ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกป่วยเรื้อรังจนขาดเรียนบ่อย คุณพ่อคุณแม่เตรียมรับมืออย่างไรดี?

เวลาที่เปิดเทอมทีไร เด็กๆ หลายคนมักจะตื่นเต้นได้เจอเพื่อน แต่สำหรับเด็กบางกลุ่มที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคไต โรคหัวใจ หรือโรคภูมิแพ้รุนแรง การไปโรงเรียนอาจไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่ออาการกำเริบจนต้องนอนโรงพยาบาลหรือหยุดเรียนติดነกันหลายวัน สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่เรื่องการเรียนที่สะดุด แต่เป็นความกังวลใจของทั้งคุณพ่อคุณแม่และตัวเด็กเอง ในฐานะหมอที่เจอครอบครัวแบบนี้บ่อยๆ ผมเข้าใจเลยครับว่ามันเหนื่อยทั้งกายและใจแค่ไหน วันนี้เรามาคุยกันสบายๆ ถึงแนวทางดูแลเจ้าตัวเล็กในช่วงเวลาที่ต้องหยุดเรียนกันครับ

พูดคุยกับคุณครูและวางแผนการเรียนล่วงหน้า

สิ่งแรกที่อยากแนะนำคือการเปิดใจคุยกับทางโรงเรียนครับ โรงเรียนส่วนใหญ่มีความเข้าใจและพร้อมช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว การที่เราแจ้งข้อมูลโรคของลูก อาการกำเริบที่ต้องสังเกต และเบอร์ติดต่อฉบับเร่งด่วนไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้ครูและพยาบาลโรงเรียนระวังตัวได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การประสานงานเรื่องการบ้านหรือบทเรียนออนไลน์ก็สำคัญมาก เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกเคว้งคว้างและตามเพื่อนทันเมื่อกลับไปเรียน

จัดการสภาพแวดล้อมที่บ้านให้เหมือนห้องเรียนผ่อนคลาย

การที่เด็กต้องหยุดเรียนยาวๆ และนอนพักฟื้นอยู่แต่บนเตียง อาจทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย ซึมเศร้า หรือกังวลว่าจะเรียนไม่ทันเพื่อน การจัดมุมห้องให้โปร่งสบาย มีแสงแดดส่องถึง และไม่น่าอึดอัดช่วยได้มากครับ แบ่งเวลาช่วงกลางวันให้มีกิจกรรมเบาๆ เช่น การอ่านหนังสือการ์ตูน วาดรูป หรือทำงานประดิษฐ์ง่ายๆ ตามที่ร่างกายไหว เพื่อไม่ให้สมองฝ่อและช่วยลดความเครียดจากการไม่ได้เจอเพื่อน

ดูแลสภาพจิตใจของเด็กเมื่อรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากเพื่อน

เด็กโตหน่อยมักจะมีความคิดกังวลว่า ตัวเองเป็นภาระ ทำไมต้องป่วยบ่อยกว่าคนอื่น หรือกลัวเพื่อนลืมหน้า การรับฟังความรู้สึกของเขาด้วยความเข้าใจจึงเป็นเรื่องใหญ่มากครับ อย่าบอกว่าเรื่องแค่นี้เองทำไมต้องเครียด แต่ให้โอบกอดและบอกเขาว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน การได้วิดีโอคอลคุยกับเพื่อนสนิทที่โรงเรียนบ้าง ก็ช่วยเติมพลังใจให้เด็กยิ้มได้และคลายความคิดถึงลงไปได้เยอะ

สัญญาณเตือนแบบไหนที่แปลว่าพร้อมกลับไปโรงเรียนแล้ว

คำถามยอดฮิตที่คุณหมอโดนถามบ่อยคือ ลูกหายป่วยและกลับไปเรียนได้หรือยัง เกณฑ์ง่ายๆ ที่ใช้ประเมินคือ ร่างกายต้องกลับมาแข็งแรงใกล้เคียงปกติ ไม่มีไข้ กินอาหารได้ดี นอนหลับสบาย และที่สำคัญคือผลตรวจจากแพทย์ยืนยันว่าโรคสงบดีแล้ว ช่วงแรกที่กลับไปเรียน อาจเริ่มจากการไปครึ่งวันก่อนเพื่อดูว่าเหนื่อยเกินไปไหม แล้วค่อยปรับเต็มวันเมื่อร่างกายปรับตัวได้ครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down