ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตับอักเสบไม่ได้เกิดแค่จากเหล้าหรือไวรัส แต่เกิดจากภูมิคุ้มกันสับสนได้ด้วย

เวลาที่เราพูดถึงโรคตับอักเสบ หลายคนมักจะนึกถึงการดื่มแอลกอฮอล์ การกินยาเกินขนาด หรือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เดินเข้ามาปรึกษาด้วยผลตรวจเลือดที่พบว่าเอนไซม์ตับสูงผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้ดื่มเหล้าและไม่ได้เป็นไวรัส เมื่อตรวจลึกลงไปจึงพบสาเหตุที่น่าแปลกใจว่า ร่างกายของพวกเขากำลังสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อโจมตีเซลล์ตับของตัวเองเสียอย่างนั้น

ภาวะตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Autoimmune Hepatitis เป็นโรคเรื้อรังที่ระบบภูมิคุ้มกันซึ่งทำหน้าที่ปกป้องเราจากเชื้อโรค เกิดความผิดเพี้ยนในการแยกระหว่างสิ่งแปลกปลอมกับเนื้อเยื่อปกติของร่างกาย ส่งผลให้เม็ดเลือดขาววิ่งเข้าไปทำลายเซลล์ตับ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะพังผืดในตับ ตับแข็ง หรือตับวายได้ในที่สุด

สัญญาณเตือนเงียบๆ ที่ร่างกายพยายามบอกเรา

ความน่ากลัวของโรคนี้คือ ในช่วงแรกผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย หลายคนมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ไปตรวจสุขภาพประจำปีแล้วพบว่าค่าตับสูง หรือบางคนอาจมาด้วยอาการอ่อนเพลียเรื้อรังแบบไม่มีสาเหตุ นอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น ซึ่งเป็นอาการที่มักถูกมองข้ามว่าเป็นเพราะความเครียดหรือการทำงานหนัก

เมื่อโรคเริ่มดำเนินมากขึ้น อาการที่เริ่มสังเกตได้ชัดเจนจะเริ่มปรากฏขึ้น เช่น:

  • อาการตัวเหลือง ตาเหลือง: เกิดจากสารสีเหลืองที่เรียกว่าบิลิรูบินคั่งอยู่ในร่างกาย
  • ปวดท้องบริเวณชายโครงขวา: รู้สึกแน่นตื้อหรือเจ็บแปลบๆ บริเวณที่อยู่ของตับ
  • ปัสสาวะมีสีเข้มเหมือนชาเข้มๆ: ทั้งที่ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอแล้ว
  • อุจจาระมีสีซีดลง: เนื่องจากทางเดินน้ำดีอาจได้รับผลกระทบจากการอักเสบ
  • อาการคันตามผิวหนังทั่วตัว: จากเกลือของน้ำดีที่สะสมในกระแสเลือด
  • มีผื่นผิวหนัง ปวดข้อ หรือประจำเดือนมา เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกตินี้อาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะส่วนอื่นร่วมด้วย

โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมภูมิคุ้มกันถึงเข้าใจผิด?

จนถึงปัจจุบัน วงการแพทย์ก็ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่าอะไรคือตัวกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันเกิดความสับสน แต่เราพบว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ทำงานร่วมกันจนทำให้เกิดโรคนี้ขึ้นมาได้

ปัจจัยแรกคือเรื่องของพันธุกรรม คนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองโรคอื่นๆ จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น นอกจากนี้ ปัจจัยกระตุ้นภายนอก เช่น การติดเชื้อไวรัสบางชนิด หรือการได้รับยาและสารเคมีบางประเภท ก็อาจเป็นตัวจุดชนวนให้ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มโจมตีเนื้อเยื่อตับได้เช่นกัน โดยโรคนี้พบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นหรือวัยกลางคน

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่ละเอียดและรอบคอบ

เนื่องจากอาการของโรคนี้มีความคล้ายคลึงกับโรคตับอักเสบจากสาเหตุอื่นค่อนข้างมาก การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยการผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน เพื่อให้มั่นใจว่าเรากำลังรักษาถูกโรคจริงๆ

แพทย์จะเริ่มต้นจากการซักประวัติอย่างละเอียดและการเจาะเลือดตรวจหาค่าการทำงานของตับ ร่วมกับการตรวจหาภูมิคุ้มกันจำเพาะในเลือด เช่น ANA, SMA หรือ LKM-1 ซึ่งเป็นภูมิต้านทานที่จะตรวจพบได้ในผู้ป่วยโรคนี้ นอกจากนี้ การตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจทางพยาธิวิทยาถือเป็นมาตรฐานสำคัญที่จะช่วยยืนยันความรุนแรงของการอักเสบและระดับความเสียหายของเนื้อตับได้อย่างแม่นยำที่สุด

วิธีดูแลรักษาและการปรับตัวใช้ชีวิตร่วมกับโรค

เมื่อพูดถึงการรักษา หลายคนมักกังวลว่าจะหายขาดหรือไม่ สำหรับภาวะตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเองนี้ แม้จะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในทันที แต่เราสามารถควบคุมโรคให้อยู่ในความสงบได้เป็นอย่างดี ด้วยการใช้ยากดภูมิคุ้มกันและยาสเตียรอยด์ในขนาดที่เหมาะสม เพื่อลดการทำงานของภูมิคุ้มกันที่มารบกวนตับ

เป้าหมายหลักของการรักษาคือการทำให้ค่าตับกลับมาปกติและหยุดยั้งไม่ให้เกิดพังผืดในตับเพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ป่วยต้องกินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามปรับลดหรือหยุดยาเองเด็ดขาด แม้ว่าอาการจะรู้สึกดีขึ้นมากแล้วก็ตาม เพราะอาจทำให้โรคกลับมาลุกลามรุนแรงกว่าเดิมได้

นอกจากเรื่องยาแล้ว การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน ควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการซ้ำเติมตับที่กำลังอักเสบอยู่แล้ว หลีกเลี่ยงการกินยา สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่มีใบรับรองความปลอดภัย เนื่องจากตับจะต้องทำหน้าที่เผาผลาญสารเหล่านี้ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้สด และการพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้ตับฟื้นตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down