ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงเวลาที่นั่งกินข้าวอยู่ดีๆ แล้วเกิดอาการสำลักขึ้นมาจนไอไม่หยุด หน้าดำหน้าแดง หรือบางทีลูกน้อยหยิบของเล่นชิ้นเล็กเข้าปากแล้วเผลอกลืนลงไปจนหายใจไม่ออก เป็นช่วงเวลาที่น่าตกใจและสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนรอบข้างได้มากที่สุด ในฐานะแพทย์ที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่ห้องฉุกเฉินอยู่บ่อยครั้ง อยากบอกว่าการตั้งสติและรู้ทันวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นในเสี้ยววินาทีนั้น คือสิ่งที่จะช่วยชีวิตคนตรงหน้าได้ทันท่วงตรีก่อนจะมาถึงมือหมอ

เสียงที่เปลี่ยนไปและอาการไอแบบไหนที่แปลว่าอันตรายจริง

เวลาที่มีสิ่งแปลกปลอม เช่น เม็ดผลไม้ ก้างปลา ชิ้นเนื้อ หรือของเล่นชิ้นเล็กๆ หลุดเข้าไปติดอยู่ในทางเดินหายใจ ร่างกายจะมีกลไกขับออกอัตโนมัติด้วยการไอ หากผู้ป่วยยังสามารถไอแรงๆ พูดออกมาเป็นคำ หรือร้องไห้ได้ แปลว่าทางเดินหายใจยังไม่ได้ถูกปิดกั้นทั้งหมด สิ่งที่ควรทำคือปล่อยให้เขาไอออกมาด้วยตัวเอง ห้ามเอานิ้วไปควานหาในคอเด็ดขาด เพราะอาจดันให้สิ่งแปลกปลอมนั้นตกลงไปลึกกว่าเดิม

แต่ถ้าเริ่มมีอาการหายใจไม่เข้า พูดไม่ออก มือควอที่คอตัวเอง ริมฝีปากเริ่มเขียวคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจน นั่นคือสัญญาณเตือนอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องลงมือช่วยเหลือทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงโรงพยาบาล

วิธีช่วยชีวิตเบื้องต้นเมื่อผู้ใหญ่สำลักแล้วหายใจไม่ออก

หากเป็นเด็กโตหรือผู้ใหญ่ที่กำลังสำลักสิ่งแปลกปลอมจนทางเดินหายใจอุดตัน วิธีมาตรฐานที่โลกยอมรับและได้ผลที่สุดคือการกระแทกออกด้วยแรงดันลมจากช่องท้อง หรือที่เรียกว่าการทำไฮม์ลิช

  • ยืนด้านหลังผู้ป่วย: โอบกอดรอบเอวของผู้ป่วยให้มั่นคง
  • กำมือแล้ววางบริเวณท้อง: ให้กำปั้นอยู่เหนือสะดือเล็กน้อยแต่ต่ำกว่าซี่โครง
  • ออกแรงกดกระแทก: ใช้มืออีกข้างกุมกำปั้นนั้นไว้ แล้วกระแทกเข้าด้านในและขึ้นด้านบนอย่างรวดเร็วและแรง เพื่อดันลมที่ค้างอยู่ในปอดให้ออกมาดันสิ่งแปลกปลอมนั้นให้หลุดออกมา
  • ทำซ้ำจนกว่าจะออก: ทำต่อเนื่องจนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมาหรือผู้ป่วยหมดสติ

การช่วยเหลือเด็กเล็กและทารกที่สำลักต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร

เด็กเล็กโดยเฉพาะวัยที่กำลังเรียนรู้โลกผ่านการอมของเล่น มักเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุนี้ได้บ่อยที่สุด แต่วิธีการช่วยเหลือนั้นต่างจากการทำในผู้ใหญ่ เพราะโครงสร้างร่างกายยังบอบบาง

สำหรับเด็กทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี ให้คว่ำหน้าเด็กพาดบนต้นแขน โดยให้ศีรษะอยู่ต่ำกว่าลำตัว ใช้สันมือตบลงไปที่บริเวณกึ่งกลางหลังระหว่างสะบัก 5 ครั้ง จากนั้นพลิกหงายขึ้นแล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางกดลงไปที่กึ่งกลางหน้าอก 5 ครั้ง สลับกันไปจนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออก ห้ามใช้นิ้วควานหาในปากเด็กเด็ดขาดหากมองไม่เห็นชิ้นสิ่งแปลกปลอมนั้นชัดเจน

สถานการณ์แบบไหนที่ควรพามาโรงพยาบาลทันทีโดยไม่รอช้า

แม้ว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมาได้แล้ว หรือผู้ป่วยหยุดไอและหายใจได้ปกติ แต่ยังมีอาการบางอย่างที่แปลว่าอันตรายยังไม่จบ และควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูหลอดลมอย่างละเอียด

  • ยังมีอาการเจ็บคอ แน่นหน้าอก หรือหายใจมีเสียงหวีดผิดปกติ
  • ไอมีเสมหะปนเลือด หรือเจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าลึกๆ
  • ในเด็กเล็กที่มีประวัติสำลัก แม้ตอนนี้จะดูปกติ แต่มีอาการไอเรื้อรังติดต่อกันหลายวัน เพราะชิ้นส่วนของสิ่งแปลกปลอมอาจหลุดลงไปค้างอยู่ในหลอดลมส่วนลึก
  • ผู้ป่วยเคยหมดสติไปช่วงสั้นๆ ระหว่างเกิดเหตุการณ์
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down