ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยสงสัยไหมว่า... อาการปวดท้องเรื้อรัง ไม่สบายท้องบ่อยๆ หรือแม้กระทั่งน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นแค่เรื่องธรรมดา หรือมีอะไรแอบแฝงอยู่ลึกๆ ในร่างกายของเรากันแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านเราที่การกินปลาเป็นๆ ปลาร้าดิบ หรืออาหารสุกๆ ดิบๆ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกิน ทำให้โรค 'พยาธิใบไม้ในตับ' กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด

หลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีพยาธิชนิดนี้อาศัยอยู่ในร่างกาย เพราะในช่วงแรกๆ ของการติดเชื้อ มักจะไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป พยาธิก่อโรคสะสมอยู่ในท่อน้ำดีของเรานานวันเข้า จนเข้าสู่ 'ระยะเรื้อรัง' เมื่อนั้นแหละที่สัญญาณอันตรายต่างๆ จะเริ่มปรากฏให้เห็น ถึงเวลานั้น... ตับของเราอาจกำลังทำงานหนักและส่งเสียงขอความช่วยเหลืออยู่ก็ได้ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ อาการและอาการแสดงของโรคพยาธิใบไม้ในตับ ในระยะเรื้อรัง เพื่อให้เราสังเกตตัวเองและคนใกล้ชิดได้ทันท่วงที ก่อนที่เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

ทำความรู้จัก: พยาธิใบไม้ในตับร้ายกาจแค่ไหน?

พยาธิใบไม้ในตับคืออะไร? ทำไมถึงเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด

พยาธิใบไม้ในตับ (Liver Fluke) ที่เราพูดถึงกันบ่อยๆ ในประเทศไทย มักหมายถึง Opisthorchis viverrini หรือที่เรียกกันว่าพยาธิใบไม้ตับชนิดไทย ซึ่งพบได้มากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พยาธิชนิดนี้มีวงจรชีวิตที่ซับซ้อน โดยคนจะได้รับเชื้อจากการกินอาหารที่มีพยาธิตัวอ่อนระยะติดต่อ (metacercaria) ที่อยู่ในเนื้อปลาสุกๆ ดิบๆ เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม หรือปลาที่มีเกล็ดน้ำจืดต่างๆ เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกาย พยาธิจะเดินทางไปเจริญเติบโตและอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีภายในตับของเรา

จากติดเชื้อ... สู่ 'ระยะเรื้อรัง' เกิดอะไรขึ้นในตับของเรา?

ในช่วงแรกๆ ที่พยาธิเข้าไปในท่อน้ำดี พยาธิอาจยังไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติที่ชัดเจนนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป พยาธิจะเข้าไปรบกวนการทำงานของท่อน้ำดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ผนังท่อน้ำดีหนาตัวขึ้น มีการสร้างพังผืด การอุดตันของท่อน้ำดี และการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุท่อน้ำดี การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เองที่เป็นที่มาของ อาการและอาการแสดงของโรคพยาธิใบไม้ในตับระยะเรื้อรัง ที่เราจะพูดถึงกัน

เมื่อพยาธิตัวร้ายเริ่มสร้างปัญหาในทางเดินอาหาร: สังเกตอะไรได้บ้าง?

อาการเหล่านี้เป็นกลุ่มอาการที่พบได้บ่อยที่สุดเมื่อพยาธิใบไม้ในตับเริ่มสร้างความเสียหายในระยะเรื้อรัง มักเป็นอาการที่คนไข้รู้สึกได้ในชีวิตประจำวัน

  • ปวดท้องบ่อยๆ อาหารไม่ย่อย ท้องอืด: แค่พยาธิ หรือมีอย่างอื่นแอบแฝง?

    คนไข้มักมีอาการปวดท้องใต้ชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ อาจปวดแบบจุกแน่น หรือปวดแบบตื้อๆ เป็นๆ หายๆ บางรายอาจมีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด หรือรู้สึกไม่สบายท้องตลอดเวลา เพราะการอักเสบและพังผืดในท่อน้ำดีส่งผลต่อการหลั่งน้ำดีและระบบการย่อยอาหาร

  • คลื่นไส้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด: สัญญาณเตือนที่ห้ามละเลย

    อาการคลื่นไส้ อาเจียน อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรับประทานอาหารร่วมกับอาการเบื่ออาหาร ทำให้คนไข้กินได้น้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ควรละเลย

ตับและท่อน้ำดีเริ่มมีปัญหา: สัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ

เมื่อโรคลุกลามมากขึ้น การทำงานของตับและท่อน้ำดีจะเริ่มแสดงความผิดปกติที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเสียหายที่มากขึ้น

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง: สัญญาณชัดเจนที่ตับกำลังมีปัญหาหนัก

    นี่เป็นอาการที่บอกได้อย่างชัดเจนว่าท่อน้ำดีมีการอุดตัน ทำให้ไม่สามารถขับน้ำดีออกมาได้ตามปกติ สารสีเหลืองที่เรียกว่าบิลิรูบิน (bilirubin) จะคั่งอยู่ในกระแสเลือด และแสดงออกมาที่ผิวหนังและเยื่อบุตาขาว คนไข้จะสังเกตเห็นว่าผิวหนังและตาเป็นสีเหลือง หรือบางคนอาจเรียกว่า 'ดีซ่าน'

  • ไข้เรื้อรัง หนาวสั่น: ไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา แต่อาจมีเรื่องร้ายซ่อนอยู่

    หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในท่อน้ำดีที่อุดตัน (ภาวะท่อน้ำดีอักเสบ หรือ cholangitis) คนไข้จะมีไข้สูง หนาวสั่น เหงื่อออก และอาจมีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมด้วย ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องรีบไปพบแพทย์

  • ตับโต ม้ามโต: เมื่อตรวจร่างกายแล้วพบความผิดปกติ

    ในบางราย แพทย์อาจคลำพบว่าตับมีขนาดโตขึ้น หรือม้ามโต ซึ่งเป็นผลมาจากการอักเสบเรื้อรังและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตับในระยะยาว

อาการอื่นๆ ที่อาจปรากฏ เมื่อพยาธิใบไม้ในตับเล่นงานอวัยวะข้างเคียง

บางครั้ง อาการของพยาธิใบไม้ในตับระยะเรื้อรังก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในระบบทางเดินอาหารหรือตับเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้เช่นกัน

  • อาการคันตามตัว ผื่นผิวหนัง: เรื่องผิวๆ ที่อาจไม่ใช่แค่ผิว

    การคั่งของน้ำดีและสารพิษในร่างกายอาจทำให้เกิดอาการคันตามตัวได้ บางรายอาจมีผื่นผิวหนังร่วมด้วย

  • บวมตามตัว แขนขาอ่อนแรง: เมื่อโรคลุกลามไปทั่วร่างกาย

    ในระยะท้ายๆ ที่ตับทำงานล้มเหลวอย่างรุนแรง อาจมีภาวะบวมน้ำตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ที่ขา ข้อเท้า หรือหน้าท้อง รวมถึงมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เนื่องจากร่างกายขาดสารอาหารและการทำงานของตับผิดปกติอย่างมาก

จากอาการเล็กน้อย... สู่ภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่คุณต้องระวัง

สิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุดเมื่อพูดถึงโรคพยาธิใบไม้ในตับระยะเรื้อรัง คือภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงเหล่านี้

  • ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง นิ่วในท่อน้ำดี: ภัยเงียบที่นำไปสู่ปัญหาใหญ่

    การอักเสบเรื้อรังในท่อน้ำดีเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของน้ำดีและเซลล์ในท่อน้ำดี เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในท่อน้ำดี ซึ่งจะไปอุดตันทางเดินน้ำดีและนำไปสู่การอักเสบติดเชื้อซ้ำๆ ได้

  • ตับแข็ง มะเร็งท่อน้ำดี: จุดจบที่ไม่มีใครอยากเจอ

    นี่คือภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงที่สุดของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับเรื้อรัง การอักเสบและการสร้างพังผืดอย่างต่อเนื่องจะนำไปสู่ภาวะตับแข็ง และที่สำคัญที่สุดคือ พยาธิใบไม้ในตับเป็นสาเหตุสำคัญของ 'มะเร็งท่อน้ำดี' (Cholangiocarcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งที่มีความรุนแรงและมักตรวจพบเมื่อโรคดำเนินไปมากแล้ว

เมื่อไหร่ที่ถึงเวลา 'ต้องไปหาหมอเดี๋ยวนี้'?

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีประวัติการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ และเริ่มมีอาการเหล่านี้ ไม่ว่าจะเพียงเล็กน้อยหรือรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่ควรรอช้า

  • ปวดท้องเรื้อรังที่ชายโครงขวา หรือปวดรุนแรงขึ้น
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองอย่างชัดเจน
  • มีไข้สูง หนาวสั่น ร่วมกับอาการปวดท้อง
  • คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง

การไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินอาการ ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรืออาจมีการตรวจภาพถ่ายทางรังสี เช่น อัลตราซาวด์ เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง การรักษาพยาธิใบไม้ในตับนั้นทำได้ไม่ยากด้วยยาถ่ายพยาธิ แต่การป้องกันตัวเองจากการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ ต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญในการหลีกเลี่ยงโรคร้ายนี้

ดูแลสุขภาพตับของคุณให้ดี เพราะตับเป็นอวัยวะที่สำคัญในการดำรงชีวิต และบางครั้งเสียงเตือนเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจเป็นสัญญาณของเรื่องใหญ่ที่คุณไม่ควรมองข้าม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down