ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนคงเคยยินคนในครอบครัวหรือผู้ใหญ่ใกล้ตัวเล่าถึงความทรมานจากโรคงูสวัด อาการปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนังเหมือนโดนไฟลวก แม้ว่าผื่นและตุ่มน้ำใสจะหายไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากเส้นประสาทอักเสบก็ยังคงหลอกหลอนต่ออีกเป็นเดือนหรือเป็นปี อาการเหล่านี้ไม่ได้กระทบแค่ร่างกาย แต่ยังรบกวนการนอนหลับและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ การป้องกันจึงเป็นหัวใจสำคัญ และในปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วย วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ ที่เข้ามาเปลี่ยนเกมการป้องกันโรคงูสวัดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าในอดีตอย่างชัดเจน

ทำไมโรคงูสวัดถึงน่ากลัวกว่าที่คิด และเกิดจากอะไร?

โรคงูสวัดเกิดจากการสาดกลับของเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส เมื่อเราเคยเป็นโรคอีสุกอีใสและหายดีแล้ว เชื้อไวรัสนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่จะเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทของร่างกายอย่างสงบ เมื่ออายุมากขึ้น หรือช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลง เชื้อที่ซ่อนอยู่ก็จะฉวยโอกาสเพ่นพ่านออกมาตามแนวเส้นประสาท เกิดเป็นผื่น แดง และตุ่มน้ำใสที่มีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรง

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่ตัวผื่น แต่คือภาวะแทรกซ้อนที่เรียกว่า อาการปวดประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia) ซึ่งพบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุ บางรายมีอาการปวดเส้นประสาทจี๊ดๆ ยาวนานหลายปีจนทรมานทั้งกายและใจ

วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ คืออะไร ทำไมถึงเป็นทางเลือกหลักในปัจจุบัน?

วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ (Recombinant Zoster Vaccine) เป็นวัคซีนรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช้เชื้อมีชีวิต (Non-live Vaccine) ผลิตขึ้นโดยเทคโนโลยีทางพันธุวิศวกรรมที่ใช้เพียงชิ้นส่วนโปรตีนบริเวณผิวของไวรัส (Glycoprotein E) รวมเข้ากับสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Adjuvant System) ชนิดพิเศษ

กลไกนี้ช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างปราการปกป้องที่แข็งแกร่ง ทั้งในระดับภูมิคุ้มกันในกระแสเลือดและเซลล์ภูมิคุ้มกัน (T-cell) เพื่อคอยจัดจัดการกับไวรัสที่แฝงตัวอยู่ ไม่ให้สามารถก่อโรคขึ้นมาได้อีก

ข้อดีที่เหนือกว่าของวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ เมื่อเทียบกับวัคซีนรุ่นดั้งเดิม

ในอดีต วัคซีนงูสวัดจะเป็นชนิดเชื้อเป็นที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลง (Live Attenuated Vaccine) ซึ่งแม้วัคซีนรุ่นเก่าจะช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง แต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง เมื่อมี วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ เข้ามา จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเนื่องจากข้อดีดังต่อไปนี้

  • ประสิทธิภาพในการป้องกันสูงมาก: สามารถป้องกันการเกิดโรคงูสวัดได้สูงถึง 90-97% ในผู้ที่ฉีดครบตามเกณฑ์ ซึ่งสูงกว่าวัคซีนรุ่นเดิมอย่างมาก
  • ป้องกันภาวะปวดเส้นประสาทได้ดีเยี่ยม: ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการปวดประสาทเรื้อรังหลังเป็นงูสวัดได้มากกว่า 90%
  • ระดับภูมิคุ้มกันคงอยู่นาน: จากการติดตามผลการศึกษาระยะยาว พบว่าระดับภูมิคุ้มกันยังคงสูงและช่วยป้องกันโรคได้ยาวนานเกิน 10 ปี โดยที่ประสิทธิภาพไม่ตกดิ่งอย่างรวดเร็วเหมือนรุ่นเก่า
  • มีความปลอดภัยสูงและฉีดในคนภูมิคุ้มกันบกพร่องได้: เนื่องจากไม่มีเชื้อไวรัสที่มีชีวิต จึงไม่เสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อจากวัคซีน ทำให้ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือรับประทานกดภูมิคุ้มกันสามารถฉีดได้อย่างปลอดภัย

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์?

แพทย์แนะนำให้กลุ่มบุคคลต่อไปนี้พิจารณาเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน:

  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปทุกคน: ไม่ว่าจะเคยเป็นโรคอีสุกอีใส หรือเคยเป็นงูสวัดมาก่อนหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้ลดลง
  • ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงสูง: ได้แก่ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่ได้รับยาหรือการรักษาที่กดภูมิคุ้มกัน เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด ผู้เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ หรือผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)

ฉีดกี่เข็ม และต้องเว้นระยะห่างอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด?

การฉีด วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ จะฉีดเข้าที่ชั้นกล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน โดยมีตารางการฉีดดังนี้

สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปที่อายุ 50 ปีขึ้นไป

ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม โดยเข็มที่ 2 ให้เว้นระยะห่างจากเข็มแรกประมาณ 2 ถึง 6 เดือน

สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม เช่นเดียวกัน แต่สามารถร่นระยะห่างของเข็มที่ 2 ให้เร็วขึ้นได้ที่ 1 ถึง 2 เดือน หลังฉีดเข็มแรก เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ทันท่วงที

คำถามยอดฮิต: เคยเป็นงูสวัดมาแล้ว หรือเคยฉีดวัคซีนรุ่นเก่าไปแล้ว ต้องฉีดใหม่ไหม?

เป็นคำถามที่หมอโดนถามบ่อยมากในคลินิก คำตอบคือ "แนะนำให้ฉีด" ด้วยเหตุผลดังนี้

ถ้าเคยเป็นโรคงูสวัดมาแล้ว

การเป็นงูสวัดไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันถาวร คุณยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก การฉีดวัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันขึ้นมาใหม่ โดยแนะนำให้เว้นระยะหลังจากหายจากโรคงูสวัดแล้วประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ก่อนมารับวัคซีน

ถ้าเคยฉีดวัคซีนงูสวัดชนิดเชื้อเป็น (รุ่นเก่า) มาแล้ว

เนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนรุ่นเก่าจะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา ดังนั้นผู้ที่เคยได้รับวัคซีนชนิดเชื้อเป็นมาก่อน สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์เพิ่มได้ โดยแนะนำให้เว้นระยะห่างจากวัคซีนเข็มเดิมอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไป

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีด และวิธีรับมืออย่างสบายใจ

เนื่องจากวัคซีนชนิดนี้มีสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพสูง จึงอาจพบอาการตอบสนองของร่างกายได้มากกว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทั่วไปเล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้มักไม่อันตรายและจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน

  • อาการเฉพาะที่: ปวด บวม แดง ตึง หรือคันบริเวณต้นแขนที่ฉีด
  • อาการทั่วร่างกาย: รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีไข้ต่ำๆ หรือปวดศีรษะ

วิธีดูแลตัวเอง: หากมีอาการปวดบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการตึงบวมได้ หากมีไข้หรือปวดเมื่อยตัว สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการตามอาการได้เลย

อาการแบบไหนหลังฉีดวัคซีน ที่ต้องรีบกลับมาพบแพทย์?

แม้ว่าวัคซีนจะมีความปลอดภัยสูง แต่หากพบอาการแพ้รุนแรงซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยมาก เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หน้าบวม ปากบวม หรือมีผื่นคันขึ้นเต็มตัวหลังจากฉีด ให้รีบมาพบแพทย์ทันที หรือหากมีไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วันโดยอาการไม่เบาบางลง ก็ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กเพิ่มเติม

เตรียมตัวอย่างไรก่อนออกเดินทางไปฉีดวัคซีน?

การเตรียมร่างกายให้พร้อมช่วยให้การฉีดวัคซีนผ่านไปได้ด้วยดี โดยมีข้อปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดทั้งวัน
  • หากมีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยาใดๆ อยู่ ให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาลทราบก่อนฉีดทุกครั้ง
  • หากมีไข้สูงหรือป่วยหนักกะทันหัน แนะนำให้เลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนจนกว่าจะหายดี

โรคงูสวัดไม่ใช่แค่เรื่องของผื่นผิวหนัง แต่คือความเจ็บปวดที่กระทบกับคุณภาพชีวิต การเข้ารับการฉีด วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ จึงถือเป็นการลงทุนทางสุขภาพที่คุ้มค่า ช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีความเสี่ยงสูงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีความสุข โดยไม่ต้องกังวลกับความทรมานจากโรคงูสวัดอีกต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down