ตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วตกใจ ทำไมปัสสาวะถึงขุ่นขาวเหมือนนมหรือน้ำซาวข้าว?
หลายคนเวลาเข้าห้องน้ำแล้วพบว่าปัสสาวะของตัวเองเปลี่ยนสี จากเดิมที่เป็นสีเหลืองใส กลายเป็นสีขาวขุ่นหรือมีตะกอนขุ่นๆ ปนออกมา มักจะตกใจและกังวลว่าเป็นโรคอะไรที่รุนแรงหรือเปล่า ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้เรื่องนี้บ่อยๆ อยากบอกว่าอาการนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ และหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดโดยเฉพาะในคนหนุ่มสาวก็คือ ภาวะปัสสาวะสีขาวขุ่นจากภาวะหนองในปัสสาวะ ซึ่งตัวการหลักมาจากเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงเข้ามาในร่างกายของเรานั่นเอง
เชื้อโรคตัวร้ายหน้าตาเป็นอย่างไร ทำไมถึงทำให้ปัสสาวะขุ่นขนาดนี้?
อาการปัสสาวะขุ่นที่เกิดจากหนองใน แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นแค่เรื่องของสีน้ำปัสสาวะที่เปลี่ยนไป แต่เกิดจากการที่ระบบทางเดินปัสสาวะของเราเกิดการอักเสบติดเชื้อ โดยเชื้อแบคทีเรียตัวสำคัญมักจะเป็นตัวการที่ทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบ เมื่อร่างกายพยายามต่อสู้กับเชื้อโรค เม็ดเลือดขาวจำนวนมากจึงถูกส่งมาที่บริเวณนั้น กลายเป็นสิ่งที่เรารู้จักกันในชื่อของ หนอง ปะปนออกมากับน้ำปัสสาวะ เวลาที่เราถ่ายออกมาจึงมองเห็นเป็นลักษณะขาวขุ่น ข้น หรือมีตะกอนปนอยู่ได้อย่างชัดเจน
สัญญาณเตือนอื่นๆ ที่มักมาคู่กับอาการปัสสาวะขุ่น
นอกจากเรื่องสีของปัสสาวะที่ผิดเพี้ยนไปแล้ว โรคหนองในยังส่งสัญญาณเตือนภัยอื่นๆ ที่สังเกตได้ไม่ยาก เพื่อให้เราแยกแยะได้ว่าอาการปัสสาวะขุ่นนี้น่าจะมาจากสาเหตุใด โดยอาการร่วมที่มักพบเจอได้บ่อยมีดังนี้
- แสบขัดเวลาปัสสาวะ: รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มหรือแสบร้อนบริเวณปลายท่อปัสสาวะทุกครั้งที่ไปเข้าห้องน้ำ
- มีมูกหรือหนองไหลซึม: สังเกตเห็นของเหลวข้นๆ สีเหลืองหรือขาวขุ่นไหลออกมาจากท่อปัสสาวะในช่วงเช้าหรือระหว่างวัน โดยเฉพาะเวลาตื่นนอน
- ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ: รู้สึกปวดปัสสาวะอยู่เรื่อยๆ แต่พอไปเข้าจริงๆ กลับออกทีละนิด
- มีอาการปวดหน่วง: บางคนอาจมีอาการเจ็บหรือปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานร่วมด้วย
ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมรักษา โรคหนองในจะลุกลามไปถึงไหน?
คนไข้หลายคนมีความเขินอาย ไม่อยากมาพบแพทย์ และปล่อยให้อาการปัสสาวะขุ่นหรืออาการแสบขัดหายไปเอง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ การติดเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ไม่สามารถหายได้เองโดยไม่มีการรักษาที่ถูกต้อง หากปล่อยทิ้งไว้นาน เชื้อโรคจะเดินทางลึกลงไปเรื่อยๆ สำหรับผู้ชายอาจทำให้เกิดการอักเสบที่ต่อมลูกหมาก ท่อน้ำอสุจิอุดตัน จนส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากในอนาคต ส่วนในผู้หญิง เชื้ออาจลุกลามขึ้นไปที่มดลูกและปีกมดลูก ทำให้เกิดโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบเรื้อรังและเสี่ยงต่อการท้องนอกมดลูกได้
วิธีรักษาจากแพทย์และการดูแลตัวเองเบื้องต้น
เมื่อมาพบแพทย์ด้วยอาการปัสสาวะขุ่นและสงสัยว่ามาจากภาวะหนองใน สิ่งแรกที่เราจะทำคือการตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะและการย้อมสีเชื้อเพื่อหาตัวการที่แท้จริง เมื่อรู้แน่ชัดแล้ว การรักษาหลักจะใช้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจมาในรูปแบบยาฉีดร่วมกับยากิน
สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องกินยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการปัสสาวะขุ่นและอาการแสบขัดจะหายไปภายในไม่กี่วันแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยาและกลับมาเป็นซ้ำ นอกจากนี้ในช่วงที่กำลังรักษา ควรงดการมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาด และที่สำคัญที่สุดคือคู่นอนก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาไปพร้อมๆ กันด้วย เพื่อตัดวงจรการติดเชื้อวนกลับมาสู่กันอีก
เมื่อไหร่ควรเดินทางมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ
หากคุณเริ่มสังเกตเห็นว่าปัสสาวะมีสีขาวขุ่นผิดปกติ มีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะอย่างรุนแรง หรือมีหนองไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ ไม่ควรปล่อยไว้เด็ดขาด ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับยาฆ่าเชื้อที่ตรงจุด การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้หายขาดได้อย่างรวดเร็วและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายต่อร่างกายในระยะยาวได้เป็นอย่างดี