เวลาที่ลูกรักมีอาการหายใจมีเสียงวี๊ด หายใจไม่อิ่ม หรือไอเรื้อรังจนน่าตกใจ คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงรู้สึกใจคอไม่ดี ยิ่งหมอสั่งให้กลับมาพ่นยาขยายหลอดลมต่อที่บ้านด้วยแล้ว ยิ่งกังวลว่าจะทำถูกวิธีไหม ลูกจะกลัวหรือเปล่า ในฐานะหมอที่เจอคุณพ่อคุณแม่เครียดกับเรื่องนี้มาเยอะ วันนี้เรามาจับเข่าคุยกันทีละขั้นตอนแบบสบายๆ เพื่อให้การพ่นยาลูกน้อยไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป
ทำไมลูกถึงต้องพ่นยาขยายหลอดลม และยานี้ทำงานอย่างไร?
เวลาที่เด็กๆ เป็นหวัด หลอดลมส่วนปลายมักจะเกิดอาการบวมอักเสบ มีเสมหะ หรือหดเกร็งตัวอย่างฉับพลัน ทำให้ลมหายใจเข้าออกผ่านไปได้ยาก เด็กจึงมีอาการหายใจเหนื่อย หายใจลำบาก หรือมีเสียงวี๊ด
การใช้ยาพ่นขยายหลอดลม เปรียบเสมือนการส่งทหารตัวจิ๋วเข้าไปคลายกล้ามเนื้อรอบๆ หลอดลมที่กำลังเกร็งอยู่ให้คลายตัวออกทันที ข้อดีมากๆ ของการพ่นยาคือ ยาจะวิ่งตรงเข้าสู่ปอดและหลอดลมเป้าหมายได้โดยตรง ออกฤทธิ์ได้ไว และใช้ปริมาณยาน้อยกว่าการกินหรือฉีด ทำให้ผลข้างเคียงน้อยตามไปด้วย
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมและหน้าตาของเครื่องพ่นยา
ก่อนจะเริ่มลงมือ เรามาทำความรู้จักอาวุธคู่กายในการดูแลลูกกันก่อน โดยทั่วไปอุปกรณ์หลักจะมีดังนี้:
- ตัวเครื่องพ่นละอองยา (Nebulizer Compressor): ทำหน้าที่แปลงยาที่เป็นน้ำให้ออกมาเป็นละอองหมอกฝอยๆ
- กระบอกพ่นยาหรือหน้ากาก (Mask or Mouthpiece): เลือกขนาดให้พอดีกับใบหน้าของลูก น้อยกว่าสองขวบมักใช้แบบหน้ากากครอบปากและจมูก
- กระบอกสูยา (Spacer) และยาพ่น MDI: สำหรับเด็กโตบางรายที่หมออาจเปลี่ยนมาให้ใช้แบบกดพ่นร่วมกับกระบอก
- น้ำยาพ่นขยายหลอดลมตามแพทย์สั่ง: มักจะเป็นยาตัวเดียวหรือผสมกับน้ำเกลือตามปริมาณที่แพทย์กำหนดเป๊ะๆ
4 ขั้นตอนพ่นยาให้ลูกรักแบบไม่ดิ้นและได้ยาครบโดส
เวลาพ่นยาให้เด็ก สิ่งสำคัญที่สุดคือความใจเย็นและการสร้างบรรยากาศไม่ให้ลูกตื่นกลัว มาดูวิธีปฏิบัติทีละขั้นตอนกัน:
ล้างมือและเตรียมยาให้พร้อมตามปริมาณเป๊ะๆ
เริ่มต้นด้วยความสะอาด ล้างมือให้เรียบร้อย ดูดตัวยาตามแพทย์สั่งใส่ลงไปในกระเปาะยาของเครื่องพ่น หากต้องผสมน้ำเกลือให้ใส่ตามขีดที่กำหนด ระวังอย่าให้เกินปริมาณเพราะจะทำให้เครื่องพ่นนานเกินไป
จัดท่าทางของลูกให้นั่งตัวตรง
ให้ลูกนั่งตักหรือนั่งบนเก้าอี้ในท่าตัวตรง หลีกเลี่ยงการนอนราบพ่นยา เพราะจะทำให้ยาลงปอดได้ไม่ดีและเสี่ยงสำลัก สำหรับเด็กเล็กอาจให้คุณพ่อช่วยโอบกอดไว้เบาๆ เพื่อกันดิ้น
ครอบหน้ากากให้แนบสนิทกับใบหน้า
นำหน้ากากครอบลงไปให้คลุมทั้งจมูกและปากของลูก ขอบหน้ากากต้องแนบชิดกับผิวหน้าพอดี ไม่มีช่องว่างให้อากาศรั่วออกด้านข้าง เพราะจะทำให้ละอองยาปลิวออกไปหมด เสียของแถมยาเข้าไม่ถึงปอด
เปิดเครื่องและชวนลูกคุยจนกว่ายาจะหมด
เปิดสวิตช์เครื่องพ่นยา จะเห็นละอองหมอกขาวๆ พุ่งออกมา ระหว่างนี้ให้ชวนลูกดูนั่นดูนี่ ร้องเพลง หรือเล่านิทาน เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 10 นาที จนกระทั่งละอองยาในกระเปาะหมดและไม่มีควันออกมาแล้วจึงปิดเครื่อง
สิ่งที่ต้องทำความสะอาดทันทีหลังพ่นยาเสร็จ
ความสะอาดเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับระบบทางเดินหายใจของเด็ก หลังพ่นยาเสร็จทุกครั้ง ควรถอดกระเปาะยา หน้ากาก และสายออกมาล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานอ่อนๆ ล้างน้ำสะอาดให้หมดจด แล้วผึ่งลมให้แห้งสนิทบนผ้าสะอาด ห้ามเก็บตอนยังชื้นเด็ดขาด เพราะจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียที่จะเข้าไปในปอดลูกรอบหน้า
อาการแบบไหนหลังพ่นยาที่ควรพาไปหาหมอด่วน?
แม้การพ่นยาจะช่วยบรรเทาอาการได้ดี แต่ถ้าทำแล้วลูกยังมีอาการเหล่านี้ แปลว่าสถานการณ์เริ่มวิกฤต ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที:
- พ่นยาไปแล้วผ่านไปสิบห้าถึงยี่สิบนาที อาการหอบเหนื่อยไม่ดีขึ้นเลย
- ลูกหายใจเร็วมากจนซี่โครงบุ๋ม ท้องบุ๋มเวลาหายใจ
- ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าเริ่มเขียวคล้ำ
- ลูกซึมลง ปลุกยาก หรือเหนื่อยจนพูดเป็นคำๆ ไม่ไหว
การพ่นยาขยายหลอดลมให้ลูกที่บ้านอาจจะดูน่ากลัวในครั้งแรกๆ แต่พอคุณพ่อคุณแม่ทำบ่อยขึ้นและจับจุดได้ ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องง่ายและช่วยชีวิตลูกน้อยยามฉุกเฉินได้แน่นอนครับ