ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แต่ละโรคนั้นแยกขาดจากกัน เป็นโรคหนึ่งแล้วรักษาหายก็น่าจะจบไป ไม่เกี่ยวอะไรกับอีกโรค แต่ในความเป็นจริงของร่างกายมนุษย์ โรคเหล่านี้ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างน่ากลัว โดยเฉพาะเวลาที่มีคนไข้เข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการท่อปัสสาวะอักเสบ มีหนองไหล หรือมีแผลบริเวณอวัยวะเพศ สิ่งแรกที่หมอต้องประเมินและให้ความสำคัญนอกจากการรักษาโรคหนองในตรงหน้าแล้ว คือการประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV ที่อาจแฝงตัวตามมา

ทำไมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ถึงมักจะมาคู่กัน?

เวลาที่เกิดการติดเชื้อหนองใน ไม่ว่าจะเป็นหนองในแท้หรือหนองในเทียม ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาอักเสบขึ้นอย่างรุนแรงบริเวณเยื่อบุช่องคลอด ท่อปัสสาวะ หรือทวารหนัก การอักเสบนี้แหละที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมโยงไปสู่โรคร้ายอื่นๆ เพราะเมื่อเนื้อเยื่อเกิดการอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะส่งทหารเสืออย่างเซลล์เม็ดเลือดขาวมารวมตัวกันที่บริเวณนั้นเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

กลไกธรรมชาติที่เปลี่ยนแผลหนองในให้เป็นประตูเปิดรับ HIV

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หมออยากอธิบายกลไกที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อมีการติดเชื้อหนองใน ซึ่งช่วยอธิบายความเชื่อมโยงนี้ได้อย่างตรงไปตรงมา

1. ปราการด่านแรกของร่างกายถูกทำลาย

ตามปกติแล้ว ผิวหนังและเยื่อบุอวัยวะเพศที่แข็งแรงจะทำหน้าที่เหมือนกำแพงเมืองคอยปกป้องเราจากเชื้อโรคภายนอก แต่เมื่อเกิดการติดเชื้อหนองใน เชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุผิว ทำให้เกิดการระคายเคือง อักเสบ แดง และเกิดรอยถลอกหรือแผลขนาดเล็กที่บางครั้งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แผลเหล่านี้เปรียบเสมือนประตูเมืองที่เปิดกว้าง ทำให้เชื้อ HIV สามารถแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

2. การดึงดูดเซลล์เป้าหมายของ HIV มารวมกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

ไวรัส HIV มีเป้าหมายหลักในการจู่โจมคือเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ซึ่งเปรียบเหมือนผู้บัญชาการทหารของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อเกิดแผลหนองและการอักเสบ ร่างกายจะระดมเซลล์ CD4 เหล่านี้มาที่บริเวณแผลเป็นจำนวนมากเพื่อจัดการกับเชื้อหนองใน กลายเป็นว่าเรากำลังนำเซลล์ที่ HIV โปรดปรานและติดเชื้อได้ง่ายที่สุด ไปวางกองไว้ที่ประตูเมืองที่เปิดอ้าอยู่ หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันและสัมผัสกับเชื้อ HIV ไวรัสจะสามารถเข้าสู่เซลล์เป้าหมายเหล่านี้ได้ทันทีและรวดเร็วอย่างยิ่ง

3. สารคัดหลั่งมีปริมาณไวรัสสูงขึ้นในผู้ที่ติดเชื้ออยู่ก่อนแล้ว

ในมุมกลับกัน หากผู้ป่วยรายนั้นติดเชื้อ HIV อยู่ก่อนแล้ว และเกิดติดเชื้อหนองในร่วมด้วย การอักเสบที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นให้มีการหลั่งเชื้อ HIV ออกมาในน้ำอสุจิหรือสารคัดหลั่งในช่องคลอดในปริมาณที่สูงขึ้นอย่างมาก ทำให้มีโอกาสแพร่กระจายเชื้อ HIV ไปสู่คู่นอนได้ง่ายขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติ

ทำความเข้าใจ ความสัมพันธ์ระหว่างแผลหนองในกับการเพิ่มอัตราการติดเชื้อ HIV

จากกลไกข้างต้นทางการแพทย์ ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างแผลหนองในกับการเพิ่มอัตราการติดเชื้อ HIV ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า ผู้ที่มีแผลหรือมีการอักเสบจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน จะมีโอกาสติดเชื้อ HIV จากการร่วมเพศโดยไม่ได้ป้องกันสูงกว่าคนปกติถึง 2 ถึง 5 เท่า

ความน่ากลัวคือ หลายคนคิดว่าอาการหนองในเป็นเพียงแค่เรื่องน่าอายธรรมดา ซื้อยามากินเองก็คงหาย หรือปล่อยทิ้งไว้จนอาการแสบขัดเริ่มทุเลาไปเอง แต่ความจริงแล้วเชื้อยังคงหลบซ่อนอยู่ภายใน และกระบวนการอักเสบใต้ผิวหนังยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อร้ายแรงอย่าง HIV เข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัวตลอดเวลา

วิธีดูแลตัวเองเพื่อตัดวงจรความเสี่ยง

หากตรวจพบว่าเป็นหนองใน หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงมา สิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติทันทีมีดังนี้

  • รีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างถูกต้อง: ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองเด็ดขาด เพราะนอกจากอาจจะไม่หายขาดแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา ซึ่งทำให้รักษายากขึ้นไปอีก
  • ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ร่วมด้วย: เมื่อมีอาการของหนองใน ควรตรวจหาเชื้อ HIV ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบบีไปพร้อมกัน เพื่อการวางแผนดูแลรักษาที่ครอบคลุม
  • งดมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษา: ควรงดมีเพศสัมพันธ์โดยเด็ดขาดจนกว่าแพทย์จะยืนยันว่ารักษาหายขาดแล้ว เพื่อป้องกันการส่งต่อเชื้อและการรับเชื้อใหม่เข้าสู่ร่างกายที่กำลังอ่อนแอ
  • พาคู่นอนมารักษาพร้อมกัน: โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสองคน หากรักษาเพียงฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายยังมีเชื้ออยู่ ก็จะเกิดการติดเชื้อซ้ำไปซ้ำมาไม่สิ้นสุด
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง: ถุงยางอนามัยยังคงเป็นอุปกรณ์ป้องกันที่ดีที่สุดในการตัดวงจรการแพร่เชื้อและการรับเชื้อทั้งหนองในและ HIV

การเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอับอายจนไม่กล้ามาพบแพทย์ การยอมรับ เรียนรู้ และเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็วและถูกวิธี คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อที่รุนแรงกว่าอย่าง HIV และช่วยให้กลับมามีสุขภาวะทางเพศที่ปลอดภัยและแข็งแรงได้อีกครั้ง

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ