หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ลุกขึ้นจากเตียงนอนหรือโซฟาเร็วเกินไป แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด โคลงเคลง เหมือนโลกกำลังจะหมุน จนต้องรีบคว้าขอบเตียงไว้แน่น หรือบางทีพอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วลุกนั่งทันทีก็เกิดอาการวูบจนเกือบเป็นลม อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยผ่านได้ และในทางกลับกัน หลายคนอาจสังเกตว่าตัวเองมักจะมีอาการเพลีย ง่วงนอน หรือหน้ามืดแปลกๆ หลังจากอิ่มท้องจากมื้ออาหารมื้อใหญ่ วันนี้ผมอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะความดันโลหิตต่ำสองรูปแบบที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน แต่คนมักมองข้ามกันครับ
ทำไมเวลาลุกขึ้นยืนเร็วๆ ถึงชอบหน้ามืดตาลาย?
อาการหน้ามืดเวลาเปลี่ยนท่าทาง ไม่ว่าจะเป็นการลุกขึ้นยืนจากท่านั่งหรือท่านอน หรือแม้แต่การก้มแล้วเงยขึ้นเร็วๆ ทางการแพทย์เราเรียกภาวะนี้ว่าความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่าทาง โดยกลไกปกติของร่างกาย เมื่อเราเปลี่ยนจากท่านอนหรือท่านั่งมาเป็นยืน แรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงให้เลือดไหลลงไปกองอยู่ที่บริเวณขาและช่องท้อง ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไป ร่างกายจะมีระบบอัตโนมัติสั่งการให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย เพื่อดันเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองให้เพียงพอ
แต่สำหรับบางคน ระบบอัตโนมัติเจ้านี้ทำงานตอบสนองช้าเกินไป ทำให้เลือดไหลขึ้นไปเลี้ยงสมองไม่ทันในช่วงไม่กี่วินาทีแรกหลังลุกขึ้นยืน สมองจึงขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงชั่วขณะ ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามืด ตาลาย เวียนศีรษะ ทรงตัวไม่อยู่ หรือบางรายรุนแรงจนถึงขั้นหมดสติล้มลงไปได้เลยครับ
อีกหนึ่งอาการยอดฮิต: ง่วงเพลียหน้ามืดหลังกินข้าวอิ่ม
นอกจากเรื่องการลุกยืนแล้ว อีกหนึ่งช่วงเวลาที่หลายคนมักมาปรึกษาที่คลินิกก็คือ อาการที่เกิดขึ้นหลังมื้ออาหาร โดยเฉพาะมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นที่จัดเต็ม อาการความดันโลหิตตกหลังมื้ออาหารนี้ มักจะเกิดขึ้นภายในช่วงหนึ่งถึงสองชั่วโมงหลังจากที่เรากินอาหารเสร็จใหม่ๆ
สาเหตุหลักก็เพราะว่า เมื่อเรากินอาหารเข้าไป ร่างกายจะต้องระดมเลือดจำนวนมากให้ไหลเวียนไปที่ระบบย่อยอาหาร ทั้งกระเพาะอาหารและลำไส้ เพื่อช่วยในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร ส่งผลให้เลือดที่เคยกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงเลือดที่จะขึ้นไปเลี้ยงสมองและหัวใจลดปริมาณลงชั่วคราว ประกอบกับในผู้สูงอายุหรือคนที่ระบบควบคุมความดันเริ่มเสื่อมถอย หลอดเลือดบริเวณอื่นๆ ไม่ยอมหดตัวเพื่อชดเชยปริมาณเลือดที่หายไป ความดันโลหิตโดยรวมจึงตกลง ทำให้เรารู้สึกวิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หนักหัว อยากนอน หรือบางคนถึงกับหน้ามืดหลังกินข้าวเสร็จได้เช่นกัน
กลุ่มเสี่ยงแบบไหนที่ต้องระวังภาวะความดันโลหิตตกเหล่านี้เป็นพิเศษ?
แม้ว่าอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อร่างกายอ่อนเพลียหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่จะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ความดันโลหิตตกได้ง่ายและอันตรายกว่าคนอื่น:
- ผู้สูงอายุ: เนื่องจากความยืดหยุ่นของหลอดเลือดและการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติเสื่อมลงตามวัย
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคเบาหวาน โรคพาร์กินสัน หรือโรคหัวใจ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทสั่งการ
- ผู้ที่กำลังกินยาลดความดันโลหิตบางกลุ่ม: ยาขับปัสสาวะ หรือยาขยายหลอดเลือด ที่อาจทำให้ความดันตกลงมากเกินไปในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
- คนที่ร่างกายขาดน้ำ: ดื่มน้ำน้อยเกินไป หรือเสียเหงื่อมาก ทำให้ปริมาตรเลือดในร่างกายลดลง
วิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ป้องกันอาการหน้ามืดและวูบจากความดันตก
ข่าวดีคือภาวะเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถบรรเทาและป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องพึ่งยาอะไรมากมายเลยครับ
ปรับท่าทางให้อย่างช้าๆ
สำหรับคนที่มักหน้ามืดเวลาเปลี่ยนท่า ทางแก้ที่ง่ายที่สุดคือความใจเย็น เวลาตื่นนอนตอนเช้า อย่าเพิ่งรีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนทันที ให้ใช้วิธีนอนตะแคง ค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นมานั่งห้อยขาไว้ที่ขอบเตียงสักพัก กระดิกข้อเท้าไปมาเบาๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียน แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น หรือถ้าต้องลุกจากเก้าอี้ ก็ให้ขยับตัวช้าๆ เช่นกัน
แบ่งมื้ออาหารให้เล็กลง
สำหรับคนที่มักมีอาการหลังมื้ออาหาร ให้ลองเปลี่ยนจากการกินอาหารมื้อใหญ่สามมื้อ เป็นการแบ่งกินมื้อเล็กๆ ปริมาณน้อยลงแต่บ่อยครั้งขึ้นแทน เพื่อไม่ให้เลือดไหลมารวมกันที่ระบบย่อยอาหารมากจนเกินไปในคราวเดียว และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลเชิงเดี่ยวมากๆ เพราะจะยิ่งทำให้ง่วงเพลียและมีความดันตกมากขึ้นหลังกินเสร็จ
ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอมีความสำคัญมาก เพราะช่วยรักษาระดับปริมาตรเลือดในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ทำให้ความดันไม่ตกง่ายเวลาเปลี่ยนท่าทาง แต่อาจต้องหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและหลอดเลือดขยายตัวมากกว่าเดิม
อาการแบบไหนที่เตือนว่าควรไปพบแพทย์ทันที?
แม้ว่าอาการหน้ามืดเล็กๆ น้อยๆ จะดีขึ้นได้เองเมื่อได้นั่งพัก แต่ถ้าใครมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย แนะนำว่าควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดครับ:
- มีอาการหน้ามืด วูบ หรือเกือบเป็นลมบ่อยๆ ทุกครั้งที่ลุกขึ้นยืน
- เคยเป็นลมหมดสติล้มลงไปจนได้รับบาดเจ็บ
- มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือใจสั่นร่วมด้วยขณะที่ความดันตก
- อาการที่เป็นอยู่เริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือกินยาประจำตัวแล้วรู้สึกว่าอาการแย่ลง
การหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ หากรู้เท่าทันกลไกของร่างกายและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพียงเล็กน้อย เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องอาการหน้ามืดวูบวาบมากวนใจอีกต่อไป