ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการที่เหมือนหัวใจจะวาย ทั้งที่ร่างกายปกติดี

หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยความกังวลใจ เล่าให้ฟังว่าจู่ๆ ก็รู้สึกใจสั่นแรงมาก เหงื่อแตก มือเท้าเย็น ทั้งที่ตอนนั้นไม่ได้วิ่งหรือทำอะไรเหนื่อยเลย บางคนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก แน่นหน้าอกจนนึกว่าตัวเองกำลังจะเป็นโรคหัวใจหรือเส้นเลือดสมองตีบ หลายคนไปตรวจร่างกายชุดใหญ่ที่แผนกหัวใจแล้ว แต่คุณหมอก็บอกว่าหัวใจแข็งแรงดีทุกอย่าง นี่คือจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักกับ การเกิดภาวะตื่นตระหนกหรือภาวะกลัวที่ไม่มีเหตุผลชัดเจน ที่ภาษาทางการแพทย์เรียกว่า Panic Disorder

กลไกการเอาตัวรอดที่ทำงานผิดจังหวะ

ร่างกายเรามีระบบเตือนภัยภายในตัวที่เรียกว่า Fight-or-Flight หรือระบบสู้หรือหนี ปกติระบบนี้จะทำงานเมื่อเราเจออันตรายจริงๆ เช่น เจอสุนัขดุวิ่งไล่ หรือเหตุการณ์คับขัน แต่ในคนที่เป็นภาวะตื่นตระหนก ระบบเตือนภัยนี้ดันกดปุ่มทำงานขึ้นมาเองโดยไม่มีอันตรายใดๆ อยู่ตรงหน้า เหมือนมีคนมือบอนไปกดสัญญาณเตือนไฟไหม้ในอาคารที่ไม่มีไฟไหม้จริงๆ ร่างกายจึงหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมาจำนวนมาก ทำให้หัวใจเต้นเร็วและหายใจถี่เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยที่ไม่มีอยู่จริง

สัญญาณเตือนที่มักเข้าใจผิดว่าเป็นโรคทางกาย

ภาวะนี้มักทำให้คนไข้รู้สึกกลัวจนตัวสั่นเพราะอาการแสดงทางกายนั้นชัดเจนมาก โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • หัวใจเต้นรัวหรือเต้นผิดจังหวะจนรู้สึกได้
  • แน่นหน้าอกหรือรู้สึกอึดอัดเหมือนมีอะไรมาทับ
  • หายใจไม่อิ่ม รู้สึกเหมือนต้องรีบสูดอากาศเข้าปอด
  • วิงเวียนศีรษะ โคลงเคลง เหมือนจะเป็นลม
  • มือไม้สั่นหรือชาตามปลายนิ้ว
  • มีความคิดผุดขึ้นมาว่าตัวเองกำลังจะเสียชีวิตหรือคุมสติไม่ได้

เมื่อความกลัวเริ่มคุมชีวิต ควรรับมืออย่างไรดี

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยจนไม่กล้าออกไปไหน หรือกังวลว่ามันจะเกิดซ้ำขึ้นมาอีก สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งสติและปรับความเข้าใจใหม่ว่า อาการเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แม้มันจะน่ากลัวมากในขณะที่เกิด แต่ร่างกายจะไม่ถึงขั้นเสียชีวิตจากอาการแพนิค

ฝึกควบคุมลมหายใจให้เป็นจังหวะ

เมื่ออาการเริ่มมา ให้ลองใช้วิธีหายใจแบบท้องป่อง หายใจเข้าช้าๆ นับหนึ่งถึงสี่ แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ นับหนึ่งถึงหก ทำซ้ำไปเรื่อยๆ เพื่อดึงระบบประสาทให้กลับมาสมดุลและลดการทำงานของอะดรีนาลีนที่กำลังพุ่งพล่าน

การรักษาระยะยาวกับแพทย์เฉพาะทาง

ภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอหรือการคิดไปเอง แต่เป็นเรื่องของการทำงานของสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาปรับสารเคมีในสมองควบคู่ไปกับการทำพฤติกรรมบำบัดเพื่อปรับความคิด หากปล่อยทิ้งไว้นาน ความวิตกกังวลจะเริ่มกัดกินคุณภาพชีวิตจนทำให้เราใช้ชีวิตปกติได้ยากขึ้น

พบหมอเมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่าควรเริ่มต้นรักษา

หากอาการเหล่านี้เริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น เริ่มไม่กล้าไปในที่ที่เคยไป ไม่กล้าขึ้นรถไฟฟ้า หรือกังวลจนนอนไม่หลับ การเข้ามาพูดคุยกับหมอเพื่อประเมินสถานการณ์ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด การได้รับยาที่เหมาะสมในช่วงแรกจะช่วยตัดวงจรความกลัว ทำให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้ปกติและมั่นใจมากขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down