ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่มีคนทักว่า 'โกรธอะไรหรือเปล่า?' ทั้งที่คุณเพียงแค่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย หรือบางครั้งที่คุณพยายามจะบอกว่าเสียใจและห่วงใยจริงๆ แต่สีหน้ากลับเรียบเฉยจนคนฟังคิดว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และไม่ใช่แค่เรื่องของนิสัยส่วนตัว แต่มันคือสิ่งที่มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการใช้ชีวิตคู่ การทำงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

ในห้องตรวจแพทย์แผนกจิตเวชและอายุรกรรมระบบประสาท มีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่เข้ามาปรึกษาด้วยเรื่องความสัมพันธ์ที่ร้าวฉาน โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก ปัญหาการสื่อสารอารมณ์และภาษาทางกาย หรือที่หลายคนมักจะสืบค้นข้อมูลเพื่อหาทางออกในชื่อ ปัญหาการสื่อสารอารมณ์และภาษาทา... ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่อาการแสดงสีหน้าไม่ได้ ไปจนถึงการไม่สามารถจับความรู้สึกของคนตรงหน้าได้นั่นเอง

ทำไมเราพูดอย่าง แต่คนฟังเข้าใจไปอีกอย่าง? สาเหตุที่แท้จริงเบื้องหลังความเข้าใจผิด

เวลาที่เราสื่อสารกัน มนุษย์เราใช้คำพูดเพียงแค่ประมาณ 7% เท่านั้นในการส่งสาร ส่วนอีกกว่า 93% ที่เหลือคือน้ำเสียง ท่าทาง และสีหน้า เมื่อไรก็ตามที่ช่องทางการสื่อสารที่ไม่ใช่คำพูดเหล่านี้ทำงานผิดปกติไป ความเข้าใจผิดก็เกิดขึ้นได้ทันที โดยสาเหตุทางการแพทย์แบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ

ภาวะทางจิตวิทยาและความบกพร่องในการรับรู้อารมณ์

บางคนมีภาวะที่เรียกว่า Alexithymia หรือภาวะที่ไม่สามารถระบุและอธิบายอารมณ์ของตัวเองได้ เมื่อตัวเองยังไม่เข้าใจว่ากำลังรู้สึกอะไร ร่างกายจึงไม่สามารถแสดงออกผ่านสีหน้า ท่าทาง หรือน้ำเสียงได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ผู้ที่มีภาวะออทิสติกสเปกตรัมในผู้ใหญ่ (Adult Autism Spectrum) หรือผู้ที่มีภาวะสมาธิสั้น ก็มักจะมีปัญหาในการอ่านภาษาทางกายของผู้อื่น และมักจะแสดงสีหน้าท่าทางที่ไม่ตรงกับสถานการณ์ทางสังคมเช่นกัน

โรคทางกายและระบบประสาทที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อใบหน้า

ในอีกมุมหนึ่ง คนไข้บางคนมีจิตใจที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก แต่อาการป่วยทางกายทำให้ร่างกายไม่ตอบสนอง เช่น ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีอาการหน้าเฉยเมยคล้ายสวมหน้ากาก (Facial Masking) ผู้ป่วยที่มีอาการอัมพาตของเส้นประสาทใบหน้าครึ่งซีก (Bell's Palsy) หรือแม้แต่ผลข้างเคียงจากการฉีดสารโบท็อกซ์ที่มากเกินไปจนกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ขยับ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดอุปสรรคในการแสดงอารมณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเรากำลังมีปัญหาเรื่องการแสดงออกทางอารมณ์

หากคุณไม่แน่ใจว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่หรือไม่ ลองสังเกตพฤติกรรมและปฏิกิริยาเหล่านี้ดู

  • คนรอบตัวมักเข้าใจเจตนาผิดบ่อยครั้ง: เช่น คิดว่าคุณกำลังประชดประชัน ทั้งที่คุณพูดด้วยความหวังดี
  • มีปัญหากับการสบตา: รู้สึกอึดอัดที่จะต้องสบตาคนอื่นขณะสนทนา หรือสบตาน้อยเกินไปจนดูเหมือนไม่ใส่ใจ
  • น้ำเสียงโทนเดียวเรียบเรื่อย: พูดจาไม่มีเสียงสูงต่ำ ไม่มีน้ำเสียงแสดงความตื่นเต้น ดีใจ หรือเสียใจ
  • ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรในสถานการณ์ที่อ่อนไหว: เช่น เมื่อเห็นคนร้องไห้ จะรู้สึกตัวแข็งทื่อและไม่สามารถแสดงท่าทางปลอบโยนออกมาได้

เมื่อร่างกายทรยศคำพูด: ผลกระทบต่อความสัมพันธ์รอบตัว

เมื่อภาษาใจกับภาษาพายไม่ตรงกัน สิ่งที่ตามมาคือระยะห่างในความสัมพันธ์ คู่สมรสอาจรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความรักและไม่ได้รับการใส่ใจ เพื่อนร่วมงานอาจรู้สึกว่าคุณเป็นคนเข้าถึงยาก เย็นชา หรือแข็งกระด้าง ในระยะยาว ความเข้าใจผิดที่สะสมนี้จะนำไปสู่ความเครียด ความวิตกกังวล และบางรายอาจแยกตัวออกจากสังคมจนกลายเป็นภาวะซึมเศร้าในที่สุด

ฝึกฝนอย่างไรให้กายและใจพูดภาษาเดียวกัน

การปรับปรุงการสื่อสารอารมณ์และภาษากายเป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนและพัฒนาได้ โดยเริ่มจากขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

ฝึกสังเกตและยอมรับอารมณ์ของตนเอง

ก่อนจะแสดงออกให้คนอื่นเห็น เราต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้เรากำลังรู้สึกอะไร ลองฝึกเช็กอินกับตัวเองระหว่างวัน เช่น 'ตอนนี้เรากำลังโกรธนะ' 'ตอนนี้เรากำลังกังวล' การเรียกชื่ออารมณ์ของตัวเองในใจบ่อยๆ จะช่วยให้สมองเชื่อมต่อกับร่างกายได้ดีขึ้น

ใช้กระจกเงาเป็นเครื่องมือช่วยฝึกฝน

การฝึกแสดงสีหน้าหน้ากระจกไม่ใช่เรื่องแปลก ลองฝึกยิ้ม ฝึกทำหน้าสงสัย หน้าเศร้า เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อบนใบหน้าของเราเคลื่อนไหวอย่างไร และปรับให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น วิธีนี้ช่วยได้มากในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาด้านการแสดงออกทางกายภาพ

ใช้คำพูดอธิบายความรู้สึกตรงๆ เพื่อทดแทนภาษาทางกายที่ขาดหายไป

หากรู้ตัวว่าเราเป็นคนหน้าเนิ่ง หรือไม่สามารถแสดงสีหน้าได้ดี ให้ใช้ 'คำพูดบอกความรู้สึก' เข้ามาช่วยทดแทน เช่น แทนที่จะยืนฟังเงียบๆ ให้พูดออกไปตรงๆ ว่า 'ฟังเรื่องที่เธอเล่าแล้วเรารู้สึกเห็นใจจริงๆ นะ แต่อาจจะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าเก่งนัก' การบอกกล่าวอย่างจริงใจจะช่วยลดความเข้าใจผิดได้ทันที

เข้ารับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

หากลองปรับด้วยตัวเองแล้วยังรู้สึกว่ายาก หรือปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตคู่และการทำงานอย่างมาก การเข้าพบจิตแพทย์ นักจิตวิทยาบำบัด หรือนักกิจกรรมบำบัด เพื่อทำจิตบำบัด (Psychotherapy) หรือฝึกทักษะทางสังคม (Social Skills Training) จะช่วยให้เราเข้าใจปมปัญหาลึกๆ และได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธีและตรงจุด

สุดท้ายนี้ ปัญหาเรื่องการสื่อสารอารมณ์และภาษาทางกายไม่ใช่ความบกพร่องที่น่าอาย แต่มันคือสัญญาณเตือนที่บอกให้เราหันกลับมาดูแล ใส่ใจสุขภาพกายและใจของตัวเองรวมถึงคนข้างๆ ให้มากขึ้น การเปิดใจยอมรับและพร้อมที่จะปรับปรุงทีละนิด จะช่วยเปิดประตูบานใหญ่ให้เรากลับมาเข้าใจกันและกันได้อย่างอบอุ่นอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down