ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตู้ยาที่บ้านพ่นยาแล้วทำไมยังรู้สึกมีเสมหะติดคออยู่เลย

เวลาที่คนไข้มาหาที่คลินิกด้วยอาการหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก หรือมีเสมหะเหนียวข้นค้างอยู่ในหลอดลม หม่อมักจะจ่ายยาพ่นขยายหลอดลมหรือยาละลายเสมหะให้กลับไปทำเองที่บ้านเสมอ แต่เชื่อไหมว่ามีคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยที่บ่นว่าพ่นยาตามเวลาเป๊ะๆ แต่ทำไมอาการแน่นๆ หรือเสียงครืดคราดในอกมันไม่ยอมหายไปสักที

ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวยาพ่นไม่มีประสิทธิภาพหรอก แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการที่เรายังขาดเทคนิคการไออย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับการพ่นยาต่างหาก หลายคนพยายามไอแบบสุดแรงเกิด ไอจนหน้าดำหน้าแดงแต่เสมหะเจ้ากรรมก็ยังไม่ยอมหลุดออกมา แถมยังทำให้เหนื่อยหอบกว่าเดิมอีกต่างหาก วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายว่า เราจะประสานพลังระหว่างการพ่นยาและการไอให้ออกมาได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้อย่างไร

ทำไมแค่พ่นยาอย่างเดียวถึงยังไม่พอสำหรับการเคลียร์เสมหะ

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจกลไกของยาก่อน เวลาที่เราสูดพ่นยาขยายหลอดลมเข้าไป ตัวยาจะทำหน้าที่เหมือนคนใจดีมาช่วยเปิดประตูหลอดลมที่กำลังหดเกร็งหรือบวมให้มันกว้างขึ้น ลมหายใจของเราจึงเข้าออกได้สะดวกขึ้น พร้อมๆ กับที่ยาละลายเสมหะจะเข้าไปทำหน้าที่เปลี่ยนเสมหะก้อนเหนียวๆ ให้เหลวและหลุดลอกออกจากผนังทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น

แต่วิทยาการทางการแพทย์มันมีขั้นตอนต่อจากนั้นครับ เมื่อเสมหะหลุดลวมลงมาอยู่ในทางเดินหายใจส่วนใหญ่แล้ว มันไม่ได้ระเหยหายไปไหน มันยังกองอยู่ตรงนั้นแหละ ถ้าเราไม่หาวิธีกวาดมันออก มันก็จะกลับไปอุดกั้นทางเดินหายใจใหม่อยู่ดี หน้าที่ของการไอจึงเปรียบเสมือนไม้กวาดธรรมชาติที่จะช่วยกวาดสิ่งแปลกปลอมและเสมหะเหล่านั้นขึ้นมาทิ้งข้างนอก แต่การจะกวาดให้สะอาดหมดจดโดยไม่ทำร้ายปอดและหลอดลม เราต้องมีเทคนิคที่ถูกต้อง

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนพ่นยาให้ได้ผลดีที่สุด

การจะไอให้ออกมามีประสิทธิภาพ เราต้องเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนพ่นยาเลย เพื่อให้ตัวยาเดินทางไปถึงเป้าหมายในปอดได้ลึกที่สุด

  • จัดท่าทางให้ถูกต้อง: แนะนำให้นั่งหลังตรงบนเก้าอี้หรือขอบเตียง หลีกเลี่ยงการนอนราบพ่นยา เพราะจะทำให้กะบังลมดันตัวขึ้นและยาเข้าไปในปอดได้น้อยลง การนั่งตัวตรงจะช่วยให้ปอดขยายตัวรับยาได้เต็มที่
  • เคลียร์ทางเดินหายใจเบื้องต้น: ถ้าพอจะมีเสมหะที่ค้างอยู่ตื้นๆ ให้ลองกระแอมเบาๆ เพื่อขับออกก่อนรอบหนึ่ง จะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้นเวลารับยาพ่น
  • ตั้งสติและกำหนดลมหายใจ: หายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ สักสองสามครั้ง เพื่อปรับจังหวะการหายใจให้พร้อม

ขั้นตอนการพ่นยาอย่างถูกวิธีเพื่อให้ตัวยาทำงานเต็มที่

ไม่ว่าเราจะใช้เครื่องพ่นละอองยา (Nebulizer) หรือยาพ่นหลอดเล็กพกพา (MDI) หลักการสำคัญมีอยู่ไม่กี่ข้อที่หมอมักจะเน้นย้ำกับคนไข้เสมอ

  • อมปากกระบอกพ่นยาให้สนิท เม้มริมฝีปากให้แน่นเพื่อไม่ให้ยาฟุ้งกระจายออกทางมุมปาก
  • กดพ่นยาพร้อมกับสูดหายใจเข้าทางปากช้าๆ และลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • กลั้นหายใจนับในใจ 1 ถึง 10 (หรือนานเท่าที่จะทำไหวโดยไม่ทรมานเกินไป) เพื่อให้ละอองยามีเวลาตกลงและเคลือบอยู่ตามผนังหลอดลมฝอย
  • ผ่อนลมหายใจออกทางปากหรือจมูกช้าๆ

เทคนิคการไออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อขับเสมหะหลังพ่นยา

หลังจากพ่นยาจบไปประมาณ 10 ถึง 15 นาที ช่วงเวลานี้แหละคือนาทีทอง เพราะยาเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่ เสมหะที่เคยเหนียวหนึบจะเริ่มละลายตัวและขยับเคลื่อนที่มายังหลอดลมใหญ่ เรามาดูวิธีไอที่จะช่วยขับเสมหะออกไปแบบไม่ต้องใช้แรงเยอะกัน

วิธีไอแบบหอบพ่นลม (Huff Coughing) ที่หมอแนะนำ

การไอแบบนี้จะต่างจากการไอโครมครามทั่วไป แทนที่เราจะเกร็งคอแล้วไอเสียงดัง เราจะใช้เทคนิคการหายใจร่วมกับกล้ามเนื้อหน้าท้องแทน

  1. สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกให้เต็มปอด
  2. กลั้นหายใจไว้สัก 2 ถึง 3 วินาที
  3. อ้าปากค้างไว้เล็กน้อย แล้วใช้วิธีเป่าลมออกแรงๆ และยาวๆ จากลำคอส่วนลึก (คล้ายกับการที่เราพยายามอ้าปากหายใจใส่กระจกเพื่อให้เกิดฝ้า) โดยใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องช่วยกระชับดันลมออกมา เสียงที่ออกมาจะเหมือนคำว่า ฮึบ หรือ ฮัฟ
  4. การทำแบบนี้จะช่วยดันเสมหะจากหลอดลมส่วนล่างให้ขึ้นมาอยู่ที่ลำคอส่วนบนได้โดยที่เราไม่ต้องเค้นไอแรงๆ

ขั้นตอนการขับเสมหะขั้นสุดท้าย

เมื่อเสมหะถูกดันขึ้นมาจ่ออยู่แถวๆ ลำคอส่วนบนแล้ว คราวนี้เราค่อยทำการกระแอมหรือไอเบาๆ แค่ครั้งสองครั้ง เพื่อขับมันหลุดออกมาใส่ทิชชูหรือภาชนะที่เตรียมไว้ การทำแบบนี้จะเซฟพลังงานในร่างกายได้มาก คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บหน้าอกหรือเหนื่อยหอบจนเกินไปหลังไอเสร็จ

ข้อควรระวังและสัญญาณเตือนที่ต้องรีบมาพบแพทย์

การพ่นยาและการไอร่วมกันเป็นวิธีดูแลตัวเองที่ดีมากในช่วงที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ แต่ก็มีข้อควรระวังบางประการที่ไม่อยากให้มองข้าม

  • อย่ากลั้นหายใจนานเกินไป: หากทำแล้วรู้สึกหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ให้หยุดพักทันที
  • รักษาความสะอาดอุปกรณ์: หากใช้เครื่องพ่นยาแบบพกพาหรือเครื่องพ่นละอองยาที่บ้าน อย่าลืมล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้งทุกครั้งหลังใช้ เพื่อป้องกันเชื้อโรคสะสม

สุดท้ายนี้ หากทำตามวิธีทั้งหมดแล้วภายใน 2 วันอาการยังไม่ดีขึ้น มีไข้สูงร่วมด้วย หอบเหนื่อยจนพูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่ไหว หรือสังเกตเห็นเสมหะมีเลือดปนออกมา แบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการเองที่บ้านได้แล้วครับ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินหลอดลมและปรับยาให้อย่างเหมาะสมทันที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down