ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยได้ยินเสียงลูกน้อยหายใจครืดคราด มีเสมหะติดคอแล้วรู้สึกเป็นกังวลใจใช่ไหมคะ? บางครั้งก็อยากจะช่วยดูดเสมหะออกมาให้ลูกน้อยหายใจโล่งขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่าการดูดเสมหะให้ลูกน้อยนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และหากทำไม่ถูกวิธี อาจส่งผลเสียต่อลูกรักมากกว่าที่คุณคิด

ลูกน้อยหายใจครืดคราด มีเสมหะ: จำเป็นต้องดูดออกไหม และทำไมต้องระวัง?

ในทารกตัวเล็กๆ ระบบทางเดินหายใจยังไม่พัฒนาเต็มที่ การมีเสมหะในลำคอจึงเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย บางครั้งร่างกายสามารถขับออกได้เองด้วยการไอหรือกลืน แต่ในบางกรณี เช่น เมื่อลูกมีเสมหะมากจนรบกวนการหายใจ การดูดนม หรือเสี่ยงต่อการสำลัก แพทย์อาจพิจารณาให้ดูดเสมหะออก

อย่างไรก็ตาม การดูดเสมหะเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม หากทำไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายกับลูกน้อยได้เลย

ผลข้างเคียงที่คุณอาจไม่เคยรู้: เมื่อการดูดเสมหะผิดวิธีกลายเป็นอันตราย

ร่างกายของทารกนั้นบอบบางและละเอียดอ่อนมาก การดูดเสมหะที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างผลกระทบที่รุนแรงได้ ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

เสี่ยงหายใจลำบาก หรือขาดออกซิเจน

  • ระบบทางเดินหายใจทำงานผิดปกติ: การสอดสายดูดเสมหะลงไปในหลอดลมหรือลำคอของทารกอย่างไม่ถูกต้อง อาจไปกระตุ้นให้เกิดภาวะหลอดลมเกร็งตัว หดตัว ทำให้ลูกน้อยหายใจลำบากมากขึ้นกว่าเดิม หรืออาจปิดกั้นทางเดินหายใจบางส่วน
  • ออกซิเจนในเลือดลดต่ำ: การดูดเสมหะที่ใช้เวลานานเกินไป หรือใช้แรงดูดที่มากเกินไป จะดึงเอาอากาศและออกซิเจนออกจากปอดไปพร้อมกับเสมหะ ทำให้ลูกน้อยได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ เกิดภาวะขาดออกซิเจน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและอวัยวะสำคัญอื่นๆ ได้

บาดเจ็บในช่องทางเดินหายใจ

  • เยื่อบุอ่อนแอ: เยื่อบุในช่องปาก ลำคอ และหลอดลมของทารกนั้นบางและบอบช้ำง่ายมาก การสอดสายดูดเสมหะที่แข็ง กระแทก หรือไม่นุ่มนวลพอ อาจทำให้เกิดรอยถลอก บาดแผล เลือดออก หรือถึงขั้นเยื่อบุฉีกขาดได้
  • บวมและอักเสบ: การบาดเจ็บอาจนำไปสู่การบวม อักเสบในทางเดินหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง และลูกยิ่งหายใจลำบากกว่าเดิม

หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือช้าลง

บริเวณลำคอของทารกมีเส้นประสาทเวกัส (Vagus nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทสำคัญที่ควบคุมการทำงานของหัวใจ เมื่อเส้นประสาทนี้ถูกกระตุ้นจากการดูดเสมหะที่รุนแรงหรือลึกเกินไป อาจทำให้หัวใจของลูกน้อยเต้นช้าลง (Bradycardia) หรือเต้นผิดจังหวะได้ ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายและต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน

ติดเชื้อตามมาได้ง่ายๆ

หากอุปกรณ์ที่ใช้ดูดเสมหะไม่สะอาดเพียงพอ หรือไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง เชื้อโรคและแบคทีเรียอาจเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของลูกน้อยได้โดยตรง ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจตามมา เช่น ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ ซึ่งทารกมีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว ทำให้การติดเชื้อรุนแรงได้ง่าย

สร้างความเจ็บปวดและไม่สบายตัวให้ลูก

แน่นอนว่าการสอดสายดูดเสมหะเข้าไปในลำคอเป็นเรื่องที่สร้างความไม่สบายตัวอย่างมากสำหรับทารก ยิ่งถ้าทำอย่างรุนแรงหรือไม่ถูกวิธี ลูกน้อยจะรู้สึกเจ็บปวด ตกใจ ร้องไห้ และอาจเกิดความเครียดสะสมได้ ความทรงจำที่ไม่ดีเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการกินหรือการหายใจของลูกในระยะยาว

แล้วจะดูดเสมหะลูกน้อยอย่างไรให้ปลอดภัย หรือเมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปหาหมอ?

เมื่อทราบถึงอันตรายของการดูดเสมหะที่ไม่เหมาะสมแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจและปฏิบัติอย่างถูกวิธี

หลักการง่ายๆ ในการดูแลเสมหะลูกน้อย

  • ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ: หากลูกน้อยมีเสมหะมากจนหายใจลำบาก หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับคำแนะนำที่ถูกต้อง การดูดเสมหะควรเป็นคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น ไม่ควรตัดสินใจทำเอง
  • เรียนรู้เทคนิคที่ถูกต้อง: หากแพทย์แนะนำให้ดูดเสมหะที่บ้าน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์สาธิตและสอนวิธีการดูดอย่างละเอียด ทั้งขนาดของสายดูด แรงดูดที่เหมาะสม และระยะเวลาในการดูด
  • ใช้อุปกรณ์ที่สะอาดและเหมาะสม: เลือกใช้สายดูดเสมหะขนาดที่เหมาะสมกับวัยของลูก และต้องแน่ใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นสะอาดและปลอดเชื้อเสมอ
  • สังเกตอาการหลังทำ: หลังจากดูดเสมหะ ควรสังเกตอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิดว่ามีอาการผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นหรือไม่

สัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาไปพบแพทย์

หากลูกน้อยมีอาการเหล่านี้หลังจากการดูดเสมหะ หรือแม้แต่มีเสมหะมากผิดปกติ ให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที

  • หายใจลำบากขึ้น หอบเหนื่อย หรือหายใจเร็วผิดปกติ
  • ริมฝีปาก ปลายนิ้วมือ ปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ
  • ไอหนักกว่าเดิม หรือมีเลือดปนออกมากับเสมหะ
  • ลูกซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรือไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า
  • มีไข้สูง
  • อาเจียนหรือสำลักบ่อยครั้ง

สุขภาพของลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ การดูดเสมหะไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเองโดยไม่มีความรู้และคำแนะนำจากแพทย์ เพราะอาจนำไปสู่ผลกระทบและภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้เสมอ ทางที่ดีที่สุดคือการปรึกษาแพทย์และให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ดูแล เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของลูกรัก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down