ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเครียดในครอบครัวและการหย่า: มากกว่าแค่เรื่องของผู้ใหญ่

บ่อยครั้งที่ผมพบคุณพ่อคุณแม่ในห้องตรวจที่แบกความทุกข์ใจมาปรึกษาเรื่องลูก หลายคนมีความกังวลว่าความสัมพันธ์ที่ระหองระแหง หรือการตัดสินใจแยกทางกัน จะทิ้งบาดแผลอะไรไว้ในใจเด็กๆ บ้าง ความจริงแล้วสำหรับเด็ก บ้านคือโลกทั้งใบ และเมื่อโลกใบนั้นสั่นคลอน ความเครียดในครอบครัวและการหย่าจึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพ่อแม่เพียงฝ่ายเดียว แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจของลูกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัญญาณเตือนจากลูกน้อยเมื่อบรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไป

เด็กอาจไม่ได้พูดออกมาตรงๆ ว่าเขากำลังทุกข์ใจ แต่เขาจะส่งสัญญาณผ่านพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน สิ่งที่หมอพบได้บ่อยมีดังนี้

  • อาการถดถอย: เด็กที่เคยช่วยเหลือตัวเองได้ เริ่มกลับมาฉี่รดที่นอน หรือติดแม่แจเหมือนเด็กเล็ก
  • ปัญหาการนอนและการกิน: นอนหลับยาก ฝันร้าย หรือเบื่ออาหาร
  • อารมณ์แปรปรวน: ก้าวร้าว ร้องไห้ง่าย หรือเก็บตัวเงียบไม่ยอมพูดคุย
  • ผลการเรียนที่ตกลง: ขาดสมาธิในการเรียนจนส่งผลต่อเกรดเฉลี่ย

ทำไมเด็กถึงรู้สึกผิดกับเรื่องการเลิกราของพ่อแม่

ธรรมชาติของเด็กมักจะมองโลกโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง พวกเขามักเข้าใจผิดว่าเรื่องแย่ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเป็นความผิดของตนเอง เช่น การที่พวกเขาดื้อ หรือทำตัวไม่น่ารัก จนทำให้พ่อแม่ทะเลาะกัน ความรู้สึกผิดนี้เป็นภาระทางใจที่หนักอึ้งเกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะแบกรับไหว หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าหรือการมองเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำในอนาคต

วิธีประคับประคองใจลูกให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

การแยกทางกันอาจเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาหน้าที่ความเป็นพ่อแม่เอาไว้ แม้ในวันที่สถานะคู่ชีวิตสิ้นสุดลง หมอขอแนะนำแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ลูกเจ็บปวดน้อยที่สุด ดังนี้

คุยกับลูกด้วยความจริงใจแต่ไม่พาดพิงอีกฝ่าย

อย่าพยายามดึงลูกเข้ามาเป็นพวกหรือใช้ลูกเป็นเครื่องมือต่อรอง สิ่งที่ต้องสื่อสารคือการบอกลูกว่า พ่อกับแม่มีความจำเป็นต้องแยกกันอยู่ แต่ความรักที่มีต่อลูกจะยังคงเหมือนเดิมและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

รักษาความสม่ำเสมอในชีวิตประจำวันของลูก

ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูผันผวน กิจวัตรประจำวันที่คงเดิม เช่น เวลาทานข้าว เวลาเข้านอน หรือการไปรับไปส่งที่โรงเรียน จะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เด็กรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย

เปิดโอกาสให้ลูกระบายความรู้สึก

ปล่อยให้ลูกได้โกรธ ได้เสียใจ หรือได้ตั้งคำถาม การยอมรับความรู้สึกของลูกโดยไม่ตัดสิน จะช่วยให้เขาก้าวผ่านความโศกเศร้าได้ง่ายขึ้น การรับฟังโดยไม่ต้องพยายามหาเหตุผลมาโต้แย้ง คือยาใจที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในสถานการณ์นี้

เมื่อไหร่ที่ควรพาเด็กไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หากสังเกตเห็นว่าลูกมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง มีความคิดอยากหนีออกจากบ้าน หรือมีอาการซึมเศร้าต่อเนื่องยาวนานเกินกว่าหนึ่งเดือน สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพวกเขาไม่สามารถจัดการกับความเครียดด้วยตัวเองได้ การพบจิตแพทย์เด็กหรือนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยและเยียวยาจิตใจจึงเป็นทางเลือกที่ควรทำ เพื่อป้องกันไม่ให้บาดแผลในใจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลต่อชีวิตเมื่อโตขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down