ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความรู้จักเด็กเก่งที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ในห้องตรวจ หมอพบคู่แม่ลูกหลายคู่ที่เดินเข้ามาด้วยความกังวลใจ ลูกดูฉลาดเกินวัย พูดจาฉะฉาน หรือสนใจเรื่องยากๆ แต่พอเข้าโรงเรียนกลับดูเบื่อหน่าย นั่งเหม่อ หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวเพราะเก็บกด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของความเกเร แต่คือสภาวะที่เรียกว่ากลุ่มอาการเด็กที่มีความสามารถพิเศษแต่ขาดการกระตุ้นที่เหมาะสม ซึ่งเปรียบเสมือนรถสปอร์ตที่ถูกขังอยู่ในที่จอดแคบๆ ไม่ได้ปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างที่ควรจะเป็น

เมื่อความฉลาดกลายเป็นปัญหาในห้องเรียน

เด็กกลุ่มนี้มีศักยภาพทางสมองสูงกว่าเกณฑ์ปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อสภาพแวดล้อมในโรงเรียนไม่สามารถตอบสนองความต้องการการเรียนรู้ที่รวดเร็วของเขาได้ สมองที่หิวกระหายข้อมูลจะเริ่มเกิดอาการฝ่อทางความรู้สึก เด็กจะรู้สึกว่าบทเรียนช้าเกินไป น่าเบื่อ หรือดูไม่มีความหมาย จนนำไปสู่การแสดงออกที่ผิดเพี้ยน เช่น การชวนคุยเล่น การก่อกวน หรือการปิดกั้นตัวเองไม่ยอมทำกิจกรรมใดๆ จนหลายครั้งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กสมาธิสั้นหรือเด็กดื้อ

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรสังเกตให้ดี

การจะแยกให้ออกว่าลูกมีศักยภาพสูงหรือแค่ซนตามวัย หมออยากให้สังเกตพฤติกรรมเหล่านี้ในช่วงที่อยู่บ้านหรือทำกิจกรรมส่วนตัว:

  • มีความสนใจเฉพาะทางที่ซับซ้อนเกินอายุ เช่น สนใจเรื่องดาราศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือกลไกของสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้ง
  • ตั้งคำถามแบบหาเหตุผลเชิงตรรกะอยู่ตลอดเวลา และไม่พอใจกับคำตอบที่คลุมเครือ
  • เรียนรู้เร็วมาก หากสิ่งที่เขาสนใจถูกสอนซ้ำๆ จะเกิดอาการเบื่อหน่ายทันที
  • มีความอดทนต่ำกับความผิดพลาดของตนเอง มักกดดันตัวเองให้ทำทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบ

เปลี่ยนความเบื่อให้เป็นความสนุกด้วยการเรียนรู้แบบก้าวกระโดด

หัวใจสำคัญของการดูแลเด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่การเร่งให้เขาเรียนหนักขึ้น แต่คือการเพิ่มคุณภาพของสิ่งที่เรียนรู้ (Enrichment) หมอแนะนำให้พ่อแม่ปรับแนวทางดังนี้:

  • เปิดพื้นที่อิสระในการค้นคว้า ไม่จำกัดแค่ตำราเรียน แต่ให้เขาได้เจาะลึกสิ่งที่เขารักอย่างเต็มที่
  • ส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหามากกว่าการท่องจำ เพราะเด็กกลุ่มนี้จะสนุกเมื่อได้เผชิญหน้ากับโจทย์ที่ท้าทาย
  • ยอมรับความเปราะบางทางอารมณ์ เพราะเด็กที่ฉลาดมากมักจะมีความอ่อนไหวสูง การรับฟังและเข้าใจความรู้สึกของเขาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เมื่อไรที่ควรพามาปรึกษาหมอ

หากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเริ่มส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือลูกเริ่มมีภาวะซึมเศร้าจากการที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมโรงเรียนได้ การพามาพบผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเป็นทางออกที่ดี เราสามารถประเมินระดับศักยภาพและวางแผนการสื่อสารร่วมกับครูเพื่อให้โรงเรียนปรับการสอนให้เหมาะสมกับตัวเด็กได้โดยไม่ทำให้เขาหลุดไปจากกลุ่มเพื่อน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down