ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมจู่ๆ ถึงถ่ายมีมูกเลือดปนออกมาเรื่อยๆ

หลายคนมักตกใจเวลาเข้าห้องน้ำแล้วเห็นเลือดปนมากับอุจจาระ ยิ่งถ้ามีลักษณะเป็นมูกใสๆ ข้นๆ ปนออกมาด้วย และเป็นๆ หายๆ ต่อเนื่องกันนานเกินสัปดาห์ นี่คือสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกว่า ลำไส้กำลังมีปัญหาอักเสบเรื้อรัง หมออยากให้ลองสังเกตดูครับว่า อาการถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือดเรื้อรังนี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของริดสีดวงทวารทั่วไปเสมอไป

โรคอะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาการถ่ายเป็นมูกเลือด

อาการถ่ายเป็นมูกเลือดเรื้อรัง มักเป็นอาการแสดงของกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบของลำไส้ ซึ่งมีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามสาเหตุ ดังนี้

  • โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD): พบได้บ่อยในคนวัยทำงาน แบ่งเป็นสองชนิดหลักคือ ลำไส้ใหญ่เป็นแผลอักเสบเรื้อรัง (Ulcerative Colitis) และโรคโครห์น (Crohn's disease) ซึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเยื่อบุลำไส้ตัวเอง
  • การติดเชื้อเรื้อรังในลำไส้: บางครั้งอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิบางชนิดที่เข้าไปฝังตัวและทำให้ลำไส้ระคายเคืองจนสร้างมูกออกมา
  • ติ่งเนื้อหรือก้อนมะเร็งลำไส้: หากมีติ่งเนื้อขนาดใหญ่หรือก้อนเนื้อในลำไส้ การเสียดสีของอุจจาระที่ผ่านก้อนเนื้อนั้นอาจทำให้เกิดเลือดออกและมูกปนมาได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุ 40 ปีขึ้นไป
  • ภาวะลำไส้แปรปรวนชนิดรุนแรง: แม้พบได้น้อยที่จะมีเลือดปน แต่ถ้ามีการอักเสบร่วมด้วยก็อาจสังเกตเห็นได้

ความแตกต่างระหว่างเลือดจากริดสีดวง กับเลือดจากโรคลำไส้อักเสบ

คนไข้มักสับสนและซื้อยาทาริดสีดวงมาใช้เองบ่อยครั้ง หมอขอแนะนำวิธีแยกง่ายๆ ครับ ถ้าเป็นริดสีดวง เลือดมักจะเป็นสีแดงสดเคลือบที่ผิวอุจจาระหรือหยดลงในโถหลังจากถ่ายอุจจาระเสร็จ โดยมักไม่ค่อยมีมูกข้นปน แต่ถ้าเป็นอาการถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือดเรื้อรังจากลำไส้อักเสบ เลือดมักจะผสมคลุกเคล้าไปกับอุจจาระ หรือถ่ายออกมาเป็นมูกเลือดล้วนๆ โดยไม่มีก้อนอุจจาระ และมักมีอาการปวดมวนท้องร่วมด้วยเสมอ

เมื่อไหร่ที่ต้องเลิกสังเกตอาการเองแล้วมาพบหมอ

อย่าปล่อยทิ้งไว้จนซีดหรือน้ำหนักลดผิดปกติ หากคุณมีอาการเหล่านี้ควรเข้าพบแพทย์เพื่อส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่โดยเร็ว

  • ถ่ายเป็นมูกเลือดต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์
  • มีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด เนื่องจากเสียเลือดสะสม
  • น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีไข้ต่ำๆ ร่วมกับปวดท้องบ่อยๆ
  • พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป เช่น ถ่ายบ่อยขึ้น หรือท้องผูกสลับท้องเสีย

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ช่วยไขคำตอบได้แม่นยำที่สุด

หลายคนกลัวการส่องกล้อง แต่ในปัจจุบันการตรวจด้วยวิธีนี้มีความละเอียดและปลอดภัยมากครับ หมอจะใช้กล้องขนาดเล็กที่มีไฟและกล้องบันทึกภาพเข้าไปดูผนังลำไส้โดยตรง ทำให้เห็นชัดเจนว่ารอยอักเสบหรือก้อนเนื้ออยู่ตำแหน่งไหน ซึ่งถ้าเจอติ่งเนื้อหมอก็สามารถตัดออกได้ทันที เพื่อนำชิ้นเนื้อไปตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันโรคให้ชัดเจน

ดูแลตัวเองอย่างไรในระหว่างรอการตรวจวินิจฉัย

ในระหว่างที่รอการนัดหมาย ควรปรับพฤติกรรมเพื่อลดการระคายเคืองลำไส้ ให้หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของหมักดอง หรืออาหารที่ย่อยยาก และที่สำคัญที่สุดคือห้ามซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาฆ่าเชื้อมากินเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้การประเมินอาการของแพทย์คลาดเคลื่อนได้ครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down