ช่วงนี้ใครมีอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือรู้สึกว่าน้ำหนักลดลงไป1-2กิโลแบบหาสาเหตุไม่ได้บ้างไหม เวลาที่คนไข้มาปรึกษาผมด้วยอาการเหล่านี้ หนึ่งในสิ่งที่เราต้องนึกถึงเสมอแม้ว่ายุคนี้สุขอนามัยจะดีขึ้นมากแล้วก็ตาม ก็คือเรื่องของโรคพยาธิในทางเดินอาหาร ซึ่งหลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือคิดว่าน่าจะมีแต่ในเด็กๆ เท่านั้น แต่ความจริงแล้วผู้ใหญ่อย่างเราก็มีโอกาสรับเจ้าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เข้ามาอาศัยอยู่ในท้องได้ตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว
พยาธิในท้องเรามาจากไหน และแอบเข้ามาตอนไหนกันแน่
เวลาคุยกันในห้องตรวจ หลายคนมักจะทำหน้าตกใจเมื่อรู้ว่าตัวเองมีพยาธิในลำไส้ คำถามแรกที่มักจะได้ยินบ่อยๆ คือ ไปติดมาตอนไหน เพราะกินอาหารก็ระวังดีแล้ว สาเหตุหลักส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากความสกปรกระดับมองเห็นด้วยตาเปล่าหรอกครับ แต่มักจะมาจากการที่เราเผลอกินไข่ของพยาธิเข้าไปปะปนกับอาหารหรือน้ำดื่ม โดยเฉพาะอาหารประเภทย่างๆ สุกๆ ดิบๆ ผักสดที่ล้างไม่สะอาด หรือแม้แต่การเดินเท้าเปล่าบนดินที่ปนเปื้อน พยาธิตัวเล็กจิ๋วหรือไข่ของมันก็สามารถชอนไชผ่านผิวหนังเข้ามาเติบโตในร่างกายเราได้อย่างเงียบๆ
สังเกตอย่างไรดีว่า ท้องของเรากำลังมีพยาธิแอบอาศัยอยู่
อาการของคนที่ติดเชื้อพยาธิในทางเดินอาหารนั้นมีความหลากหลายมาก บางคนอาจจะไม่มีอาการอะไรเลยจนกระทั่งไปตรวจอุจจาระโดยบังเอิญ แต่สำหรับคนที่เริ่มมีอาการแสดงออกมา ร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง เช่น ท้องอืดท้องเฟ้อเรื้อรัง ปวดท้องบิดๆ เป็นๆ หายๆ คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือบางคนกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนแถมน้ำหนักยังลดลงเรื่อยๆ อีกด้วย อาการคันรอบก้นตอนกลางคืนก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณคลาสสิกที่มักจะเจอได้บ่อยในพยาธิบางชนิด
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับอาการคันรอบก้นและพยาธิเส้นด้าย
หลายคนเข้าใจว่าอาการคันยุบยิบแถวรอบๆ ทิวทัศน์ก้นตอนดึกๆ เป็นเรื่องปกติของการแพ้อากาศหรือผิวแห้ง แต่ในทางการแพทย์ อาการนี้คือสัญลักษณ์ประจำตัวของพยาธิเส้นด้ายเลยครับ ช่วงกลางคืนตัวเมียจะคลานออกมาวางไข่บริเวณรอบทวารหนัก ทำให้เกิดอาการคันระคายเคือง ซึ่งถ้าเราเผลอเกาแล้วไม่ได้ล้างมือให้สะอาด ไข่พยาธิก็จะติดเล็บแล้ววนกลับเข้าปากตัวเอง กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้พยาธิเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในร่างกาย
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอุจจาระหาพยาธิ
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าระบบย่อยอาหารรวนเรผิดปกติ ท้องเสียสลับท้องผูกโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการคันรอบก้นเรื้อรัง แนะนำว่าควรลองมาพบแพทย์เพื่อตรวจวิเคราะห์อุจจาระดูครับ การตรวจนี้ไม่ได้ยุ่งยากและน่ากลัวอย่างที่คิด เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยยืนยันได้แน่นอนว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับพยาธิชนิดไหนอยู่ เพื่อจะได้เลือกใช้ยาถ่ายพยาธิให้ตรงจุดและกำจัดได้อย่างหมดจด
วิธีรักษาและการกินยาถ่ายพยาธิให้ถูกต้อง
ข่าวดีคือพยาธิในทางเดินอาหารปัจจุบันนี้รักษาหายขาดได้ง่ายมากครับ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาถ่ายพยาธิที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับชนิดของพยาธิที่เราพบ สิ่งสำคัญคือต้องกินยาตามขนาดและระยะเวลาที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำอย่างเคร่งครัด ไม่ควรไปหาซื้อยาถ่ายพยาธิมากินเองตามอำเภอใจ เพราะพยาธิแต่ละชนิดมีความดื้อยาและวงจรชีวิตที่ต่างกัน การใช้ยาไม่ถูกกับโรค นอกจากจะไม่หายแล้วยังอาจทำให้เชื้อดื้อยาได้อีกด้วย
ปรับพฤติกรรมอย่างไรไม่ให้พยาธิกลับมาเยือนซ้ำ
การกินยาถ่ายพยาธิรักษาให้หายเป็นเรื่องง่าย แต่การป้องกันไม่ให้มันกลับมาอีกคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ ลองมาเช็กพฤติกรรมเหล่านี้กันดูว่าเราทำได้ครบไหม
- กินร้อนร้อนจริงๆ: หลีกเลี่ยงอาหารดิบๆ หรือปรุงๆ ดิบๆ เช่น ลาบดิบ ก้อย ซูชิบางประเภท หรือเนื้อสัตว์ที่ผ่านความร้อนไม่ทั่วถึง
- ล้างมือให้เป็นนิสัย: ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงหลังสัมผัสดินหรือสัตว์เลี้ยง
- ล้างผักผลไม้ให้สะอาด: แช่และล้างน้ำไหลผ่านให้มั่นใจว่าไม่มีดินหรือไข่พยาธิหลงเหลืออยู่
- ดื่มน้ำสะอาด: ดื่มน้ำที่ผ่านการต้มสุกหรือผ่านระบบกรองที่ได้มาตรฐาน
โรคพยาธิในทางเดินอาหารไม่ใช่เรื่องน่าอายและไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องสุขอนามัยรอบตัวที่เราดูแลและป้องกันได้ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตเล็กน้อย เราก็สามารถบอกลาเจ้าแขกไม่ได้รับเชิญเหล่านี้และมีความสุขกับการกินอาหารอร่อยๆ ได้อย่างสบายใจแล้วครับ