งชี้ฉุกเฉินที่ต้องได้รับการตรวจเช็กลมหายใจและระดับออกซิเจนทันที
  • หายใจลำบากและมีอาการดึงรั้งของกล้ามเนื้อ: สังเกตเห็นปีกจมูกขยับบานกว้างเวลาหายใจ บริเวณซอกคอ บุ๋มลงไปลึก หรือชายโครงบุ๋มตามจังหวะการหายใจ แสดงว่าลูกกำลังใช้แรงอย่างมากในการดึงอากาศเข้าปอด
  • มีเสียงหายใจผิดปกติ: เกิดเสียงหายใจวี้ด (Wheezing) หรือเสียงหายใจดังครืดคราดแหลมสูงขณะสูดลมหายใจเข้า (Stridor) ซึ่งบ่งบอกถึงการแคบลงของหลอดลมหรือกล่องเสียง
  • อาการไอเป็นชุดจนหยุดไม่ได้และหน้าดำหน้าแดง: ไอติดต่อกัน 10-20 ครั้งโดยไม่มีจังหวะหายใจเข้า จนหน้าเริ่มเขียว หรือตามมาด้วยการอาเจียนพุ่งและมีเสียงสูดลมหายใจดังวู๊ป
  • เด็กมีอาการซึมลง อ่อนแรง หรือไม่ตอบสนอง: หากลูกเริ่มดวงตาลอย ไม่สบตา ร้องไห้ไม่มีเสียง หรือดูหมดแรงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการไอ นี่คือภาวะวิกฤตที่สมองเริ่มได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • สงสัยภาวะสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ: หากเด็กมีอาการไอขึ้นมาอย่างกะทันหันขณะกำลังกินอาหาร เลี้ยงขนม หรือเล่นของเล่นชิ้นเล็ก แล้วมีอาการหน้าเขียวคล้ำทันที

โรคยอดฮิตที่มักทำให้เกิดอาการไอร่วมกับภาวะตัวเขียว

อาการไอจนตัวเขียวเกิดได้จากหลายสาเหตุในระบบทางเดินหายใจของเด็ก ซึ่งโรคที่พบได้บ่อย ได้แก่

โรคไอกรน (Pertussis)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เด็กมีอาการไอติดต่อกันเป็นชุดยาว ๆ จนหายใจไม่ทัน หน้าดำหน้าแดง และริมฝีปากเขียวคล้ำ เมื่อไอเสร็จจะพยายามสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงจนเกิดเสียงวู๊ป มักพบได้บ่อยและมีความรุนแรงสูงในเด็กเล็กที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบ

กลุ่มโรคครูป (Croup)

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนและกล่องเสียงบวม เด็กจะมีอาการไอเสียงห้าวเหมือนหมาเห่า (Barking cough) เสียงพูดหรือเสียงร้องไห้แหบ และหากหลอดลมบวมมาก จะทำให้หายใจลำบากจนเกิดภาวะตัวเขียวได้

โรคหลอดลมฝอยอักเสบจากเชื้อ RSV

พบได้บ่อยมากในเด็กเล็กต่ำกว่า 2 ปี เชื้อ RSV จะทำให้เกิดเสมหะเหนียวข้นจำนวนมากอุดกั้นในหลอดลมฝอย ส่งผลให้เด็กไอหนัก หายใจเร็วแรง มีเสียงวี้ด และเกิดภาวะขาดออกซิเจนจนปากเขียวได้ง่าย

ภาวะสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าทางเดินหายใจ

เศษอาหาร ของเล่นชิ้นเล็ก หรือเม็ดถั่ว ที่หลุดเข้าไปอุดหลอดลม จะขัดขวางการไหลเวียนของอากาศโดยสมบูรณ์ ทำให้เด็กไออย่างรุนแรงทันทีและตัวเขียวคล้ำอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่คุณพ่อแม่ควรทำทันทีเมื่อเห็นลูกไอจนเริ่มมีสีผิวเขียวคล้ำ

เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ตรงหน้า การตั้งสติและปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องจะช่วยลดอันตรายต่อตัวเด็กได้มากที่สุด

  • อุ้มลูกให้อยู่ในท่านั่งหรืออุ้มพาดบ่า: ห้ามนอนราบเด็ดขาด เพราะท่านั่งจะช่วยให้ปอดขยายตัวได้ดีที่สุดและช่วยให้ขับเสมหะได้ง่ายขึ้น
  • ปลดเสื้อผ้าให้หลวม: คลายกระดุมเสื้อผ้าบริเวณคอและหน้าอก เพื่อไม่ให้มีสิ่งกดทับการเคลื่อนไหวของทรวงอก
  • เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท: พาลูกไปยังบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์และถ่ายเทสะดวก
  • ห้ามล้วงคอเด็ดขาด: หากสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดคอ ห้ามใช้มือล้วงเข้าไปในปากโดยมองไม่เห็น เพราะอาจยิ่งดันสิ่งแปลกปลอมลงไปลึกกว่าเดิม หากเด็กยังไอได้ ให้เชียร์ให้ไอออกมา แต่หากเด็กไม่หายใจและหมดสติ ให้ทำการปฐมพยาบาลตามขั้นตอนกระทุ้งหน้าท้อง (Heimlich Maneuver) หรือตบหลังในเด็กเล็ก
  • รีบเดินทางไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669: หากพบว่าริมฝีปากเขียวไม่หาย หรือเด็กเริ่มซึมลง ให้รีบนำส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

การป้องกันและการรับมือเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

ภาวะไอจนตัวเขียวในเด็กไม่ใช่เรื่องที่ควรรอสังเกตอาการที่บ้าน การขาดออกซิเจนเพียงไม่กี่นาทีอาจส่งผลกระทบต่อสมองและพัฒนาการของเด็กได้ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคทางเดินหายใจตามวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม เช่น วัคซีนไอกรน วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และการระมัดระวังเรื่องของเล่นชิ้นเล็ก ถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

หากไม่แน่ใจในอาการของลูก หรือพบว่าลูกไอหนักจนดูเหนื่อยล้าผิดปกติ การพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กลมหายใจและฟังเสียงปอดคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกน้อยเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down