ตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วเจออุจจาระสีเขียว แปลว่าร่างกายกำลังผิดปกติหรือเปล่า?
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ชวนตกใจเวลาตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วพบว่าอุจจาระเปลี่ยนเป็นสีเขียวปี้ด ทั้งๆ ที่เมื่อวานก็ไม่ได้ไปกินอะไรแปลกประหลาด อุจจาระสีเขียวจากการเคลื่อนตัว ของลำไส้ถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่คนไข้มักจะเดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยความกังวลเสมอว่าตัวเองกำลังเป็นโรคอะไรที่รุนแรงหรือเปล่า ในฐานะหมอ ผมอยากบอกว่าในกรณีส่วนใหญ่ สีที่แปลกตาไปนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ มันมีที่มาที่ไปทางสรีรวิทยาที่อธิบายได้ชัดเจน
เมื่อวานเผลอกินผักใบเขียวเข้าไปเยอะใช่ไหม? สาเหตุยอดฮิตที่เจอบ่อยที่สุด
สาเหตุแรกและเป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้สีของของเสียเปลี่ยนไป คือสิ่งที่เราเพิ่งรับประทานเข้าไปเมื่อวานนี้ โดยเฉพาะสายสุขภาพที่ชอบทานผักใบเขียวจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นบรอกโคลี คะน้า ผักโขม หรือแม้แต่เครื่องดื่มสมูทตี้เขียวๆ ที่อุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์
สารคลอโรฟิลล์สีเขียวเข้มเหล่านี้ร่างกายของเราย่อยสลายได้ไม่หมดครับ เมื่อเดินทางผ่านระบบทางเดินอาหารลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งขับถ่ายออกมา จึงทำให้ก้อนอุจจาระของเรากลายร่างเป็นสีเขียวสดใสตามอาหารที่เรากินเข้าไป ซึ่งถ้าไม่มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรือไข้ร่วมด้วย ก็ไม่ต้องกังวลอะไรเลยครับ แค่ลดปริมาณผักลงหน่อย สีก็จะกลับมาเป็นปกติเอง
ลำไส้บีบตัวเร็วจนน้ำดีเปลี่ยนสีไม่ทัน: อีกหนึ่งกลไกทางการแพทย์ที่ต้องรู้
ทีนี้มาถึงอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ นั่นก็คือเรื่องของความเร็วในการทำงานของลำไส้ ปกติแล้วร่างกายของเราจะผลิตน้ำดีออกมาจากตับเพื่อช่วยย่อยไขมัน น้ำดีนี้จะมีสีเขียวอมเหลือง เมื่อมันเดินทางผ่านลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียในลำไส้จะทำหน้าที่ย่อยสลายน้ำดีไปเรื่อยๆ จนเปลี่ยนจากสีเขียวกลายเป็นสีน้ำตาล ซึ่งเป็นสีมาตรฐานของอุจจาระที่เราคุ้นเคยกันดี
แต่ถ้าวันไหนเกิดอาการลำไส้แปรปรวน ท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษขึ้นมา เจ้าลำไส้เจ้ากรรมก็จะเกิดอาการบีบตัวและขับเคลื่อนเร็วกว่าปกติ ทำให้ก้อนอาหารและน้ำดีเคลื่อนผ่านลำไส้เร็วเกินไป จนน้ำดีสีเขียวไม่มีเวลาพอที่จะทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียเพื่อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ อุจจาระสีเขียวจากการเคลื่อนตัว ของลำไส้ที่เร็วเกินพิกัดนั่นเองครับ
เช็กลิสต์อาการแบบไหนที่แปลว่าอุจจาระสีเขียวนี้เริ่มไม่ปกติแล้ว?
ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะมาจากผักหรือการขับถ่ายที่ไวขึ้น แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่เราต้องระวังเหมือนกัน ลองเช็กตัวเองดูครับว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือเปล่า
- ท้องเสียรุนแรง ถ่ายเหลวเป็นน้ำติดต่อกันหลายครั้งต่อวัน
- มีอาการปวดท้องเกร็ง คลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย
- มีไข้สูงอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ
- อุจจาระไม่ได้เป็นสีเขียวธรรมดา แต่มีมูกเลือดปน หรือมีสีดำสนิทเหมือนยางมะตอย
หากคุณมีอาการในกลุ่มหลังนี้ร่วมด้วย แนะนำว่าอย่าปล่อยไว้ครับ ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจอุจจาระอย่างละเอียด เพราะอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือมีภาวะอักเสบในทางเดินอาหารที่ต้องได้รับยาปฏิชีวนะหรือการรักษาที่ตรงจุดครับ
ปรับพฤติกรรมอย่างไรดี เมื่อสังเกตเห็นสีอุจจาระเปลี่ยนไป?
สำหรับใครที่เจอเหตุการณ์นี้แล้วอยากให้ระบบย่อยอาหารกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ลองทำตามคำแนะนำง่ายๆ เหล่านี้ดูครับ
- สังเกตอาหารย้อนหลัง 24 ชั่วโมง: นึกย้อนกลับไปก่อนว่าเมื่อวานเผลอทานผักใบเขียว ผลไม้สีเขียว หรืออาหารที่ใส่สีผสมอาหารสีเขียวเข้าไปหรือเปล่า
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: เพื่อชดเชยน้ำในร่างกาย กรณีที่มีอาการถ่ายท้องร่วมด้วย
- พักผ่อนและหลีกเลี่ยงอาหารย่อยยาก: งดอาหารรสจัด อาหารสุกๆ ดิบๆ สัก 1-2 วัน เพื่อให้ลำไส้ได้พักการทำงาน
- บันทึกอาการ: หากสีเขียวนี้ยังคงอยู่เกิน 2-3 วัน ทั้งที่ไม่ได้กินผักสีเขียวแล้ว หรือมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ค่อยมาปรึกษาแพทย์เพื่อความสบายใจ