เวลาที่เราเห็นใครสักคนระเบิดอารมณ์ใส่คนรอบข้าง หรือแสดงท่าทีทำลายข้าวของด้วยความโกรธเกรี้ยว หลายครั้งเรามักจะรีบด่วนตัดสินว่านี่คือคนนิสัยไม่ดี ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือเกเร แต่ในฐานะหมอที่นั่งตรวจคนไข้และรับฟังปัญหาครอบครัวมานาน ผมอยากชวนมองมุมใหม่ว่า จริงๆ แล้ว ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง มักไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขา แต่มันคือเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ดังออกมาในรูปแบบของการกระทำที่รุนแรงต่างหาก
ทำไมคนใกล้ตัวถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนและควบคุมความโกรธไม่ได้เลย?
เวลาที่สมองส่วนควบคุมอารมณ์และเหตุผลทำงานได้ไม่เต็มที่ ไม่ว่าจะมาจากความเครียดสะสม โรคทางกาย หรือสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล เปรียบเสมือนรถยนต์ที่เบรกแตก เมื่อมีสิ่งกระตุ้นเข้ามากระทบเพียงนิดเดียว รถคันนี้ก็พุ่งชนทันทีโดยไม่มีตัวยับยั้งชั่งใจ คนที่มีปัญหาเรื่องนี้จึงมักรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปทีหลังเช่นกัน แต่ในขณะที่อารมณ์กำลังพุ่งพล่าน ระบบความคิดและเหตุผลของเขาถูกตัดขาดไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
เช็กให้ชัวร์ ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงแบบไหนที่เกินกว่าอารมณ์โกรธปกติ?
ความโกรธเป็นอารมณ์ปกติที่ทุกคนมีได้ แต่พฤติกรรมที่เริ่มน่าเป็นห่วงและต้องหันมาใส่ใจอย่างจริงจังจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่สังเกตได้ไม่ยากครับ
- ทำร้ายร่างกายตัวเองหรือคนอื่น: มีการใช้กำลัง ทุบตี ขว้างปาสิ่งของใส่ผู้อื่น หรือทำร้ายตัวเองเพื่อให้พ้นจากความเครียด
- อาละวาดรุนแรงเกินเหตุ: โกรธเรื่องเล็กน้อยแต่ระเบิดอารมณ์ใหญ่โตเกินเบอร์ เช่น ของวางผิดที่แล้วทำลายข้าวของกระจุยกระจาย
- ขู่ ฆ่า หรือคุกคาม: ใช้คำพูดหรือการกระทำที่สื่อถึงความรุนแรงถึงชีวิต สร้างความหวาดกลัวให้คนในบ้านหรือคนรอบข้าง
- เกิดขึ้นบ่อยและควบคุมไม่ได้: อาการเหล่านี้ไม่ได้นานๆ ครั้ง แต่เกิดขึ้นถี่จนคนรอบข้างต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง
เบื้องหลังความเกรี้ยวกราด ต้นตอของปัญหาซ่อนอยู่ที่ไหนกันแน่?
การจะแก้ปัญหาความรุนแรงให้ตรงจุด เราต้องมองหาต้นตอที่แท้จริงครับ ซึ่งมักจะไม่ได้มาจากความตั้งใจร้าย แต่เกิดจากปัจจัยเหล่านี้
- โรคทางจิตเวชและปัญหาสองขั้วอารมณ์: เช่น โรคซึมเศร้าที่แสดงออกด้วยความหงุดหงิด โรคอารมณ์สองขั้ว โรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ หรือภาวะความผิดปกติทางบุคลิกภาพ
- ความเจ็บป่วยทางกายและสมอง: เนื้องอกในสมอง แผลในสมอง โรคสมองเสื่อม หรืออาการปวดเรื้อรังที่ทำให้ผู้ป่วยหงุดหงิดจนทนไม่ไหวแต่สื่อสารออกมาไม่ได้
- การใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์: ฤทธิ์ของยาและแอลกอฮอล์ทำลายความสามารถในการยับยั้งชั่งใจของสมองโดยตรง
- ความเครียดและปมในวัยเด็ก: การเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรง ทำให้เรียนรู้ว่าความรุนแรงคือวิธีเดียวในการแก้ปัญหา
วิธีรับมือและช่วยเหลือคนใกล้ตัว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ตึงเครียด
เวลาที่คนใกล้ตัวกำลังแสดงพฤติกรรมรุนแรง สิ่งแรกที่เราต้องท่องจำให้ขึ้นใจคือ อย่าเพิ่งใช้คำพูดรุนแรงโต้เถียงกลับ เพราะมันเหมือนกับการราดน้ำมันลงบนกองไฟ
- ถอยออกมาตั้งหลัก: หากสถานการณ์เริ่มเสี่ยงอันตราย ให้พาตัวเองออกห่างจากจุดนั้นทันที ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
- ใช้น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น: รอให้เขาเริ่มสงบลงบ้าง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ตะคอก ไม่ตัดสิน
- รับฟังโดยไม่สั่งสอน: บางครั้งเขาแค่ต้องการระบายความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน การมีคนรับฟังโดยไม่รีบตัดสินช่วยลดความเกรี้ยวกราดลงได้มาก
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าควรพาไปพบจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทันที?
ถ้าพฤติกรรมเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนควบคุมไม่อยู่ มีความเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเองหรือคนรอบข้าง สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือเริ่มมีอาการประสาทหลอนร่วมด้วย นี่คือเวลาที่ต้องพึ่งพาทางการแพทย์แล้วครับ การพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นบ้า แต่มันคือการหาทางออกที่ปลอดภัยที่สุดให้ชีวิต เพราะปัญหาเหล่านี้มักมีเรื่องของสารเคมีในสมองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องอาศัยการรักษาที่ตรงจุดทั้งการพูดคุยบำบัดและการใช้ยาเพื่อปรับสมดุลอารมณ์ครับ