เวลาที่เราได้ยินข่าวว่าลูกน้อยเพิ่งคลอดออกมาแล้วต้องรีบส่งตัวเข้าห้องไอซียูเด็กทันที เพราะหายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือมีเสียงครืดคราดในอก เชื่อว่าหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่คงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความกังวลใจถาโถมเข้ามาสารพัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก
ในฐานะหมอเด็กที่ต้องดูแลทารกกลุ่มนี้บ่อยๆ ผมเข้าใจความรู้สึกของทุกคนดีครับ วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องภาวะปอดบวมน้ำและภาวะหายใจลำบากกันแบบภาษาชาวบ้าน ไม่เอาศัพท์แสงยากๆ ให้เวียนหัว เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ตั้งรับและเข้าใจสิ่งที่ลูกกำลังเผชิญอยู่ได้ดีขึ้นครับ
ลูกหายใจเหนื่อยหอบแบบไหน ถึงเรียกว่าภาวะหายใจลำบากในทารก?
ทารกแรกเกิดปกติจะหายใจประมาณ 40 ถึง 60 ครั้งต่อนาที ซึ่งดูเหมือนจะเร็วกว่าผู้ใหญ่อย่างเราอยู่แล้ว แต่ถ้าสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย นั่นคือสัญญาณเตือนภัยที่ไม่ปกติ:
- หายใจเร็วจี๋ผิดปกติ: เกิน 60 ครั้งต่อนาทีตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนอนหลับ
- ซี่โครงบุ๋ม ท้องกระเพื่อม: เวลาหายใจเข้า สังเกตเห็นผิวหนังบริเวณซี่โครงบุ๋มลงไป หรือตรงคอและท้องกระเพื่อมแรงมากกว่าปกติ
- ปีกจมูกบาน: เวลาหายใจเข้า รูจมูกของลูกจะขยายกว้างขึ้นเหมือนพยายามสูดอากาศเข้าไปให้ได้มากที่สุด
- มีเสียงครืดคราดหรือเสียงอือเบาๆ ในลำคอ: ทุกครั้งที่หายใจออก
- ตัวเขียว: ริมฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้าเริ่มมีสีคล้ำหรือเขียว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
เมื่อน้ำท่วมปอดลูก: ทำความรู้จักภาวะปอดบวมน้ำในทารก
คำว่าปอดบวมน้ำ หรือที่หมอเรียกกันว่า Pulmonary Edema ฟังดูน่ากลัวและมักทำให้หลายคนสับสนกับโรคปอดบวมจากการติดเชื้อ แต่จริงๆ แล้วมันคือภาวะที่มีน้ำหรือของเหลวรั่วเข้าไปคั่งอยู่ในถุงลมและเนื้อเยื่อปอดของเด็ก
ลองจินตนาการว่าปอดของคนเราเหมือนฟองน้ำนุ่มๆ ที่ทำหน้าที่คอยสูบฉีดอากาศแลกเปลี่ยนออกซิเจน แต่พอมันมีน้ำเข้าไปท่วมอยู่ข้างใน ฟองน้ำนั้นก็พองตัวและแฟบออกยาก ทำให้พื้นที่ในการรับออกซิเจนเหลือน้อยลง ลูกจึงต้องออกแรงหายใจหนักขึ้นเรื่อยๆ เพื่อดึงอากาศเข้าปอด จนเกิดอาการเหนื่อยหอบอย่างที่เราเห็น
สาเหตุที่แท้จริง: ทำไมเจ้าตัวเล็กถึงเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นมาได้?
ภาวะหายใจลำบากและปอดบวมน้ำในเด็กแรกเกิดไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวครับ แต่มักมาจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกัน ดังนี้ครับ
- ปอดยังโตไม่เต็มที่ (RDS): มักเจอในเด็กที่คลอดก่อนกำหนดมากๆ เพราะสารที่ช่วยให้ถุงลมพองตัวหรือที่เรียกว่า Surfactant ยังสร้างออกมาไม่พอ ทำให้ถุงลมแฟบและเกิดน้ำคั่งได้ง่าย
- ปัญหาจากระบบหัวใจ: เด็กบางคนมีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เช่น มีรูรั่วที่ผนังหัวใจ ทำให้เลือดไหลเวียนผิด ทาง จนความดันในหลอดเลือดปอดสูงขึ้น และดันน้ำทะลักเข้าไปในเนื้อปอด
- สำลักน้ำคร่ำหรือขี้เทา: ตอนคลอดเด็กอาจสำลักเอาของเหลวหรืออุจจาระแรกเกิดเข้าไปในทางเดินหายใจ ทำให้ปอดอักเสบและเกิดการบวมน้ำตามมา
- การติดเชื้อรุนแรง: มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจนทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่าง ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดฝอยในปอดรั่วและมีน้ำซึมออกมา
วิธีดูแลรักษาจากคุณหมอในห้องไอซียู
เมื่อลูกน้อยมาถึงมือแพทย์และได้รับการวินิจฉัยแล้ว ทีมแพทย์และพยาบาลจะให้การดูแลอย่างใกล้ชิดทันที เพราะภาวะนี้ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด
- การให้สารออกซิเจนเสริม: อาจเริ่มจากการใช้สาย cannula จ่อใกล้จมูก หรือใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก เพื่อช่วยดันให้ถุงลมที่แฟบอยู่เปิดออกและไล่น้ำออกจากปอด
- การใช้ยาขับปัสสาวะ: ในกรณีที่มีน้ำคั่งในปอดจากปัญหาหัวใจหรือของเหลวเกิน แพทย์อาจพิจารณาให้ยาขับปัสสาวะ เพื่อช่วยดึงน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ
- การรักษาโรคต้นเหตุ: เช่น ให้ยาปฏิชีวนะหากมีการติดเชื้อ หรือปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจเด็กหากพบความผิดปกติที่โครงสร้างหัวใจ
การเตรียมตัวและกำลังใจสำหรับคุณพ่อคุณแม่
การเห็นลูกน้อยนอนอยู่บนเตียงที่มีสายระโยงระยางเต็มตัวเป็นภาพที่บีบหัวใจคนเป็นพ่อเป็นแม่มากที่สุด แต่ขอให้เชื่อมั่นในทีมแพทย์และพยาบาลครับว่า ทุกคนกำลังทำเต็มที่เพื่อให้เจ้าตัวเล็กปลอดภัย
สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสภาพจิตใจของตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้เรามีพลังกายและพลังใจที่เข้มแข็งในการอยู่ข้างๆ และส่งกำลังใจให้ลูกน้อยในยามที่เขาต้องต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยนี้ครับ