ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หมอเคยเจอคนไข้เด็กคนหนึ่งที่ถูกหามส่งห้องฉุกเฉินด้วยอาการปวดหลังอย่างรุนแรงจนขยับตัวไม่ได้ เพียงเพราะเพื่อนดึงเก้าอี้ออกขณะที่เขากำลังจะนั่ง เหตุการณ์ที่หลายคนมักมองว่าเป็นแค่เรื่องล้อเล่นในวัยเด็ก แท้จริงแล้วสามารถนำไปสู่ ภาวะบาดเจ็บจากการถูกเพื่อนแกล้ง ที่ส่งผลกระทบอันร้ายแรงและอาจเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งไปตลอดกาล ทั้งในแง่ของร่างกายและสภาพจิตใจ

เมื่อคำว่า แกล้งเล่น ทิ้งรอยแผลที่ลึกกว่าที่คิด

ในทางการแพทย์แล้ว ภาวะบาดเจ็บจากการถูกเพื่อนแกล้ง ไม่ได้หมายถึงแค่รอยเขียวช้ำภายนอกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ครอบคลุมไปถึงการบาดเจ็บภายในระบบประสาท กระดูก และกล้ามเนื้อ รวมถึงบาดแผลทางจิตใจที่ฝังลึก ความน่ากลัวของภาวะนี้คือการที่เหยื่อมักไม่กล้าบอกผู้ปกครองหรือครูเนื่องจากความกลัว หรือถูกข่มขู่ ทำให้การรักษาล่าช้าและเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาในระยะยาว

อันตรายทางร่างกายที่มักเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

การแกล้งกันในกลุ่มเพื่อนมักขาดการควบคุมน้ำหนักมือและทิศทาง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจึงมักเกินกว่าที่ร่างกายของเด็กจะรับไหว โดยส่วนใหญ่แล้วอาการบาดเจ็บทางกายที่หมอมักตรวจพบอยู่บ่อยๆ มีดังนี้

การบาดเจ็บที่สมองและกระดูกสันหลัง

การผลัก ตกจากที่สูง หรือการดึงเก้าอี้กระทันหัน อาจทำให้ศีรษะกระแทกพื้น เกิดภาวะสมองกระทบกระเทือน (Concussion) หรือที่ร้ายแรงกว่านั้นคือการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังส่วนเอวและก้นกบ ซึ่งอาจส่งผลให้เส้นประสาทถูกกดทับ มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ขา และในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเป็นอัมพาตครึ่งซีก

การบาดเจ็บของระบบกล้ามเนื้อและข้อต่อ

การล็อกคอ ขัดขา หรือดึงแขนกระชากอย่างแรง สามารถทำให้เกิดข้อต่อเคลื่อน หลุด หรือเอ็นยึดข้อต่อฉีกขาด อาการเหล่านี้หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการจัดข้อหรือพักฟื้นอย่างถูกวิธี จะนำไปสู่ภาวะข้อเสื่อมก่อนวัยอันควรและความเจ็บปวดเรื้อรัง

บาดแผลที่มองไม่เห็น: ผลกระทบทางจิตใจที่ฝังลึก

นอกเหนือจากความเจ็บปวดทางกายแล้ว สิ่งที่หมอกังวลใจไม่แพ้กันคือผลกระทบทางระบบประสาทและจิตใจ การถูกกลั่นแกล้งซ้ำๆ จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลเสียต่อสมองโดยตรง

ความเครียดเรื้อรังที่ส่งผลต่อโครงสร้างสมอง

งานวิจัยทางการแพทย์ชี้ให้เห็นว่า ความเครียดสะสมจากภาวะบาดเจ็บจากการถูกเพื่อนแกล้ง สามารถส่งผลให้สมองส่วนอมิกดาลาซึ่งควบคุมความกลัวทำงานไวเกินไป ในขณะที่สมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำจะมีขนาดเล็กลง ทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องการเรียน สมาธิสั้นลง และไวต่อสิ่งเร้าในทางลบ

อาการเจ็บป่วยทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้

เด็กหลายคนแสดงออกถึงความบอบช้ำทางจิตใจผ่านร่างกาย โดยมักมาพบหมอด้วยอาการปวดหัวเรื้อรัง ปวดท้องโดยไม่มีสาเหตุ นอนไม่หลับ หรือปัสสาวะรดที่นอน อาการเหล่านี้เป็นกลไกการป้องกันตัวเองทางจิตวิทยาที่สะท้อนถึงความวิตกกังวลและความกลัวที่อัดอั้นอยู่ข้างใน

สังเกตอย่างไรว่าลูกหลานกำลังเผชิญปัญหานี้?

เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่มักปิดบังเรื่องการถูกแกล้ง พ่อแม่และผู้ปกครองจึงต้องเป็นหูเป็นตาและคอยสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

  • มีรอยฟกช้ำ บวม หรือบาดแผลตามร่างกายที่อธิบายสาเหตุไม่ได้ชัดเจน หรือมักอ้างว่าหกล้มเองบ่อยครั้ง
  • เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์การเรียนชำรุดเสียหายหรือสูญหายบ่อยเกินไป
  • พฤติกรรมการกินและการนอนเปลี่ยนไป เช่น นอนฝันร้าย ผวาตื่นกลางดึก หรือเบื่ออาหาร
  • มีอาการต่อต้านการไปโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด ผลการเรียนตกลงอย่างรวดเร็ว หรือแยกตัวออกจากสังคม

วิธีดูแลและฟื้นฟูเมื่อเกิดเหตุ

เมื่อพบว่าเด็กมีภาวะบาดเจ็บจากการถูกเพื่อนแกล้ง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการแสดงออกให้เด็กรับรู้ว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยและรับฟังโดยไม่ตัดสิน จากนั้นให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางการแพทย์ดังนี้

  • ตรวจร่างกายโดยละเอียด: หากสงสัยว่ามีการบาดเจ็บที่ศีรษะหรือกระดูกสันหลัง ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยพลการ และควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อทำการเอกซเรย์หรือตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
  • ประเมินสภาพจิตใจ: ควรพาเด็กเข้าพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเพื่อประเมินภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือภาวะบอบช้ำทางจิตใจหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) เพื่อรับการบำบัดอย่างทันท่วงที
  • ประสานงานและแก้ไขเชิงระบบ: ร่วมมือกับทางโรงเรียนเพื่อยุติการกลั่นแกล้งอย่างเด็ดขาด และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้แก่เด็กทั้งที่บ้านและที่เรียน

ภาวะบาดเจ็บจากการถูกเพื่อนแกล้งไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะปล่อยให้ผ่านไปตามกาลเวลา การใส่ใจ สังเกต และเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วถูกต้องตามหลักการแพทย์ จะช่วยป้องกันความพิการทางกายและช่วยสมานบาดแผลในใจ ให้เด็กสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างแข็งแรงและมีความสุข

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down