หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ในวัยเด็กหรือเคยเห็นกลุ่มวัยรุ่นที่เล่นสนุกกันล้นๆ แกล้งผลักกันเบาๆ วิ่งไล่จับ หรือแม้แต่การแกล้งดึงเก้าอี้ในจังหวะที่เพื่อนกำลังจะนั่งลง เสียงหัวเราะที่ดังลั่นในตอนแรก มักจะจบลงด้วยเสียงร้องไห้หรือความเงียบงันเมื่อเกิดความผิดพลาด และสิ่งที่หมอมักจะเจอในห้องฉุกเฉินบ่อยๆ จากการเล่นสนุกที่เกินขอบเขตนี้ก็คือ ภาวะกระดูกหักจากอุบัติเหตุการหยอกล้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะเป็นสิ่งที่เราป้องกันได้
ในฐานะหมอ หมอมักได้ยินคำแก้ตัวจากคนไข้หรือเพื่อนๆ ของคนไข้เสมอว่า ไม่ได้ตั้งใจ แค่เล่นกันขำๆ เท่านั้น แต่โครงสร้างร่างกายของคนเรา โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น ไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะรับแรงกระแทกกระทันหันในมุมที่ผิดธรรมชาติได้ตลอดเวลา การบาดเจ็บเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป
เล่นกันเล่นๆ ทำไมถึงถึงขั้นกระดูกหักได้?
หลายคนสงสัยว่า แค่ผลักกัน หรือดึงเก้าอี้เล่น ทำไมกระดูกถึงหักได้ หมออยากอธิบายว่า กระดูกคนเราแข็งแรงในแนวแกนตรง แต่เมื่อได้รับแรงบิด แรงกระแทกจากด้านข้าง หรือแรงกระแทกในมุมที่ร่างกายไม่ได้ตั้งตัวกล้ามเนื้อจะไม่สามารถช่วยพยุงหรือเกร็งป้องกันกระดูกได้ทัน ตัวอย่างเช่น:
- การล้มในท่าเอามือเท้าพื้น: เมื่อโดนผลักล้ม ร่างกายจะมีปฏิกิริยาป้องกันตัวด้วยการยื่นมือไปรับน้ำหนัก แรงกระแทกทั้งหมดจะส่งผ่านข้อมือขึ้นไปยังแขนและข้อศอก ทำให้เกิดกระดูกข้อมือหรือกระดูกข้อศอกหักได้ง่ายมาก
- แรงบิดจากการดึงหรือเหวี่ยงแขนขา: การเล่นอุ้มเหวี่ยง หรือดึงแขนกันแรงๆ อาจทำให้เกิดแรงบิดที่กระดูกท่อนยาว ส่งผลให้เกิดการหักแบบเกลียว ซึ่งรักษาได้ยากและเจ็บปวดมาก
- การล้มก้นกระแทก: การแกล้งดึงเก้าอี้ทำให้ก้นกระแทกพื้นอย่างรุนแรงโดยไม่มีอะไรมารองรับ แรงกระแทกนี้จะส่งตรงไปยังกระดูกก้นกบและกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจส่งผลให้กระดูกสันหลังส่วนเอวยุบตัวหรือกระดูกก้นกบหักได้
จุดไหนบ้างที่หักบ่อยเวลาเล่นสนุกกันเกินขอบเขต
จากการเก็บข้อมูลและรักษาคนไข้ หมอมักจะเจอตำแหน่งกระดูกหักยอดฮิตจากการเล่นกันรุนแรง ดังนี้
- กระดูกไหปลาร้า: มักเกิดจากการล้มแล้วไหล่กระแทกพื้นโดยตรง หรือล้มเอามือเท้าพื้นแล้วแรงส่งผ่านขึ้นมาถึงไหปลาร้า
- กระดูกข้อมือและกระดูกแขนท่อนปลาย: นี่คือตำแหน่งอันดับหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุดจากการล้มคว่ำแล้วเอามือยันพื้น
- กระดูกข้อเท้า: เกิดจากการวิ่งไล่จับแล้วสะดุดล้ม ข้อเท้าพลิกอย่างรุนแรงในขณะที่ยังมีแรงส่งจากการวิ่ง
- กระดูกก้นกบและกระดูกสันหลัง: พบมากในกรณีการแกล้งดึงเก้าอี้ หรือการกระโดดทับกัน
จะรู้ได้อย่างไรว่าแค่ฟกช้ำ หรือกระดูกหักไปแล้ว?
หลังเกิดอุบัติเหตุ หลายคนมักจะรอดูอาการเพราะคิดว่าแค่เคล็ดขัดยอกธรรมดา หมออยากให้สังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ หากมีข้อใดข้อหนึ่ง ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจมีกระดูกหักเกิดขึ้นแล้ว
- มีอาการผิดรูปอย่างชัดเจน: แขนหรือขาเบี้ยว งอ หรือสั้นยาวไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด
- ปวดรุนแรงมาก: ปวดจนขยับบริเวณนั้นไม่ได้เลย หรือแค่แตะเบาๆ ก็เจ็บจนทนไม่ไหว
- ไม่สามารถลงน้ำหนักได้: เช่น ถ้าเป็นที่ขาหรือข้อเท้า จะไม่สามารถยืนหรือเดินลงน้ำหนักได้เลย
- มีเสียงดังผิดปกติในขณะเกิดอุบัติเหตุ: ได้ยินเสียงลั่นครูดก๊อบแก๊บข้างใน หรือรู้สึกเหมือนมีกระดูกเสียดสีกันตอนขยับ
- บวมและเขียวช้ำอย่างรวดเร็ว: เนื้อเยื่อรอบๆ บริเวณที่บาดเจ็บเริ่มบวมเป่งและเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเพื่อนหรือลูกหลานกระดูกหักคาตา
หากอยู่ในเหตุการณ์และสงสัยว่ามีคนกระดูกหัก สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ และปฏิบัติตามขั้นตอนปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อรอบข้างเสียหายไปมากกว่าเดิม
อย่าพยายามดึงหรือดัดกระดูกให้เข้าที่เองเด็ดขาด
หมอขอเน้นย้ำข้อนี้มากๆ เพราะการดึงหรือดัดกระดูกโดยไม่มีความรู้และไม่ได้เอกซเรย์ดูแนวการหัก อาจทำให้ปลายกระดูกที่แหลมคมไปบาดโดนเส้นเลือดใหญ่หรือเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดความเสียหายถาวรหรือเป็นอัมพาตได้
การประคองและดามส่วนที่บาดเจ็บให้อยู่นิ่งที่สุด
หาวัสดุใกล้ตัวที่แข็งและตรง เช่น ไม้บรรทัดยาวๆ กระดาษหนังสือพิมพ์ม้วนหนาๆ หรือแผ่นไม้ มาวางทาบเพื่อดามส่วนที่บาดเจ็บ จากนั้นใช้ผ้าหรือเชือกมัดให้แน่นพอดีๆ ไม่ให้ส่วนที่หักขยับเขยื้อนได้ แต่ต้องไม่มัดแน่นจนเลือดเดินไม่สะดวก
ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและบรรเทาอาการปวด
ใช้เจลเย็นหรือน้ำแข็งห่อผ้าขนหนูประคบบริเวณที่บาดเจ็บรอบๆ อย่าประคบน้ำแข็งลงบนผิวหนังโดยตรง และหลีกเลี่ยงการนวดคลึงด้วยน้ำมันมวยหรือยาหม่องร้อนๆ ในช่วงแรกเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้เส้นเลือดขยายตัวและบวมมากขึ้น
อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอดูอาการ
ในบางกรณี อุบัติเหตุจากการเล่นกันอาจรุนแรงจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตหรืออวัยวะ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบโทรเรียกรถพยาบาลหรือพาส่งห้องฉุกเฉินทันที
- มีบาดแผลเปิดและมองเห็นปลายกระดูกโผล่ออกมาข้างนอกผิวหนัง
- ผิวหนังบริเวณปลายมือหรือปลายเท้าที่ต่ำกว่าส่วนบาดเจ็บเริ่มมีสีซีด เย็น หรือเขียวคล้ำ และไม่มีความรู้สึก
- ผู้บาดเจ็บมีอาการหน้ามืด เป็นลม สับสน หรือช็อกจากการเสียเลือดภายใน
- การบาดเจ็บเกิดขึ้นที่บริเวณศีรษะ ลำคอ หรือกระดูกสันหลัง โดยผู้บาดเจ็บมีอาการชา ขยับแขนขาไม่ได้ หรือหมดสติไปชั่วครู่
วิธีเลี่ยงอุบัติเหตุจากการเล่นสนุก เพื่อไม่ให้จบลงด้วยน้ำตา
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ หมออยากฝากให้ทุกคน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่และคุณครู ช่วยกันตักเตือนและสร้างจิตสำนึกในการเล่นอย่างปลอดภัยให้กับเด็กๆ หลีกเลี่ยงการเล่นที่เสี่ยงอันตราย เช่น การดึงเก้าอี้ การผลักกันขณะอยู่บนที่สูง หรือการเล่นต่อตัวโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน เพราะอุบัติเหตุเพียงเสี้ยววินาทีจากการหยอกล้อ อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการเจริญเติบโตของร่างกายไปอีกยาวนาน