ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สงสัยไหมว่าทำไมอาการปวดคอร้าวลงแขน ถึงไม่ใช่แค่ออฟฟิศซินโดรมธรรมดา?

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าอาการปวดเมื่อยบริเวณคอ บ่า ไหล่ หรือมีอาการชาลามลงไปที่ปลายนิ้ว เป็นเพียงแค่อาการกล้ามเนื้ออักเสบหรือออฟฟิศซินโดรมทั่วไปจากการนั่งทำงานนานๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากอาการเหล่านี้เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีอาการชาหนึบๆ เหมือนไฟช็อต หรือแขนขาเริ่มอ่อนแรง นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอตีบแคบ โรคกระดูกสันหลังที่พบได้บ่อยและสร้างความทรมานในการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อยเลยทีเดียว

ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้ที่มีอาการปวดคอมามากมาย หมอมักจะเปรียบเทียบกระดูกสันหลังส่วนคอให้คนไข้ฟังง่ายๆ ว่า ช่องกระดูกสันหลังของเราเปรียบเสมือนอุโมงค์ส่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีสายไฟเส้นสำคัญวิ่งผ่านอยู่ภายใน สายไฟที่ว่านี้คือไขสันหลังและเส้นประสาทหลักที่คอยสั่งการร่างกาย หากวันใดวันหนึ่งอุโมงค์นี้เกิดตีบแคบลงไปทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง ก็จะทำให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ ตามมานั่นเอง

ทำไมช่องไขสันหลังส่วนคอถึงตีบแคบลงได้?

เมื่อพูดถึงสาเหตุหลักของภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอตีบแคบ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกี่ยวข้องกับความเสื่อมตามวัยและการใช้งานร่างกายมาอย่างยาวนาน โดยมีกลไกสำคัญดังนี้

  • ความเสื่อมของหมอนรองกระดูกคอ: เมื่อเราอายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกที่เป็นเสมือนโช้คอัพคอยรับแรงกระแทกจะเริ่มสูญเสียน้ำและแบนลง ทำให้กระดูกคอแต่ละข้อขยับเข้ามาเบียดกันมากขึ้น
  • การก่อตัวของกระดูกงอก: ร่างกายพยายามซ่อมแซมตัวเองจากการที่กระดูกคอเสื่อม โดยการสร้างกระดูกงอก (Bone Spurs) ขึ้นมา แต่กระดูกงอกเหล่านี้มักจะยื่นเข้าไปในช่องไขสันหลังและเบียดกดทับเส้นประสาท
  • ความหนาตัวของเอ็นยึดกระดูก: เส้นเอ็นที่คอยยึดกระดูกคอจะหนาตัวและแข็งตัวขึ้นตามอายุ ทำให้พื้นที่ภายในช่องไขสันหลังแคบลงไปอีก

สังเกตสัญญาณเตือน: อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าเส้นประสาทคอกำลังโดนกดทับ?

ภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอตีบแคบนั้น อาการจะค่อยเป็นค่อยไปและมักจะรุนแรงขึ้นตามระดับของการกดทับ โดยหมออยากให้ลองสังเกตอาการเด่นๆ เหล่านี้

อาการกดทับเส้นประสาทส่วนคอ

มักจะปวดร้าวจากบริเวณคอ ลงไปที่สะบัก ไหล่ แขน หรือมือ ร่วมกับมีอาการชาเหมือนเป็นเหน็บที่ปลายนิ้ว บางรายอาจรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแขนหรือมือลีบลง หยิบจับของชิ้นเล็กๆ ลำบาก เช่น การติดกระดุมเสื้อ การเขียนหนังสือ หรือการใช้ตะเกียบ

อาการกดทับไขสันหลังส่วนคอ

กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากไขสันหลังทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายส่วนล่างด้วย คนไข้อาจมีอาการเดินเซ ทรงตัวลำบาก รู้สึกเหมือนขาทั้งสองข้างหนักๆ ตึงๆ ก้าวขาไม่ออก หรือในรายที่รุนแรงมากอาจสูญเสียการควบคุมระบบขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ

เมื่อมาพบหมอ เราจะตรวจเช็กอาการนี้ได้อย่างไรบ้าง?

การวินิจฉัยภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอตีบแคบจำเป็นต้องใช้ทั้งประวัติ อาการแสดง และการตรวจทางรังสีวิทยาประกอบกัน หมอจะเริ่มจากการตรวจร่างกายเพื่อดูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การตอบสนองของระบบประสาท (Reflexes) และการตรวจรับความรู้สึก

หลังจากนั้นจะส่งตรวจเพิ่มเติมที่จำเป็น เช่น การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งการทำ MRI จะช่วยให้เห็นภาพหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และไขสันหลังได้อย่างชัดเจนที่สุด ทำให้หมอสามารถระบุตำแหน่งและประเมินความรุนแรงของการตีบแคบได้อย่างแม่นยำ

วิธีรักษาเบื้องต้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

คนไข้ส่วนใหญ่มักจะกังวลว่าเมื่อเป็นโรคนี้แล้วจะต้องจบลงด้วยการผ่าตัดทุกราย แต่ในความเป็นจริง หากอาการยังอยู่ในระยะแรกเริ่มถึงปานกลาง การรักษาแบบประคับประคองสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างมาก

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการจัดสรีระ: หลีกเลี่ยงการก้มหน้าเล่นมือถือเป็นเวลานาน ปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา และหลีกเลี่ยงการสะบัดคอแรงๆ
  • การใช้ยารักษา: หมออาจพิจารณาจ่ายยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาบำรุงเส้นประสาทเพื่อช่วยลดอาการปวดและชา
  • การทำกายภาพบำบัด: การทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธีโดยนักกายภาพบำบัด เช่น การดึงคอ (Traction) เพื่อเพิ่มพื้นที่ในช่องกระดูกคอ การใช้เครื่องมือลดปวด และการออกกำลังกายยืดเหยียดและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบคอ

เมื่อไหร่ที่อาการรุนแรงจนอาจต้องพิจารณาเรื่องการผ่าตัด?

ในกรณีที่รักษาด้วยยาและทำกายภาพบำบัดอย่างเต็มที่แล้วเป็นเวลา 6-12 สัปดาห์ แต่อาการปวดและชารุนแรงขึ้นจนรบกวนการนอนหลับหรือการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก หรือเริ่มมีสัญญาณเตือนเร่งด่วน เช่น แขนขาอ่อนแรงอย่างรวดเร็ว เดินสะดุดบ่อย เดินเซคล้ายคนเมา หรือเริ่มควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หมอจะแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อขยายช่องทางเดินไขสันหลังและลดแรงกดทับ ก่อนที่เส้นประสาทหรือไขสันหลังจะเสียหายอย่างถาวร

วิธีดูแลตัวเองและปรับพฤติกรรมเพื่อถนอมกระดูกคอให้ใช้งานได้นานๆ

การป้องกันและชะลอความเสื่อมของกระดูกคอทำได้ไม่ยาก เพียงแค่หันมาใส่ใจพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันดังนี้

  • เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ: หากต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรลุกขึ้นขยับร่างกาย ยืดเส้นยืดสายทุกๆ 45-50 นาที
  • เลือกหมอนหนุนคอที่เหมาะสม: หมอนที่ดีควรรับกับส่วนโค้งของกระดูกคอพอดี ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป เพื่อลดแรงกดทับขณะนอนหลับ
  • ออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอ: ฝึกเกร็งกล้ามเนื้อคอเบาๆ ต้านแรงมือตัวเองในทิศทางต่างๆ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อรอบคอแข็งแรงและช่วยพยุงกระดูกคอได้ดีขึ้น

ภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอตีบแคบอาจฟังดูน่ากลัว แต่หากเราเข้าใจโรค สังเกตตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ และเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้เรากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down