ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความรู้จักยาต้านการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์

หลายคนมักหยิบยาแก้ปวดที่ซื้อหาได้ตามร้านขายยาทั่วไปมาทานเวลาปวดฟัน ปวดหลัง หรือปวดข้อ โดยยาในกลุ่มที่ว่านี้คือกลุ่มยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค หรือนาพรอกเซน ยาเหล่านี้เก่งมากในเรื่องการลดปวดและลดอักเสบ แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เมื่อใช้บ่อยเกินไปหรือใช้ไม่ถูกวิธี ผลกระทบต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย

ทำไมยาถึงไปทำร้ายเยื่อบุกระเพาะอาหาร

ในกระเพาะอาหารของเรามีกลไกป้องกันตัวเองตามธรรมชาติด้วยสารเมือกที่ช่วยเคลือบผนังกระเพาะไว้ เพื่อไม่ให้กรดที่ใช้ย่อยอาหารกัดกินผนังกระเพาะตัวเอง แต่ยาในกลุ่ม NSAIDs มีกลไกออกฤทธิ์ไปยับยั้งเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า COX ซึ่งเอนไซม์ตัวนี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้เกิดการอักเสบเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่สำคัญในการสร้างสารเคลือบกระเพาะด้วย

เมื่อเรากินยาเข้าไปต่อเนื่อง เอนไซม์ที่คอยปกป้องกระเพาะจึงถูกยับยั้งไปด้วย ผลที่ตามมาคือผนังกระเพาะขาดเกราะป้องกัน ทำให้กรดในกระเพาะสัมผัสกับเนื้อเยื่อโดยตรง จนเกิดการระคายเคือง แผลถลอก หรือรุนแรงถึงขั้นมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร

สัญญาณเตือนที่ร่างกายบอกว่ากระเพาะกำลังประท้วง

หากเริ่มมีอาการเหล่านี้หลังจากทานยาแก้ปวดกลุ่มดังกล่าว ควรหยุดยาแล้วรีบสังเกตอาการตัวเองให้ดี:

  • รู้สึกแสบท้องบริเวณลิ้นปี่ โดยเฉพาะเวลาท้องว่าง
  • มีอาการจุกเสียด แน่นท้องเหมือนลมเยอะ
  • คลื่นไส้ อาเจียนบ่อยครั้ง
  • ถ่ายอุจจาระมีสีดำเข้มหรือมีเลือดปน ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายว่าอาจมีแผลในกระเพาะจนเลือดออก

ใครบ้างที่เสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป

แม้คนทั่วไปจะมีความเสี่ยง แต่มีบางกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษหากจำเป็นต้องใช้ยา:

  • ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะเยื่อบุกระเพาะเริ่มบางลงตามวัย
  • คนที่มีประวัติเคยเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารมาก่อน
  • ผู้ที่ต้องทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดร่วมด้วย
  • คนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เพราะแอลกอฮอล์ยิ่งเข้าไปซ้ำเติมให้เยื่อบุผนังกระเพาะอ่อนแอลง

ใช้ยาอย่างไรให้ปลอดภัยและสบายท้อง

การใช้ยาให้ได้ผลโดยไม่ทำร้ายกระเพาะ มีหลักการง่ายๆ ที่ควรทำตาม:

  • ทานยาพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที เพื่อลดการสัมผัสโดยตรงของยากับผนังกระเพาะ
  • ใช้ยาในปริมาณที่น้อยที่สุดและในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่อาการปวดจะดีขึ้น
  • หากมีโรคประจำตัวหรือต้องใช้ยาต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาใช้ยาลดกรดควบคู่ไปกับยาแก้ปวดเพื่อป้องกันเยื่อบุกระเพาะ
  • หากปวดบ่อยผิดปกติ อย่าซื้อยากินเองเรื้อรัง ควรหาสาเหตุที่แท้จริงของการปวดเพื่อรักษาที่ต้นเหตุแทนการกินยาแก้ปวดไปเรื่อยๆ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down