ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ท้องเสียกะทันหันแบบนี้ ติดเชื้อในทางเดินอาหารหรือเปล่า

หลายคนคงเคยผ่านประสบการณ์จู่ๆ ก็ปวดท้องมวนขึ้นมา วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน ตามมาด้วยอาการถ่ายเหลวหรืออาเจียนจนหมดแรง อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นหลังจากเราไปทานอาหารที่อาจจะไม่สะอาดหรือปรุงสุกๆ ดิบๆ มา ในทางการแพทย์เราเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการรับเอาเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส หรือสารพิษจากเชื้อโรคเข้าไปในร่างกายผ่านการกิน

สาเหตุที่ทำให้เราท้องร่วงและปวดท้องบิด

เชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้

  • กลุ่มเชื้อไวรัส: พบบ่อยที่สุดโดยเฉพาะโนโรไวรัสและโรตาไวรัส ซึ่งมักแพร่กระจายได้ง่ายจากการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อน
  • กลุ่มเชื้อแบคทีเรีย: มักมากับอาหารค้างคืน อาหารที่มีกะทิ หรือเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก ทำให้เกิดอาการรุนแรงกว่าไวรัส เช่น ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือไข้สูง
  • สารพิษจากเชื้อโรค: บางครั้งเชื้อไม่ได้เข้าตัวเราโดยตรง แต่เป็นสารพิษที่เชื้อปล่อยทิ้งไว้ในอาหาร ทำให้เรามีอาการอาเจียนรุนแรงหลังจากทานเข้าไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง

อาการแบบไหนที่บอกว่าเริ่มมีภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร

โดยส่วนใหญ่ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนค่อนข้างชัดเจน ได้แก่

  • อาการปวดมวนท้องเป็นพักๆ หรือบิดเกร็งรุนแรง
  • ถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ หรือถ่ายบ่อยมากกว่าสามครั้งต่อวัน
  • มีไข้ร่วมด้วยเนื่องจากร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อ
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ทำให้ทานอาหารไม่ได้

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อท้องเสียหนัก

หัวใจสำคัญที่สุดไม่ใช่การหยุดถ่ายในทันที แต่คือการป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ

  • จิบน้ำเกลือแร่ให้บ่อย: ให้ใช้ผงเกลือแร่สำหรับผู้ป่วยท้องเสีย (ORS) ผสมน้ำสะอาดจิบไปเรื่อยๆ เพื่อทดแทนเกลือแร่ที่สูญเสียไป
  • ปรับอาหารการกิน: ในช่วงแรกควรทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก หรือซุปใส และเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด นม หรือของทอดชั่วคราว
  • งดทานยาหยุดถ่ายเอง: หลายคนรีบกินยาหยุดถ่ายทันที ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะการถ่ายเป็นการขับเชื้อโรคและสารพิษออกจากร่างกาย การเก็บเชื้อไว้ในท้องนานขึ้นอาจทำให้ติดเชื้อรุนแรงกว่าเดิมได้

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบมาพบหมอ

หากดูแลตัวเองที่บ้านแล้วอาการไม่ดีขึ้น ต้องสังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด หากพบถือเป็นภาวะฉุกเฉิน

  • มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ผิวหนังไม่เต่งตึง ปัสสาวะออกน้อยมากหรือมีสีเข้มจัด หรือรู้สึกมึนงงหน้ามืด
  • ถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือด หรือถ่ายเป็นสีดำ
  • ปวดท้องรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว
  • มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสและไม่ลดลง
  • อาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถจิบน้ำหรือทานยาได้เลย

วิธีป้องกันไม่ให้เชื้อโรคกลับมาทำร้ายเราอีก

การป้องกันทำได้ไม่ยากเพียงแค่ กินร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนหยิบจับอาหาร นอกจากนี้ควรหมั่นสังเกตวันหมดอายุของอาหาร และหลีกเลี่ยงการทานอาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ เพียงเท่านี้ระบบทางเดินอาหารของเราก็จะกลับมาแข็งแรงและปลอดภัยอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down