ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงหยิบของทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยไม่คิด

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักกังวลเวลาเห็นลูกเล็กๆ แสดงพฤติกรรมใจร้อน อยากได้อะไรต้องได้เดี๋ยวนี้ หรือหยิบจับข้าวของโดยไม่ทันยั้งคิด หลายครั้งเรามักเผลอตำหนิว่าลูกดื้อหรือซนเกินไป แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมเหล่านี้คือเรื่องปกติของ พัฒนาการด้านการควบคุมแรงกระตุ้น ซึ่งเป็นกลไกที่สมองของเด็กยังอยู่ระหว่างการก่อร่างสร้างตัวครับ

สมองส่วนหน้าที่ยังโตไม่เต็มที่

ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ สมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่ควบคุมความคิด การยับยั้งชั่งใจ และการวางแผนที่เรียกว่า Prefrontal Cortex จะค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับวัยของเด็ก ในช่วงขวบปีแรกๆ สมองส่วนที่ทำงานหนักที่สุดคือส่วนของอารมณ์และความต้องการพื้นฐาน ดังนั้นเมื่อมีความอยากเกิดขึ้น เด็กจะตอบสนองต่อแรงกระตุ้นนั้นทันทีโดยไม่มีตัวกรอง นี่ไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนว่าวงจรประสาทในสมองของลูกยังไม่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์

ช่วงวัยกับก้าวสำคัญของการรู้จักยั้งคิด

พัฒนาการในแต่ละช่วงวัยมีความสามารถในการจัดการกับอารมณ์และความอยากของตัวเองที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • วัยเตาะแตะ (1-3 ปี): เป็นช่วงที่เด็กแทบจะไม่มีการยับยั้งชั่งใจเลย เขาทำตามความรู้สึกและแรงจูงใจในขณะนั้นเป็นหลัก
  • วัยก่อนเข้าเรียน (3-5 ปี): เริ่มเข้าใจกติกาเบื้องต้นและเริ่มเรียนรู้ที่จะรอคอยได้บ้างในช่วงเวลาสั้นๆ หากได้รับคำแนะนำที่ชัดเจน
  • วัยประถม (6 ปีขึ้นไป): สมองส่วนหน้าเริ่มทำงานได้ดีขึ้น เด็กจะเริ่มมีเหตุผลและรู้จักคิดทบทวนผลที่ตามมาก่อนจะลงมือทำอะไรลงไป

วิธีฝึกฝนให้ลูกมีสติและคุมตัวเองได้ดีขึ้น

การส่งเสริม พัฒนาการด้านการควบคุมแรงกระตุ้น ไม่ใช่การบังคับให้เขาเป็นเด็กนิ่งตลอดเวลา แต่คือการสอนให้เขารู้จักรอและจัดการอารมณ์ตัวเองผ่านวิธีการเหล่านี้

สอนให้รอคอยผ่านการเล่น

การเล่นเกมที่ต้องผลัดกันเล่นหรือเกมที่ต้องรอจังหวะ เป็นการฝึกสมองที่ดีมาก เพราะเด็กจะได้เรียนรู้ว่าเมื่อถึงตาคนอื่นต้องหยุดรอ และเมื่อถึงตาเราค่อยทำสิ่งนั้นได้

สร้างกิจวัตรที่คาดเดาได้

เมื่อลูกรู้ว่าต้องทำอะไรตอนไหน ความกังวลหรือความต้องการที่พุ่งพล่านจะลดลง เช่น การจัดตารางเวลาชัดเจนว่าเมื่อไรคือเวลาเล่น เมื่อไรคือเวลาเก็บของ จะช่วยให้เด็กฝึกการวางแผนและควบคุมตัวเองได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น

เป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดการอารมณ์

ลูกเรียนรู้จากการสังเกต พ่อแม่ควรแสดงให้เห็นว่าเมื่อเราโกรธหรืออยากได้อะไรบางอย่าง เรามีการจัดการตัวเองอย่างไร เช่น การหายใจเข้าลึกๆ หรือการบอกความต้องการด้วยเหตุผล แทนการแสดงอารมณ์โต้ตอบทันที

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอเรื่องการควบคุมตัวเอง

หากสังเกตเห็นว่าลูกมีพฤติกรรมขาดการยับยั้งชั่งใจที่รุนแรงกว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด เช่น ก้าวร้าวรุนแรง ทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง หรือไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมง่ายๆ ได้เลยจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน ในกรณีเหล่านี้ การพามาปรึกษากุมารแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กจะเป็นการดี เพื่อตรวจประเมินว่ามีปัจจัยอื่นแฝงอยู่หรือไม่และจะช่วยเหลือได้อย่างไรครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down