ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมการปรับพฤติกรรมที่บ้านถึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับพ่อแม่

เวลาที่เราเจอพฤติกรรมชวนปวดหัวของลูก เช่น การไม่ยอมนอน งอแงเวลากินข้าว หรือการอาละวาดกลางห้าง หลายครั้งที่เราเผลอใช้อารมณ์หรือการดุว่า ซึ่งในระยะยาวมักไม่ได้ผลแถมยังทำให้บรรยากาศในบ้านตึงเครียดขึ้นไปอีก ในฐานะหมอที่ตรวจพัฒนาการเด็กและให้คำปรึกษาครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง ผมมักจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เปลี่ยนมุมมองจากการลงโทษ มาเป็นการใช้แนวทางการปรับพฤติกรรมและการเสริมแรงทางบวกที่บ้าน ซึ่งเป็นวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่อ่อนโยนและได้ผลยั่งยืนกว่ามาก

เสริมแรงทางบวกคืออะไร และทำไมถึงเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กได้ดีกว่าการดุ

หลักการง่ายๆ ของการเสริมแรงทางบวก คือการที่เราให้รางวัลหรือคำชมเชยทันทีเมื่อเด็กทำพฤติกรรมที่ถูกต้อง เพื่อกระตุ้นให้เขาอยากทำพฤติกรรมนั้นซ้ำอีก สมองของเด็กเรียนรู้ผ่านการตอบสนองจากคนรอบข้าง ถ้าเขาทำดีแล้วได้ความสนใจหรือคำชม สมองจะหลั่งสารความสุขออกมาและจำไว้ว่าพฤติกรรมนี้ดีงาม ควรทำอีก

วิธีชมลูกให้ถูกจุดเพื่อสร้างพลังบวก

การชมแค่คำว่าเก่งมากอาจจะกว้างเกินไป หมอแนะนำให้ชมระบุเจาะจงพฤติกรรม เช่น วันนี้ลูกเก็บของเล่นเข้าที่เองโดยแม่ไม่ต้องบอก แม่ภูมิใจจังเลย หรือ ขอบคุณที่ลูกอดทนรอคอยตอนแม่คุยโทรศัพท์เสร็จ การชมแบบนี้ทำให้เด็กเข้าใจชัดเจนว่าพฤติกรรมไหนที่ผู้ใหญ่ยอมรับ

เทคนิคการจัดการสิ่งแวดล้อมที่บ้านเพื่อลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์

เด็กเล็กมักตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบตัว การจัดบ้านให้เอื้อต่อพฤติกรรมที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

  • เคลียร์พื้นที่อันตรายหรือสิ่งล่อตาล่อใจ: หากไม่อยากให้ลูกวิ่งเล่นในโซนเปราะบาง ให้เก็บของพวกนั้นให้พ้นสายตาแทนการคอยพูดว่าอย่าจับตลอดเวลา
  • กำหนดกิจวัตรประจำให้ชัดเจน: เด็กจะรู้สึกปลอดภัยและควบคุมตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อรู้ว่าเวลาไหนต้องทำอะไร เช่น อาบน้ำ กินข้าว นอน เป็นเวลาเดิมทุกวัน
  • ให้ทางเลือกจำกัดแต่รู้สึกมีอำนาจ: แทนที่จะถามว่าจะใส่อ ชุดไหน ให้เปลี่ยนเป็นถามว่า ลูกจะใส่เสื้อสีแดงหรือสีฟ้า วิธีนี้ลดการต่อต้านและฝึกให้เขาตัดสินใจด้วยตัวเอง

รับมืออย่างไรเมื่อลูกเริ่มงอแงและทดสอบขีดจำกัด

ต่อให้จัดบ้านดีแค่ไหน เด็กก็ยังมีวันที่อารมณ์ไม่ดีและทดสอบความอดทนของเรา สิ่งสำคัญคือความนิ่งของคุณพ่อคุณแม่

วิธีจัดการความโกรธของลูกด้วยความเข้าใจ

เมื่อลูกอาละวาด สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ ห้ามใช้อารมณ์เข้าปะทะ ให้ใช้วิธีพาออกมาจากจุดเกิดเหตุ รอจนเขาสงบลงแล้วค่อยพูดคุยด้วยเหตุผลสั้นๆ การปล่อยให้เด็กเรียนรู้ผลกระทบตามธรรมชาติของพฤติกรรม เช่น ทำของเล่นพังแล้วไม่มีเล่นต่อ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยปรับพฤติกรรมได้โดยไม่ต้องตี

ความสม่ำเสมอของคนในบ้านคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

การปรับพฤติกรรมจะไม่ได้ผลเลยหากคุณพ่อทำอย่างหนึ่ง แต่คุณยายทำอีกอย่าง หรือวันนี้ยอมแต่วันนี้ดุ ลูกเกิดความสับสนและจะเรียนรู้ว่าจะต้องงอแงกับใครถึงจะได้สิ่งที่ต้องการ ดังนั้น ทุกคนในครอบครัวต้องคุยและตกลงกติกาเดียวกัน เพื่อให้เด็กเรียนรู้ขอบเขตที่ชัดเจนและเติบโตอย่างมีความสุขในบ้านที่อบอุ่น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down