เวลาลูกน้อยไม่สบาย ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ สิ่งที่ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่กังวลใจไม่แพ้ตัวโรคก็คือ ลูกไม่ยอมกินอะไรเลย ป้อนอะไรก็ปฏิเสธ อาหารมื้อโปรดที่เคยทานเก่งกลับเมินหน้าหนี หลายคนกลัวว่าลูกจะไม่มีแรงและหายช้าลงจนเครียดไปตามๆ กัน
ในฐานะหมอเด็ก ผมมักจะบอกคุณพ่อคุณแม่เสมอว่า การที่เด็กป่วยแล้วกินน้อยลงเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ของร่างกาย เพราะพลังงานทั้งหมดถูกดึงไปใช้ในการต่อสู้กับเชื้อโรค หน้าที่ของเราจึงไม่ใช่การบังคับให้ลูกกินอิ่มเท่ากับเวลาปกติ แต่เป็นการประคับประคองสารอาหารและป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำต่างหากครับ
เข้าใจธรรมชาติของร่างกายลูกตอนไม่สบาย
เวลาที่เด็กๆ ป่วย ระบบย่อยอาหารของเขาจะทำงานได้ โภชนาการและการให้อาหารเด็กขณะป่วย จึงต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพร่างกายในช่วงนั้น เอนไซม์ย่อยอาหารบางตัวอาจจะลดลง ทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดแน่นท้อง หากเราไปคะยั้นคะยอให้กินอาหารมื้อใหญ่หรืออาหารย่อยยากเข้าไปอีก นอกจากลูกจะไม่กินแล้ว อาจทำให้อาเจียนออกมามากกว่าเดิมด้วย
สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับความคาดหวังครับ ในช่วง 1-2 วันแรกที่ป่วยหนัก ลูกอาจต้องการเพียงแค่น้ำและของเหลวเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งอันตรายกว่าการขาดสารอาหารในระยะสั้นเสียอีก
เทคนิคเลือกอาหารอ่อนย่อยง่ายให้เหมาะกับอาการป่วย
เมื่อลูกเริ่มอยากอาหารบ้าง การเลือกเมนูอาหารจึงต้องเน้นความนุ่ม ย่อยง่าย และให้พลังงานสูงเข้าไว้ เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ฟื้นฟูได้ทันทีโดยไม่ต้องออกแรงย่อยเยอะ
- ข้าวต้มหรือโจ๊กเนื้อเนียน: เติมโปรตีนย่อยง่ายอย่างหมูสับละเอียด ไข่ต้ม หรือเต้าหู้ลงไป เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน
- ซุปใสอุ่นๆ: น้ำซุปกระดูกหมูหรือซุปไก่รสชาติอ่อนๆ จะช่วยให้ชุ่มคอ ลดอาการระคายคอในเด็กที่เป็นหวัด และช่วยให้รู้สึกสบายท้อง
- ผลไม้เนื้อนิ่ม: เช่น กล้วยสุกงอมมะละกอ หรือแอปเปิ้ลต้มสุกนิ่ม ให้วิตามินและเกลือแร่ที่ร่างกายต้องการ
- อาหารรสจืด: หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ดจัด หรือมันจัด เพราะจะไปกระตุ้นลำไส้ทำให้ท้องเสียหรือคลื่นไส้มากขึ้น
วิธีปรับมื้ออาหารให้ลูกกินง่ายขึ้นแบบไม่เครียด
การป้อนอาหารเด็กป่วยต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ครับ เพราะเด็กกำลังหงุดหงิดจากอาการป่วย การใช้วิธีเดิมๆ อาจไม่ได้ผล ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูครับ
- แบ่งมื้อให้เล็กลงแต่บ่อยขึ้น: แทนที่จะให้กินวันละ 3 มื้อใหญ่ ให้เปลี่ยนเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อต่อวัน เพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารทำงานหนักจนเกินไป
- เน้นอาหารอุณหภูมิห้องหรืออุ่นๆ: อาหารที่ร้อนเกินไปหรือเย็นจัดอาจทำให้เด็กเจ็บคอหรือไม่อยากกลืน
- ให้ลูกจิบน้ำเกลือแร่หรือน้ำซุปบ่อยๆ: หากลูกปฏิเสธข้าว ให้เน้นของเหลวที่มีสารอาหาร เช่น นมแม่ นมสูตรเดิม หรือน้ำซุป เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- บรรยากาศต้องผ่อนคลาย: อย่าดุหรือบังคับให้ลูกกินจนหมดชาม เพราะจะสร้างทัศนคติที่ไม่ดีต่อมื้ออาหาร และทำให้เด็กยิ่งต่อต้าน
อาการแบบไหนที่แปลว่าลูกป่วยหนักและควรพาไปพบแพทย์
แม้เราจะดูแลเรื่องโภชนาการและการให้อาหารอย่างดีที่สุดแล้ว แต่บางครั้งอาการป่วยก็อาจเกินกว่าจะดูแลเองที่บ้านได้ หากลูกมีอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
- ดื่มน้ำหรือปัสสาวะไม่ออกเลย: ไม่ปัสสาวะติดต่อกันนานเกิน 6 ชั่วโมง หรือเวลา ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะขาดน้ำรุนแรง
- อาเจียนทุกครั้งที่กินหรือดื่ม: ไม่สามารถเก็บอะไรไว้ในท้องได้เลยแม้แต่น้ำเปล่า
- ซึมมากปลุกไม่ค่อยตื่น: หรือมีไข้สูงลอยร่วมกับหายใจหอบเหนื่อย
- ปวดท้องรุนแรง: ร้องกวนไม่ยอมหยุด หรือมีเลือดปนมากับอุจจาระ
การดูแลเด็กป่วยต้องอาศัยความใจเย็นและความเข้าใจเป็นอย่างมากครับ อย่ากดดันตัวเองและลูกจนเกินไป ค่อยๆ ปรับและประคับประคองกันไป เดี๋ยวพอลูกหายดี ความอยากอาหารก็จะกลับมาเป็นปกติเองครับ