ทำไมโรคงูสวัดถึงน่ากลัวกว่าที่คิด และเกี่ยวกับวัคซีนอย่างไร?
หลายคนที่หมอเคยตรวจในคลินิก มักจะมาด้วยอาการตุ่มน้ำใสขึ้นตามแถบผิวหนัง พร้อมกับความรู้สึกแสบร้อน ปวดแปล๊บเหมือนไฟช็อต แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคงูสวัดไม่ใช่ตัวผื่นตุ่มน้ำ เพราะผื่นมักจะหายได้ใน 2-4 สัปดาห์ ทว่าคือ อาการปวดประสาทเรื้อรังหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia หรือ PHN) ที่อาจยาวนานเป็นเดือนหรือเป็นปี จนกระทบกับการใช้น้ำชีวิตประจำวันอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
ไวรัสงูสวัดเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส เมื่อเราหายจากอีสุกอีใส ไวรัสไม่ได้หายไปไหน แต่จะเข้าไปแฝงตัวอยู่ในปมประสาทอย่างเงียบๆ และรอวันที่ร่างกายของเราอ่อนแอหรือภูมิคุ้มกันลดลงเพื่อแสดงอาการออกมา การป้องกันที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การรอให้โรคเกิดแล้วค่อยรักษา แต่เป็นการเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วย วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์
วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ คืออะไร ทำไมถึงเป็นเทคโนโลยีที่หมอแนะนำ?
วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ (Recombinant Zoster Vaccine) เป็นวัคซีนชนิดนวัตกรรมใหม่ที่ไม่ใช้เชื้อมีชีวิต (Non-live Subunit Vaccine) แต่ผลิตจากการสังเคราะห์โปรตีนส่วนเปลือกของเชื้อไวรัส นำมาผสมผสานกับสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Adjuvant System) เพื่อช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงขึ้นและยาวนานขึ้น
ข้อดีที่โดดเด่นอย่างมากของวัคซีนชนิดนี้ มีดังนี้:
- ประสิทธิภาพสูงสม่ำเสมอ: สามารถป้องกันโรคงูสวัดได้สูงถึง 90-97% ในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และยังช่วยป้องกันอาการปวดประสาทเรื้อรังได้สูงถึงเกือบ 90%
- มีความปลอดภัยสูงในกลุ่มภูมิคุ้มกันบกพร่อง: เนื่องจากไม่ใช่ตัวเชื้อที่มีชีวิต จึงไม่มีความเสี่ยงที่วัคซีนจะก่อให้เกิดการติดเชื้อไวรัส เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันหย่อนหรือทานยากดภูมิคุ้มกันอยู่
- ภูมิคุ้มกันอยู่ได้ยาวนาน: การศึกษาวิจัยติดตามผลพบว่า ระดับภูมิคุ้มกันยังคงสูงและสามารถคุ้มกันได้ยาวนานมากกว่า 10 ปีหลังได้รับวัคซีนครบถ้วน
เช็กลิสต์ใครบ้างที่ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนตัวนี้?
หากกำลังสงสัยว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวจำเป็นต้องฉีดหรือไม่ หมอขอสรุปกลุ่มเป้าหมายหลักที่ควรได้รับ วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ ไว้ดังนี้:
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปทุกคน: แม้จะรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงดีก็ตาม เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติจะค่อยๆ เสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง: เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษา ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะหรือไขกระดูก ผู้ป่วยโรค SLE ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่ต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันเป็นประจำ
เคยเป็นงูสวัดหรือเคยฉีดวัคซีนรุ่นเดิมมาก่อน ยังต้องฉีดวัคซีนตัวนี้อีกไหม?
นี่คือคำถามที่หมอโดนถามบ่อยที่สุดในคลินิก คำตอบคือ "ควรฉีด" ด้วยเหตุผลต่อไปนี้:
ถ้าเคยเป็นงูสวัดมาแล้ว
การเคยเป็นงูสวัดมาก่อนไม่ได้แปลว่าจะไม่เป็นซ้ำ โรคงูสวัดสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้หากภูมิคุ้มกันตก แนะนำให้เว้นระยะเวลาหลังหายจากโรคงูสวัดประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี แล้วจึงเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันไม่ให้โรคร่างกายกลับมาเป็นซ้ำ
ถ้าเคยฉีดวัคซีนงูสวัดรุ่นเก่า (ชนิดเชื้อเป็น) มาแล้ว
วัคซีนรุ่นเก่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันที่ลดลงตามกาลเวลา ดังนั้น ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนรุ่นเดิมมาแล้วเกิน 5 ปี สามารถเข้ารับการฉีด วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ เพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันให้กลับมาสูงและมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ โดยแนะนำให้เว้นระยะห่างจากวัคซีนรุ่นเดิมอย่างน้อย 2 เดือน
ฉีดอย่างไรและต้องเว้นระยะเวลาเข็มที่สองนานแค่ไหน?
การฉีด วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ จะฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อต้นแขน โดยต้องฉีดทั้งหมด 2 เข็ม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด:
- สำหรับคนทั่วไปที่อายุ 50 ปีขึ้นไป: ฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 2 ถึง 6 เดือน
- สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (อายุ 18 ปีขึ้นไป): สามารถฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 ถึง 2 เดือน เพื่อให้ร่างกายสร้างเกราะป้องกันได้เร็วที่สุด
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีด และวิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ที่บ้าน
การตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนชนิดนี้มักจะค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากวัคซีนมีสารช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยมักเป็นอาการไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 2-3 วัน เช่น:
- ปวด บวม แดง หรือตึงบริเวณต้นแขนที่ฉีด
- มีไข้ต่ำๆ รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว
- ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หรือรู้สึกอ่อนเพลีย
วิธีรับมือเมื่อมีอาการข้างเคียง
หากมีอาการปวดตึงบริเวณที่ฉีด สามารถใช้การประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวมแดงได้ หากมีไข้หรือปวดเมื่อยตัว สามารถทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ตามขนาดที่เหมาะสม แต่หากมีอาการแพ้อย่างรุนแรง เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ผื่นขึ้นเต็มตัว หรือริมฝีปากบวม ให้รีบมาพบแพทย์ทันที
เริ่มต้นวางแผนคุ้มกันสุขภาพตั้งแต่วันนี้
โรคงูสวัดไม่ใช่แค่เรื่องของผื่นผิวหนัง แต่คือเรื่องของความเจ็บปวดที่อาจรบกวนการดำเนินชีวิตอย่างยาวนาน การดูแลสุขภาพด้วยการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ หากท่านหรือคนใกล้ชิดมีอายุเข้าเกณฑ์ หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง สามารถปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือแพทย์ที่คลินิกใกล้บ้านเพื่อประเมินความพร้อมและรับ วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ