ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาลุกขึ้นจากเตียงนอนหรือโซฟาเร็วเกินไป แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกมึนหัว โครงเคราง หน้ามืด หรือเหมือนโลกกำลังหมุนจนต้องรีบเอามือเกาะขอบตู้ หรือบางทีเพิ่งกินอิ่มเสร็จใหม่ๆ ก็นั่งสับหงก ง่วงนอนจนแทบจะลุกไม่ไหว อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยผ่านได้ง่ายๆ ครับ หลายคนมักคิดว่าแค่พักผ่อนน้อยหรือกินอิ่มแล้วเลือดไปเลี้ยงกระเพาะหมด แต่ในทางการแพทย์ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบอกเหตุของภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่าทางและภาวะความดันโลหิตตกหลังมื้ออาหาร ซึ่งพบได้บ่อยโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

ลุกปุ๊บหน้ามืดปั๊บ เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเรา?

เวลาที่เรานอนอยู่หรือนั่งสบายๆ เลือดในร่างกายจะกระจายตัวอยู่ตามส่วนต่างๆ แต่พอเราลุกขึ้นยืน แรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงให้เลือดไหลลงไปกองอยู่ที่ขาและช่องท้องอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่จะไหลกลับเข้าสู่หัวใจและขึ้นไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วขณะ

ในคนปกติ ร่างกายจะมีระบบอัตโนมัติที่ฉลาดมากครับ หลอดเลือดจะหดตัวทันทีและหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยเพื่อดันความดันให้คงที่ สมองจึงไม่ขาดเลือด เราเลยไม่หน้ามืด แต่สำหรับคนที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่าทาง กลไกการปรับตัวนี้ทำงานช้าลงหรือตอบสนองไม่ทัน ความดันก็เลยร่วงลงทันที ทำให้เกิดอาการวิงเวียน ตาพร่ามัว หรือบางรายรุนแรงจนเป็นลมล้มพับไปเลย

กินอิ่มแล้วทำไมถึงหน้ามืดและง่วงนอนจนหมดแรง?

หลายคนเคยสังเกตไหมครับว่า หลังมื้ออาหารมื้อใหญ่ โดยเฉพาะมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นที่มีแป้งและไขมันเยอะๆ ทำไมถึงรู้สึกเพลียจนแทบจะลุกไม่ไหว อาการนี้เรียกว่าภาวะความดันโลหิตตกหลังมื้ออาหาร ซึ่งอธิบายได้ไม่ยากเลย

หลังเรากินอาหารเสร็จ ร่างกายจะต้องระดมเลือดจำนวนมากให้ไหลเวียนไปที่กระเพาะอาหารและลำไส้เพื่อช่วยกันย่อยอาหาร ในขณะเดียวกัน หลอดเลือดในส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็จะขยายตัวออก ผลลัพธ์ก็คือ ความดันโลหิตโดยรวมในร่างกายจะลดต่ำลง หากหัวใจและหลอดเลือดปรับตัวไม่ทัน เลือดที่จะไปเลี้ยงสมองและอวัยวะอื่นๆ ก็จะน้อยลง ทำให้เรารู้สึกวิงเวียน มึนงง อ่อนเพลียอย่างหนัก หรือบางคนอาจถึงขั้นหน้ามืดล้มลงได้หลังจากทานอาหารเสร็จใหม่ๆ

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษมีใครบ้าง?

แม้ว่าอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อร่างกายอ่อนเพลีย แต่จะมีบางกลุ่มคนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบประสาทอัตโนมัติและการไหลเวียนโลหิตเริ่มเสื่อมถอยตามวัย หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย

  • ผู้สูงอายุ: เป็นกลุ่มที่พบภาวะนี้ได้มากที่สุด เนื่องจากความยืดหยุ่นของหลอดเลือดลดลงและการตอบสนองของร่างกายช้าลง
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือโรคพาร์กินสัน: โรคเหล่านี้มักมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมความดันโลหิต
  • คนที่กำลังกินยาลดความดันโลหิตบางชนิด: ยาบางตัวอาจทำให้ความดันลดต่ำเกินไปในช่วงเปลี่ยนท่าทางหรือหลังมื้ออาหาร
  • ผู้ที่มีภาวะขาดน้ำ: ดื่มน้ำน้อยเกินไป ปริมาณเลือดในร่างกายลดลง ทำให้ความดันตกง่ายขึ้น

ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างไรให้ปลอดภัยจากอาการหน้ามืด?

ข่าวดีคืออาการเหล่านี้สามารถบรรเทาและป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างถูกวิธี โดยไม่ต้องพึ่งยาเสมอไปครับ

  • เปลี่ยนท่าทางแบบค่อยเป็นค่อยไป: เวลาตื่นนอน อย่าเพิ่งรีบเด้งตัวลุกขึ้นทันทีให้นั่งพักที่ขอบเตียงสักครู่ ขยับขาและข้อเท้าเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดก่อนจะลุกขึ้นยืน
  • แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ: แทนที่จะกินมื้อใหญ่จนอิ่มแน่น ให้เปลี่ยนเป็นกินปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้งขึ้น และลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวในแต่ละมื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไหลไปกองที่กระเพาะอาหารมากเกินไป
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำสะอาดตลอดทั้งวันช่วยเพิ่มปริมาณเลือดในระบบหมุนเวียน ทำให้ความดันโลหิตไม่ตกง่าย
  • เลี่ยงการเปลี่ยนท่าทางกะทันหัน: หลีกเลี่ยงการก้มตัวแล้วเงยขึ้นเร็วๆ หรือยืนนิ่งๆ เป็นเวลานานๆ

อาการแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้และควรไปหาหมอ?

ถ้าอาการหน้ามืดวิงเวียนเกิดขึ้นนานๆ ครั้งและหายไปเองเมื่อได้นั่งพัก อาจจะยังไม่ต้องกังวลมาก แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดทันที

  • มีอาการหน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติบ่อยครั้งจนกระทบกับชีวิตประจำวัน
  • ล้ม 12 หรือได้รับบาดเจ็บจากการหน้ามืดวูบวาบ
  • มีอาการเจ็บหน้าแน่นหน้าอก ใจสั่น หรือหายใจไม่อิ่มร่วมด้วย
  • อาการเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะปรับพฤติกรรมแล้วก็ตาม

การเข้าใจกลไกของร่างกายและการสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้เราดูแลตัวเองและคนที่เรารักได้อย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการหน้ามืดพลัดตกล้มได้ครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down